บทที่ 4 ข้อเสนอที่ปฏฺิเสธไม่ได้
ปัง! พิษณุตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“ไม่มีแต่! ถึงคุณกับไอ้ภูมิจะมีความสัมพันธ์อะไรกันมานานหลายปี แต่ตอนนี้มันแต่งงานแล้ว และคุณเองก็เป็นถึงดาราดังระดับประเทศ ตอนที่มันยังโสด คนเขาก็ยังพอยอมรับได้ แต่ตอนนี้ไอ้ภูมิมันมีเมียแล้ว การที่คุณทำแบบนี้ มันทำให้คุณกลายเป็นเมียน้อยของชาวบ้าน เรตติ้งช่องตกฮวบฮาบจนผมจะเจ๊งอยู่ร่อมร่อแล้ว สปอนเซอร์ก็จ้องจะถอนตัวกันหมด... นอกเสียจากว่าคุณจะมีเงินมากพอมาจ่ายค่าปรับฉีกสัญญา”
นางเอกสาวหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อโดนสวดยับ เธอแอบลอบมองเพื่อนรักที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดเผือดไม่ต่างกัน
“ละ... แล้วท่านพิษณุมีแผนเตรียมการรับมือเรื่องนี้ยังไงคะ”
“เราจะทำเรียลลิตี้”
“ฮะ! อะไรนะคะ ? เรียลลิตี้ ?”
ไอริณหันขวับไปมองหน้าผู้จัดการ แต่เชอรี่เองก็ส่ายหน้าปฏิเสธเพราะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน
“ใช่... เป็นรายการเรียลลิตี้ชีวิตต่างจังหวัดของคุณโดยเฉพาะ ไอริณ”
สีหน้าของท่านพิษณุแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์เพทุบายจนไอริณรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ไอริณลอบถอนหายใจและฝืนยิ้ม
“โธ่! นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิคะท่าน แค่ไปถ่ายเรียลลิตี้เล็ก ๆ ธรรมดา...”
“ฮ่า ๆ ๆ ไอริณเอ๋ย... ข่าวเธอฉาวโฉ่ขนาดนี้ เธอคิดจริง ๆ หรือว่ารายการเรียลลิตี้ไก่กาธรรมดาจะฉุดเรตติ้งเธอให้กลับมาฟื้นคืนชีพได้ ? เอานี่ไปดูซะ”
แฟ้มเอกสารปึกใหญ่ถูกโยนดังตุ้บลงตรงหน้าดาราสาว เชอรี่ในฐานะผู้จัดการรีบคว้ามาเปิดดู โดยมีไอริณชะโงกหน้าเข้าไปอ่านด้วยความอยากรู้ ‘ดาราสาวและกิ๊กเก่า’
แค่ชื่อโปรเจกต์บนหน้าปกก็ทำเอาไอริณรู้สึกทะแม่ง ๆ เธอรีบกวาดสายตาอ่านรายละเอียดในหน้าถัดไป ทั้งชื่อโครงการและระยะเวลาดำเนินการ
“ถ่ายทำสองเดือนเต็มเลยเหรอคะ!”
ไอริณเผลออุทานออกมาเบา ๆ แต่ท่านพิษณุหูผึ่งได้ยินชัดเจน เขาประสานมือวางบนตักและอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ใช่... เราจะใช้ระบบถ่ายไป ออนแอร์ไป ปล่อยให้สถานการณ์จริงมันพาไป”
“ท่านคะ... แบบนั้นมันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอคะ”
เชอรี่เริ่มกังวล การถ่ายทำแบบไม่มีสคริปต์ล่วงหน้าและไม่ได้ตัดต่อกรองเนื้อหาก่อนออกอากาศ ถือเป็นความเสี่ยงขั้นสุดยอดของคนในวงการ
“ผมอยากให้เรียลลิตี้นี้ออกมาสมจริงที่สุด ตัดต่อน้อยที่สุด และที่สำคัญ... ใช้เงินลงทุนน้อยที่สุด”
ไอริณเริ่มใจคอไม่ดี เธอรีบดึงแฟ้มจากมือเชอรี่มาเปิดดูสถานที่ถ่ายทำในหน้าถัดไป
“ทะ... ท่าน! ท่านพิษณุ! นี่มัน... บางปลาม้า!!”
“ถูกต้อง ไอริณ... บางปลาม้า เราจะพาเธอกลับไปบ้านเกิด เพื่อหวนคืนสู่ชีวิตสาวบ้านนา ทบทวนความทรงจำวัยเยาว์ โดยเฉพาะเรื่องของแฟนเก่า”
“แฟนเก่า...”
เชอรี่ทวนคำเสียงหลง หันไปมองเพื่อนรักที่ตอนนี้นั่งเบิกตากว้างจ้องมองตัวอักษรในแฟ้มด้วยความตกตะลึง
“ใช่ แฟนเก่า ผมสืบข่าวมาเรียบร้อยแล้ว ว่าแฟนเก่าของคุณ คือ กำนันจอมพล”
“อะไรนะ! ไอริณ... แกไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันเลยนะ!” เชอรี่แหวใส่เพื่อนเสียงสูงปรี๊ด
“มะ... มันไม่มีสคริปต์เลยนี่คะ” ไอริณละล่ำละลักถาม ปากคอสั่น
“ใช่แล้วไอริณ ผมอยากให้มันเรียลที่สุด สดใหม่ที่สุด ผมคุยตกลงกับเจ้าเป็กไว้เรียบร้อยแล้ว”
“ผู้กำกับเป็ก! ท่านพิษณุอย่าบอกนะคะว่าเป็นไอ้เป็ก ไอ้คนที่มันเคยพยายามลากไอริณเข้าโรงแรมเมื่อหลายปีก่อน!”
ท่านพิษณุหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ยังฝืนยิ้มและโบกมือปัด
“เอ่อ... เรื่องมันก็นมนานมาแล้วน่า มันก็ยอมขอโทษไอริณไปแล้วนี่”
“แต่ท่านพิษณุคะ หลังจากนั้นมันยังพยายามลวนลามแกล้งไอริณเวลาไปออกกองอยู่ตลอดเลยนะคะ”
“ไอริณ... จะเอาอะไรหนักหนากับวงการมายา เป็นผู้หญิงก็ต้องรู้จักหัดหลบหลีกเอาตัวรอดเองบ้างสิ”
คำพูดนั้นทำเอาดาราสาวชะงักกึก มือกำแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อปูดขาว นี่แหละคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอต้องยอมทำสัญญากับภูมิ เพื่อใช้เขาเป็นแฟนหลอก ๆ และไม้กันหมามาตลอดหลายปี
ปึก! ไอริณโยนแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนจะยกขาขึ้นไขว้ห้าง กอดอก และเชิดหน้าสวยคมขึ้นอย่างท้าทาย
“ไอริณไม่รับงานนี้ค่ะ! ไอริณต้องกลับไปถ่ายที่บ้านเกิดเลยนะคะ”
คนนอกฟังแล้วอาจคิดว่าดาราสาวทำตัวหัวสูง ไม่ยอมกลับบ้านนอกเพราะกลัวคนจะขุดคุ้ยกำพืดเดิม แต่เชอรี่รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ดี ว่าเหตุผลจริง ๆ ที่เพื่อนรักไม่อยากกลับไปเหยียบที่นั่นคืออะไร
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะแก ไหน... ฉันขอช่วยดูรายละเอียดหน่อย” เชอรี่หยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดอ่านเร็ว ๆ
“ในแฟ้มระบุว่าคิวถ่ายทำและออนแอร์ใช้เวลาราวสองเดือน แต่ใช้งบประมาณไม่เกินสามล้าน! ท่านพิษณุคะ เชอรี่ว่ามันน้อยไปหรือเปล่า สามล้านนี่รวมค่าตัวไอริณด้วยไหมคะ ปกติไอริณรับเล่นละครแค่ตอนเดียวก็เกือบแสนแล้วนะ”
“ค่าตัวอะไร งานนี้ไอริณจะไม่ได้เงินค่าตัวเลยสักบาทเดียว”
“ฮะ! อะไรนะคะท่านพิษณุ!” เชอรี่เบิกตาค้าง
“คุณทำช่องผมเสียหายหนัก ผมไม่ฟ้องเรียกค่าปรับก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว แต่ถ้าเรียลลิตี้นี้เรตติ้งพุ่งปรี๊ดจนสปอนเซอร์เข้าท่วมท้นเมื่อไหร่ คุณถึงจะได้ส่วนแบ่ง ผมว่าแบบนี้แหละแฟร์ที่สุด”
เชอรี่ลอบมองเพื่อนรักที่ตอนนี้นั่งช็อกจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ผู้จัดการสาวประเภทสองจึงจำใจก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มต่อ
“ผู้กำกับจะเป็นคนกำหนดสคริปต์หน้างานแบบวันต่อวัน ปล่อยไหลตามสถานการณ์จริง ส่วนทีมงานออกกองทั้งหมด จำกัดไว้ที่ยี่สิบคน ยี่สิบคนเองเหรอคะ!”
“ใช่ ยี่สิบคนก็พอแล้ว”
“แต่ว่า... แค่ทีมสไตลิสต์แต่งตัวไอริณก็ปาเข้าไปสามคนแล้วนะคะท่าน!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ไอริณดูแลตัวเอง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ต้องแต่งหน้าแต่งตัวอะไรให้วุ่นวายหรอก เพราะรายการนี้ เราจะให้เธอหน้าสด”
“ท่านหมายความว่ายังไงคะ!” เชอรี่ร้องเสียงหลง
“ไอริณเป็นคนสวยธรรมชาติอยู่แล้ว เจ้าเป็กมันเลยเสนอว่า ทำไมไม่ลองให้ไอริณเปลือยหน้าสดถ่ายทำดูล่ะ ถ้าจะแต่งบ้าง ก็อนุญาตให้แค่ลงรองพื้นบาง ๆ กับเขียนขอบตากันหน้าซีดก็พอ”
“หน้าสด! ให้โชว์หน้าสดเนี่ยนะ!”
