บทที่ 5 จอมพล

ดาราสาวลืมตัวถึงขั้นตะโกนลั่น ชะโงกตัวข้ามโต๊ะไปจ้องหน้าท่านพิษณุด้วยสายตากราดเกรี้ยว

“ไอริณยอมตายดีกว่า ถ้าจะต้องมาโชว์หน้าสดออกทีวี!!”

“ฮ่า ๆ ๆ เธอนี่มันตลกไม่เปลี่ยนเลยนะไอริณ... เอาสิ เชิญไปตายเลย ประตูอยู่ตรงโน้น” ท่านพิษณุผายมืออย่างไม่สะทกสะท้าน

“ขะ... ขอโทษค่ะท่านพิษณุ” ไอริณหน้าม้าน รีบปรับเสียงอ่อนลงและนั่งตัวลีบทันที

“ตกลงตามนี้ เอาแฟ้มกลับไปศึกษากันได้เลย เราจะเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำในอีกสองอาทิตย์ อ้อ! เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท”

เชอรี่และไอริณกลั้นหายใจ รอฟังคำสั่งสุดท้าย

“กำนันจอมพลยื่นเงื่อนไขมาว่า ไอริณต้องเป็นคนโทรศัพท์ไปเจรจาขอใช้สถานที่ด้วยตัวเองเท่านั้น เขาถึงจะยอมคุยด้วย”

“อะไรนะ! ไอ้กำนันเฮงซวยนั่นมันบังคับให้ไอริณโทรไปงั้นเหรอ!” ดาราสาวปรี๊ดแตกอีกรอบ

“ฮ่า ๆ ๆ ผมเพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าคุณสนิทสนมกับกำนันคนดังมากเป็นพิเศษ อย่าลืมโทรไปล่ะ อีกสองอาทิตย์เจอกัน”

ไอริณหน้าซีดเผือด หันไปสบตากับเชอรี่ที่มองมาด้วยความเป็นกังวลสุดขีด

“กลับกันเถอะไอริณ... ไปตั้งหลักคุยกันที่ห้อง” เชอรี่แตะแขนเพื่อนเบา ๆ

“ไอริณขอตัวลาค่ะท่าน”

ดาราสาวยกมือไหว้อย่างสวยงาม ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องผู้บริหาร ในหัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมโกรธแค้น กำนันจอมพล ไอ้ผู้ชายเฮงซวย

“เอาไงดีวะแก...”

เชอรี่รีบกระซิบถามเมื่อเดินพ้นสายตาพนักงานหน้าห้องมาแล้ว

“ถ้าฉันฉีกสัญญา จะเกิดอะไรขึ้น”

“เฮ้ย! นั่นมันทุบหม้อข้าวตัวเองชัด ๆ นอกจากจะโดนฟ้องร้องจนหมดเนื้อหมดตัวแล้ว ยังจะไม่มีช่องไหนกล้าจ้างพวกเราอีกนะ ฉันก็พลอยซวยไปด้วย เด็ก ๆ ในสังกัดฉันอีกล่ะ”

“แล้วถ้าฉันยืนกรานไม่รับเล่นไอ้เรียลลิตี้บ้าบอนั่นล่ะ”

ติ๊ง! เสียงลิฟต์เปิดออก ขัดจังหวะบทสนทนา ทั้งคู่ก้าวเข้าไปด้านในและรอจนประตูปิดสนิท

“ไอริณ... ฉันจะบอกแกอย่างนึงนะ มันคุ้มค่า เชื่อฉันเถอะ แค่สองเดือน แกก็ทน ๆ กัดฟันเอาหน่อย”

“แต่ไอ้หมอนั่นมัน... โอ๊ย! แค่พูดชื่อมัน ฉันก็เสนียดปากแล้ว”

“ทำไมยะ กำนันหนุ่มรูปหล่อแฟนเก่าวัยเด็กของแก ถึงได้กลายเป็นตัวเสนียดไปซะแล้วล่ะ”

“หยุดพูดเลยนะ เรื่องนี้ไม่ตลก เอาเป็นว่าฉันขอเอากลับไปคิดดูก่อนแล้วกัน”

“เออ คิดให้มันไว ๆ หน่อย แค่กลับไปเจอกิ๊กเก่า มันจะไปยากอะไรยะ ทนแค่สองเดือน เรตติ้งแกก็จะกลับมาพุ่งกระฉูด เผลอ ๆ มีละครฟอร์มยักษ์จ่อคิวรออีกเพียบ”

ไอริณลอบถอนใจ มองหน้าเชอรี่อย่างหวั่นวิตก มันจะไม่เป็นอย่างที่เพื่อนพูดน่ะสิ ไอ้กำนันหื่นกามนั่นมันเป็นพวกบ้าอำนาจและเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง ขืนเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย มีหวังเธอได้เปลืองตัวฟรีแน่ ๆ

ในขณะที่ไอรินดาราสาวเมืองกรุงหวาดหวั่นและวิตกกังวลทางบ้านนาไกลออกไปกลับมีบรรยากาศแตกต่างกัน

ณ บ้านพักตากอากาศหลังเล็ก ห่างไกลจากตัวอำเภอบางปลาม้าราวแปดสิบกิโลเมตร

กำนันจอมพล ผู้ที่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนา กำลังนั่งเอนหลังสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์อยู่ริมระเบียง นัยน์ตาคมกริบทอดมองผ่านความมืดไปยังท้องทุ่งนาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ฤดูเก็บเกี่ยวกำลังจะมาถึง ปีนี้น้ำท่าสมบูรณ์ ข้าวออกรวงสวยงาม เขาคงต้องเตรียมตัวยุ่งรับมือกับงานหนักอีกครั้ง

“พี่พลคะ...”

เสียงหวานนุ่มของ ‘มะปราง’ เด็กสาวรูปร่างอวบอิ่ม ผิวสีน้ำผึ้งเนียนลออ ดังขึ้นจากโซฟาด้านหลัง ทำให้เขาเอี้ยวหน้าไปมอง

“ว่าไง”

“ปีนี้มะปรางเรียนจบแล้วนะคะ”

“แล้วคิดไว้หรือยัง ว่าจะไปทำงานที่ไหน”

“มะปรางว่าจะลองสมัครเป็นลูกจ้างชั่วคราวแถว ๆ นี้นี่แหละค่ะ จะได้อยู่รับใช้พี่พลใกล้ ๆ”

จอมพลอัดควันบุหรี่เฮือกสุดท้ายก่อนจะขยี้ดับลงในที่เขี่ย เอื้อมมือหยิบแก้วเบียร์ขึ้นจิบ แล้วหันกลับมาประจันหน้ากับเด็กสาวตรง ๆ

“มะปรางไม่จำเป็นต้องมาคอยอยู่รับใช้พี่หรอก ไปหางานที่ตัวเองอยากทำเถอะ ลองไปสมัครงานที่กรุงเทพฯ ดูบ้างไหมล่ะ”

“แต่มะปรางอยากอยู่กับพี่พลนี่คะ”

สาวร่างอวบพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดร่างกำยำของกำนันหนุ่ม ซบใบหน้าคลอเคลียกับแผงอกกว้างจนเขาต้องจำใจยกแขนขึ้นโอบตอบเบา ๆ

“เราเคยคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะมะปราง ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่ได้มีอะไรผูกมัด พี่ไม่เคยห้ามถ้ามะปรางจะมีคนอื่น”

“แต่มะปรางรักพี่พล!”

“มะปราง! ตอนเริ่มต้นเราตกลงกันไว้ว่ายังไง”

มือหนาบีบต้นแขนกลมกลึงของเด็กสาวและดันร่างเธอออกห่าง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาจนมะปรางต้องเป็นฝ่ายหลุบตาหนีด้วยความกลัว

“ขะ... เข้าใจค่ะ มะปรางจำได้ พี่พลจะส่งเสียมะปรางจนเรียนจบ โดยที่เราจะไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งทางกายและทางใจ”

“ใช่ และมะปรางก็รู้ดี ว่าพี่ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูแค่มะปรางคนเดียว”

“ทราบค่ะ แต่หัวใจของมะปรางมันก็อดคิดไม่ได้นี่คะ พี่พลทั้งหล่อ ทั้งดูดี แถมยังสุภาพอ่อนโยนกับมะปรางมาตลอด”

“พี่ว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ เอาเป็นว่าพี่จะอยู่กับมะปรางคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายก็แล้วกัน หลังจากนี้พี่จะไม่มาหาอีก แต่พี่จะยังส่งเงินให้ใช้ จนกว่ามะปรางจะหางานทำได้ด้วยตัวเอง”

“พี่พล!”

เด็กสาวนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะตั้งสติได้ เธอรู้ดีว่าคนอย่างกำนันจอมพล พูดคำไหนย่อมเป็นคำนั้น เขาเด็ดขาด แข็งกร้าว หากตัดสินใจแล้วย่อมไม่มีวันเปลี่ยนใจ และที่สำคัญ เขาไม่เคยกลืนน้ำลายตัวเอง

มะปรางปาดน้ำตาทิ้ง แล้วช้อนสายตาเว้าวอนขึ้นมองชายหนุ่ม

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้น คืนนี้พี่พลต้องทำให้มะปรางมีความสุขหลาย ๆ รอบนะคะ”

กำนันหนุ่มมีสีหน้าผ่อนคลายลง เขารั้งร่างอวบอิ่มกลับเข้ามาแนบชิดอีกครั้ง

“พี่ก็ทำแบบนั้นให้เราเสมออยู่แล้วไม่ใช่หรือไง มานี่มา”

วงแขนแกร่งตวัดรั้งร่างนุ่มนิ่มขึ้นมาเกยบนตัก มือหนาสอดประคองท้ายทอยเด็กสาว โน้มใบหน้าลงบดจูบอย่างเร่าร้อน

ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดร้องขึ้นท่ามกลางความเงียบ กลับฉุดรั้งพายุอารมณ์ให้สะดุดลงกลางคัน

กริ๊ง! กริ๊ง!

กำนันหนุ่มผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงร้องขัดจังหวะขึ้นมาดูเบอร์แปลกหน้า ก่อนจะวางคว่ำลงบนโต๊ะเล็กหน้าเตียง และหันกลับมาให้ความสนใจกับร่างอวบอิ่มบนตักต่อ

“พี่พลไม่รับสายหรือคะ”

“เบอร์แปลกน่ะ ช่างมันเถอะ ถ้ามีธุระด่วนจริงเดี๋ยวเขาก็คงโทรมาใหม่”

พูดจบ มือหนาก็จัดการถอดเสื้อกล้ามตัวบางของเด็กสาวออกจนพ้นทาง โน้มใบหน้าซุกไซ้คลอเคลียร่องอกอวบอิ่ม สองหนุ่มสาวนัวเนียพันตูอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งร่างของมะปรางค่อย ๆ ไถลตัวเลื่อนลงไปคุกเข่าอยู่เบื้องล่างของชายหนุ่ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป