บทที่ 10 บทที่ 10

“อันที่จริงเทย่าจะมาขอพบคุณย่า แต่แม่เลขาหน้าห้องบอกว่าคุณย่าไม่อยู่ และจะไม่เข้าออฟฟิศสักระยะหนึ่งซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ คนที่หายใจเข้าหายใจออกเป็นการทำงานอย่างคุณย่า มีหรือที่จะละทิ้งงานที่บริษัทไปเฉย ๆ แบบนี้”

“คุณหญิงอาจจะมีธุระสำคัญที่จะต้องไปทำด้วยตัวเอง ก็เลยไม่สะดวกที่จะเข้าบริษัทในช่วงนี้ และได้มอบหมายให้ลุงจัดการงานทุกอย่างแทนในช่วงที่ท่านไม่อยู่”

“ลุงทินทราบไหมคะว่าคุณย่าไปไหน และจะติดต่อคุณย่าได้ยังไง”

สุทินส่ายหน้าก่อนจะตอบว่า “ลุงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะคุณหญิงไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรไว้ บอกแต่เพียงว่าจะไม่เข้าบริษัทพักใหญ่ และสั่งให้ลุงดูแลงานที่นี่แทน”

ไม่ว่าทรรศิกาจะถามอะไร เธอก็จะได้รับคำตอบแบบเดียวกับที่เธอเคยได้รับจากทนายสุชาติ คือไม่รู้ ไม่เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น

และนั่นยิ่งทำให้หลานสาวคุณหญิงรู้สึกหงุดหงิดที่ทุกอย่างดูจะไม่ได้ดั่งใจ

ตอนแรกนึกว่าจะได้พบคุณย่าที่นี่ แต่ก็คว้าน้ำเหลวจนได้ แถมยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการอีก

“ถ้าอย่างนั้นเทย่าขอมาทำงานที่นี่” ทรรศิกาเปลี่ยนประเด็น

“ได้สิ เพราะคุณหญิงคิดไว้อยู่แล้วว่าหนูเทย่าจะต้องมาที่นี่ ท่านก็เลยสั่งไว้ว่าถ้าหนูต้องการที่จะมาทำงานก็ให้รับไว้ แต่ให้บรรจุในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาด”

“ตำแหน่งอะไรนะคะ!!” ทรรศิกาถามเสียงสูงปรี๊ด “เทย่าต้องหูฝาดไปแน่ ๆ”

“หนูได้ยินไม่ผิดหรอก” คำตอบที่ได้รับกลับมาไม่สบอารมณ์คนฟัง

“บ้าไปกันใหญ่แล้ว หลานสาวเจ้าของบริษัทจะมาทำงานที่นี่ทั้งที แต่กลับให้เริ่มต้นที่ตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดบริษัท” หญิงสาวโวยวายเสียงดัง พร้อมกับชักสีหน้าบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

“ก็คุณหญิงสั่งไว้เช่นนั้น”

ทรรศิกาทั้งโกรธและโมโหที่โดนคุณย่าเล่นงานหนักขนาดนี้

“ลืมไปได้เลย ให้จนตรอกยังไงเทย่าก็ไม่มีวันมาทำงานต่ำ ๆ ในตำแหน่งกระจอก ๆ แบบนี้หรอกค่ะ เชิญลุงทินเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้คนอื่นเถอะค่ะ เทย่าขอตัวก่อนนะคะ”

หญิงสาวทำความเคารพผู้สูงวัยที่รั้งตำแหน่งรองประธานบริษัท ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยมิยอมฟังคำทัดทานใด ๆ

“เป็นอย่างที่คุณหญิงคาดเดาไว้ไม่ผิด คนอย่างคุณหนูเทย่าไม่มีทางลดตัวลงมาทำงานในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว” สุทินพูดกับตัวเองพร้อมกับส่ายหัว

“ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด พากันเพี้ยนไปละ คิดได้ยังไงว่าจะให้คนอย่างทรรศิกามาเป็นพนักงานทำความสะอาดในบริษัท ฝันไปเถอะ”

เมื่อไม่ได้ความคืบหน้าใด ๆ ทรรศิกาก็ออกอาการเซ็งสุด ๆ จนถึงขั้นบ่นออกมาดัง ๆ

“น่าเบื่อชะมัด!! ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง”

จังหวะนั้นเองโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวกดรับทันทีที่เห็นว่าใครเป็นผู้โทร.เข้ามา

“กรโทร.หาเทย่ามีธุระอะไรหรือเปล่า”

ปกรณ์หัวเราะตามประสาคนอารมณ์ดี “ผมเพิ่งรู้นะว่าต้องมีธุระถึงจะโทร.หาคุณได้”

“เทย่าไม่ได้หมายความแบบนั้น” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาฟังดูแปลกไปจากเดิม

“ทะเลาะกับคุณย่ามาหรือครับ เสียงของคุณฟังดูไม่ดีเลย” ปกรณ์ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“เปล่าค่ะ เทย่าแค่รู้สึกเซ็ง”

“ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้ออกมาทานข้าวกับผมเป็นการแก้เซ็งดีไหม คุณแต่งตัวสวย ๆ รอไว้ได้เลย เดี๋ยวผมขับรถไปรับที่บ้าน”

“กรมารับเทย่าที่สตาร์ไดมอนด์ละกัน เทย่าจะนั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟใต้ตึก มาเร็ว ๆ นะ รู้ใช่ไหมว่าเทย่าไม่ชอบการรอคอย และเบื่อที่จะต้องนั่งรอใครเป็นเวลานาน ๆ”

“กรจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

หลังจากวางสายปกรณ์ก็ขับรถตรงไปรับทรรศิกาตามที่ได้นัดหมายกันไว้

จะว่าไปเขาเพิ่งจะรู้จักเธอได้ไม่นาน ผ่านการแนะนำจากเพื่อนของเธอในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอถูกตาต้องใจเขาตั้งแต่แรกพบ ทั้งที่ตัวเขาเองพบเจอผู้หญิงมาก็มาก เจอลูกคุณหนูมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาประทับใจได้เลยสักคน ยกเว้นเธอ! 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาได้ยินแต่ข่าวในแง่ลบ รวมถึงนิสัยแย่ ๆ ของทรรศิกาอยู่บ่อยครั้งจากคนรอบข้างตัวเธอ เพื่อนของเธอหลายคนก็เคยเอ่ยเตือนเขา

“ถ้าคิดจะคบกับทรรศิกาต้องทนนิสัยขี้วีนของหล่อนให้ได้ซะก่อน”

“ใช่ นอกจากวีนเก่งแล้ว ยังเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองและไม่มีเหตุผล เวลาใครทำอะไรไม่ถูกใจเป็นโดนหล่อนเหวี่ยงใส่ทุกที”

“นี่ถ้าหล่อนไม่รวยจริงแล้วทำนิสัยแย่ ๆ แบบนี้ก็คงไม่มีใครคบหาด้วย”

นี่ล่ะนิสัยของผู้หญิงน่าเบื่อ ปากก็บอกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนินทาว่าร้ายกันลับหลัง

คำบอกเล่าของพวกเซเลบเหล่านั้น ทำให้ปกรณ์หันมาให้ความสนใจในตัวทรรศิกา เพราะอยากรู้ว่าคำพูดพวกนั้นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องความรวย ที่ผ่านมาเขาไม่เคยตัดสินใครเพียงเพราะคำพูด หรือลมปากของคนรอบข้าง และเลือกที่จะสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของบุคคลเหล่านั้นด้วยตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป