บทที่ 3 บทที่ 3
ทรรศิกาหันกลับไปจ้องมองชายหนุ่มคู่กรณีอีกครั้ง เขาเป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ผมและดวงตาสีดำสนิท แววตาของเขาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันของเขาเสริมให้ใบหน้านั้นโดดเด่นและดูคมเข้มสมชายชาตรี จัดได้ว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนใจ เธอพยายามเบียดเขาออกไปเพื่อที่จะขึ้นรถคันดังกล่าว
“ฉันรีบไป คุณรอเรียกรถคันใหม่แล้วกัน” เธอกระแทกเสียงตอบ
ปากพูดอย่าง แต่ใจคิดอีกอย่าง
‘เชอะ! กล้ามากนะที่มาขวางทาง นี่ดีนะที่ฉันรีบไม่อย่างนั้นแม่จะวีนซะให้เข็ด คราวหน้าจะได้ไม่กล้าทำแบบนี้อีก’
น้ำเสียงไม่ใส่ใจ และกิริยาที่ไร้มารยาทของหญิงสาว ทำให้อติรุจซึ่งปกติเป็นคนมีน้ำใจไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับใคร ไม่คิดจะปล่อยมือออกจากประตูรถ และยังคงรั้งไว้ไม่ให้หญิงสาวคู่กรณีขึ้นรถได้
“มีคุณคนเดียวหรือที่รีบ ผมก็มีธุระสำคัญที่จะต้องรีบไปทำเหมือนกัน” ชายหนุ่มโต้ตอบกลับไปแบบไม่ยอมลดราวาศอก
“ทำไมคุณถึงไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย แค่นี้ก็เสียสละให้ผู้หญิงไม่ได้”
ถ้าเธอพูดกับเขาดี ๆ เขาคงยอมหลีกทางให้เธอไปก่อน แต่ทุกอย่างกลับเป็นตรงกันข้าม ตัวเองทำผิดแล้วยังมาหงุดหงิดใส่อารมณ์กับเขา ทำให้อติรุจไม่ยอมอ่อนข้อให้
“ก็ผมรีบ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกวนโทสะ และยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
จุดที่สองหนุ่มสาวยืนอยู่นั้นไม่ห่างจากป้ายรถเมล์ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้ามากนัก ทำให้ผู้คนที่กำลังยืนรอรถอยู่บริเวณนั้นเริ่มหันมาให้ความสนใจ และมองตรงมายังจุดที่เขาและเธอยืนอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนถึงกับหยุดเดินเพื่อหันมาดู
“ฉันว่าถ้าคุณเอาเวลาที่มายืนทะเลาะกับฉันไปเรียกรถคันใหม่ ป่านนี้คุณก็ได้ไปละ” ทรรศิกาบอกอย่างไม่ยอมเช่นกัน
“ใคร ๆ ก็รู้ว่าเวลานี้หารถแท็กซี่ยากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่พวกเขาจะต้องไปส่งรถเพื่อเปลี่ยนกะ”
“นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน หลีกไป” ทรรศิกาพูดด้วยความหงุดหงิดพร้อมผลักตัวเขาอย่างแรง แต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือน และยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม
“ตกลงจะไปไหมครับ” เสียงคนขับดังแทรกขึ้น
ขณะนั้นการจราจรเริ่มติดขัด รถคันหลังต่างก็บีบแตรเร่งเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ไปค่ะ...ไป” ทรรศิกาหันไปตอบคนขับ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะปล่อยมือ เธอจำต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
“คุณทำตัวเองนะ!” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยักคิ้วให้
ยังไม่ทันที่อติรุจจะเข้าใจความหมายที่หญิงสาวพูด เท้าเล็ก ๆ บนส้นสูงสี่นิ้วแถมเป็นส้นเข็มก็กระแทกลงมาที่เท้าของเขาเต็มแรง จากนั้นทรรศิกาก็ผลักเขาออกห่างประตูพร้อมกับก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ชายหนุ่มใช้ความไวคว้าตัวหญิงสาวจอมเถื่อนไว้ แต่ยังไม่ไวพอเขาจึงคว้าได้แต่ถุงกระดาษที่หญิงสาวถือติดมือ
“ปล่อยนะ! ฉันบอกให้ปล่อย” ทรรศิกาออกคำสั่ง
เธอกระชากถุงที่อยู่ในมือ เพื่อหวังจะให้หลุดจากมือเขาแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เพราะอติรุจไม่ยอมปล่อยมือ เขายังคงยื้อถุงใบนั้นไว้แน่น ทั้งคู่ต่างก็ยื้อยุดกันไปมาจนถุงขาดกระจุย ชุดชั้นในวาบหวิวสีสันสะดุดตาหล่นกระจายพื้น
ทรรศิกาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยความอายเธอจึงรีบเอื้อมมือลงเก็บชั้นในเหล่านั้นยัดใส่กระเป๋าตัวเอง เหลือเพียงบราเซียร์ลายเสือที่หล่นไปกองอยู่แทบเท้าเขา และมันอยู่ไกลเกินมือเอื้อม จะลงจากรถเพื่อไปเก็บก็กระไรอยู่จึงตัดใจปล่อยไป แต่ก่อนที่จะปิดประตูรถเธอตะโกนใส่เขาด้วยความหงุดหงิด
“เพราะคุณคนเดียวทำให้ฉันเสียเวลา บ้าที่สุด”
ทรรศิกากระแทกประตูรถใส่หน้าเขาเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ และสั่งให้คนขับแท็กซี่ออกรถเพื่อขับไปส่งยังที่หมายที่เธอต้องการ
หลังจากอติรุจโดนแม่ตัวดีกระทืบเท้าจนเจ็บแล้ว ยังต้องอับอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ยืนดูอยู่ในบริเวณนั้น เขายืนเท้าสะเอวมองรถแท็กซี่จากไปด้วยความหัวเสียจนเผลอสบถออกมา ด้วยไม่คิดว่าจะมาเจอผู้หญิงป่าเถื่อน ไร้มารยาทเช่นนี้
“ซวย...ซวยจริง ๆ”
ขณะที่กำลังจะเดินไปเรียกแท็กซี่คันต่อไปนั้น เขาเหลือบไปเห็นสายตากล่าวหาที่จ้องมองมา ราวกับว่าเขาเป็นฆาตกรโรคจิตจากทั่วทุกสารทิศ ก็ทำให้เขาต้องก้มลงมองตาม บราเซียร์ลายเสือสีดำลายจุดของหญิงเจ้าปัญหานอนนิ่งสนิทอยู่แทบเท้าเขานั่นเอง
เมื่อสายตากล่าวหาเหล่านั้นยังไม่เลิกมอง อติรุจจำต้องก้มลงคว้าบราเซียร์ที่หล่นอยู่แทบเท้ายัดใส่กระเป๋ากางเกงด้วยความโมโห
‘เวรเอ๊ย!...’ เขาสบถในใจ ขณะยัดบราเซียร์ตัวจิ๋วใส่กระเป๋า
“อย่าให้เจออีกเชียวนะ...จะเอาแอลกอฮอล์ล้างปากซะให้เข็ด” เขาพึมพำออกมาด้วยความแค้นเคือง
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเหตุการณ์เช่นนี้ จะทำให้เขาโมโหปนฉุนเฉียวได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ปกติแล้วเขาเป็นคนใจเย็น ไม่ค่อยถือสาหาความอะไรกับใครสักเท่าไร แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงคนนี้
“ผู้หญิงอะไร...หน้าตาก็ดี...แต่กลับไม่มีมารยาทเอาซะเลย”
เขาบอกตัวเองว่าจะจดจำใบหน้าของผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้ไว้ เจอเมื่อไรจะเอาคืนให้เข็ด
เมื่อเหลือบดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ อติรุจก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม เขาเสียเวลาไปมากแล้ว เพราะผู้หญิงคนเดียวทำให้เขาต้องเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ
ตอนนี้มีคนไข้กำลังรอการผ่าตัดของเขาอยู่ และด้วยเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดทำให้อติรุจตัดสินใจใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อให้ไปส่งเขาที่โรงพยาบาลให้ทันกับเวลา ที่เขาจะต้องเข้าห้องผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉินแบบเร่งด่วน
