บทที่ 4 บทที่ 4

เขาบอกตัวเองว่าจะจดจำใบหน้าของผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้ไว้ เจอเมื่อไรจะเอาคืนให้เข็ด

เมื่อเหลือบดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ อติรุจก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม เขาเสียเวลาไปมากแล้ว เพราะผู้หญิงคนเดียวทำให้เขาต้องเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ

ตอนนี้มีคนไข้กำลังรอการผ่าตัดของเขาอยู่ และด้วยเวลาที่เหลืออยู่น้อยนิดทำให้อติรุจตัดสินใจใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อให้ไปส่งเขาที่โรงพยาบาลให้ทันกับเวลา ที่เขาจะต้องเข้าห้องผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉินแบบเร่งด่วน

และทันทีที่หญิงสาวเดินทางไปถึงสำนักงาน ทนายความ เธอรีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของทนายสุชาติ โดยไม่สนใจฟังคำทัดทานของเลขาส่วนตัวที่มายืนขวางหน้าเธอไว้ ทรรศิกาตวัดสายตาคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ด้วยความไม่พอใจที่บังอาจมาห้ามปรามเธอ พร้อมออกคำสั่ง 

“หลีกไป”

เมื่ออีกฝ่ายยังคงยืนปักหลักไม่ยอมล่าถอย ทรรศิกาจึงผลักไหล่เธออย่างแรง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้องทำงานของทนายสุชาติ ด้วยมาดของนางพญาที่พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม เลขารีบเดินตามเข้ามาในห้องดังกล่าวพร้อมกับชี้แจง

“ฉันพยายามห้ามเธอแล้วนะคะบอส แต่เธอไม่ยอมฟังและดึงดันที่จะเข้ามา”

“ไม่เป็นไร...ผมจะคุยกับเธอเอง” สุชาติบอกกับเลขา จากนั้นก็หันไปเอ่ยทักทายหลานสาวเพียงคนเดียวของคุณหญิงทิพย์มณี

“สวัสดีครับคุณเทย่า เชิญนั่งก่อนครับ พายุอะไรพัดพาคุณเทย่ามาหาผมถึงที่นี่ได้”

ทรรศิกาเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเขาตามคำเชิญ จากนั้นก็เปิดประเด็นโดยไม่อ้อมค้อมตามประสาคนใจร้อน

“เกิดอะไรขึ้น”

“เป็นคำสั่งคุณหญิงครับ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็รีบติดต่อคุณย่าให้ยกเลิกคำสั่งนี้ซะ” เธอสั่งอย่างวางอำนาจ

“ทำไม่ได้ครับ”

“ทำไมจะทำไม่ได้” ทรรศิกาตวาดเสียงดังฟังชัด

“เพราะผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าตอนนี้คุณหญิงอยู่ที่ไหน ทราบแต่เพียงว่าท่านต้องเดินทางไปทำธุระสำคัญโดยไม่มีกำหนดกลับ”

“แล้วถ้ามีเรื่องคอขาดบาดตาย หรือมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนขึ้นมา คุณจะติดต่อคุณย่ายังไง”

“อีเมลครับ”

“อีเมล!” ทรรศิกาทวนคำเสียงสูง

“ให้ตายสิ...นี่คุณสุชาติไม่ได้พูดล้อเล่นใช่ไหมคะ”

“ผมไม่กล้านำเรื่องนี้มาล้อคุณเทย่าเล่นหรอกครับ ผมเองก็ติดต่อหาคุณหญิงไม่ได้เหมือนกัน ท่านบอกไว้แต่เพียงว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้ส่งอีเมลหาท่าน แล้วท่านจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับมาเอง”

เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ ทรรศิกาจึงโวยวายใส่ทนายสุชาติโดยไม่ไว้หน้า

“คุณเป็นทนายของคุณย่าประสาอะไร ได้ค่าตอบแทนเดือน ๆ หนึ่งตั้งมากมาย แต่กลับทำงานไม่คุ้มค่าเงิน ถามอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง คุณย่าไปทำอะไรที่ไหน เมื่อไรจะกลับ จะติดต่อคุณย่าได้ยังไง ก็ตอบเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่ได้ว่าไม่รู้”

ทนายสุชาติมิได้ถือโทษโกรธเคือง ที่โดนอีกฝ่ายวีนใส่อย่างไม่ไว้หน้า เขารับฟังคำพูดเหล่านั้นอย่างสงบ

“ก็ผมไม่ทราบจริง ๆ นี่ครับคุณเทย่า เพราะคุณหญิงไม่ได้บอกไว้ ว่าแต่คุณเทย่าพร้อมที่จะฟังสิ่งที่คุณหญิงฝากผมมาบอกคุณหรือยังครับ”

คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

“มีอะไรที่ฉันควรจะรู้แต่ยังไม่รู้อีกหรือ” ทรรศิกาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“มีครับและกรุณาตั้งใจฟังให้จบ เพราะสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้คือคำสั่งของคุณหญิง”

จากนั้นสุชาติก็ถ่ายทอดคำสั่งของคุณหญิงทิพย์มณี ให้ทรรศิกาฟังอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

“นับแต่นี้เป็นต้นไปคุณเทย่าจะไม่สามารถใช้บัตรเครดิต หรือเงินในบัญชีของคุณได้อย่างเสรีเหมือนที่ผ่านมา เพราะคุณหญิงได้สั่งอายัดบัตรเครดิตและเงินในบัญชีธนาคารต่างๆ ของคุณไว้หมดแล้ว นอกจากนี้ยังห้ามมิให้คุณนำเครื่องประดับหรือของมีค่าไปใช้โดยพลการ ที่สำคัญคุณหญิงจะคอยเฝ้าดูความประพฤติของคุณเทย่า และให้โอกาสคุณเทย่าได้พิสูจน์ตัวเองเป็นเวลาสามเดือน ถ้าคุณสามารถทำให้คุณหญิงพอใจกับความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ ทุกอย่างก็จะกลับคืนสู่สภาพปกติ”

“จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันทำไม่ได้อย่างที่คุณย่าต้องการ หรือทำไม่ได้ตามที่ท่านคาดหวังไว้” ทรรศิกาถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นเป็นครั้งแรก

“คุณหญิงก็จะตัดคุณออกจากการเป็นผู้สืบทอดมรดกของท่าน และก็จะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับองค์กรการกุศล”

คำพูดของทนายสุชาติราวกับฟ้าผ่าลงมาตรงหน้า และทำให้หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีถึงกับหมดแรงไปดื้อ ๆ

ทรรศิกาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดคุณย่าถึงได้เล่นตลกกับเธอด้วยวิธีนี้ แต่มันเป็นตลกร้ายที่ทำให้เธอถึงกับขำไม่ออก เพราะไม่คิดว่าคุณย่าจะใช้วิธีนี้ดัดนิสัยเธอ

แม้ไม่อยากจะเชื่อ...แต่ก็ต้องเชื่อ...เพราะมันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ

ฟ้าถล่มดินทลายเป็นอย่างไร ทรรศิกาเพิ่งจะเข้าใจเป็นครั้งแรก เมื่อคุณย่ากำลังจะลอยแพเธอ...

‘คุณย่าทำอย่างนี้ได้ยังไง...ไม่ยุติธรรมสักนิด’ เธอได้แต่รำพึงรำพันอยู่ในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป