บทที่ 7 บทที่ 7
“ฉันต้องขอบคุณคุณทนายด้วยไหมคะ ที่อุตส่าห์หวังดีมาช่วยเก็บข้าวของให้” ทรรศิกาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ใบหน้างามของเธอติดจะบึ้งตึง
แต่ทนายสุชาติไม่ถือสาหาความหญิงสาวรุ่นลูก เพราะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี
“ผมทำทุกอย่างตามคำสั่งของคุณหญิงครับ”
นี่มันอะไรกัน!!
‘นรกชัด ๆ’
ไหนจะถูกยึดรถคันหรูคู่ใจ ถูกอายัดบัตรเครดิตและเงินในบัญชีธนาคาร เท่านั้นยังไม่พอยังต้องระเหเร่ร่อนออกไปหาที่อยู่เอง แต่ไม่เป็นไร เรื่องจิ๊บ ๆ แค่นี้เธอจัดการได้แน่ ก็แค่หยุดสร้างข่าวฉาว หยุดเที่ยวเตร่เฮฮาปาร์ตี้สักพัก หางานทำ และทำดีเพื่อสังคม แค่นี้คุณย่าก็ใจอ่อนแล้ว
แกล้งทำตัวเป็นคนดี เพื่อแลกกับชีวิตปกติที่เคยได้รับ ลำบากนิดหน่อยจะเป็นไรไป
“คุณหญิงยังให้ผมย้ำกับคุณเทย่าว่าคำสั่งเหล่านี้จะถูกยกเลิก ก็ต่อเมื่อคุณหญิงเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นของคุณเทย่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหญิงแต่เพียงผู้เดียวว่าสมควรจะให้คุณเทย่ากลับมาใช้ชีวิตเป็นนางหงส์เช่นเดิม หรือปล่อยให้คุณเทย่าใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ โดยที่ท่านจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของคุณ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของท่านเช่นกัน”
“ทำไมคุณย่าถึงทำกับหลานสาวคนเดียวของท่านแบบนี้คะ” หญิงสาวโอดครวญเมื่อรู้ชะตากรรมของตนเอง
“เรื่องนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันครับ คุณเทย่าคงต้องไปถามคุณหญิงเอง”
เมื่อทนายสุชาติมองเห็นสายตาหวาดหวั่นต่ออนาคตของทรรศิกา ทำให้เขาตัดสินใจเอ่ยปากแนะนำอะไรบางอย่างกับเธอด้วยความจริงใจ โดยที่อีกฝ่ายมิได้ร้องขอ
“ในฐานะที่ผมเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนคุณ ขอแนะนำว่าคุณต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตของคุณ พยายามปรับปรุงตัวเพื่อให้คุณหญิงเห็นว่าคุณสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยที่คุณหญิงไม่ต้องคอยให้ความช่วยเหลือคุณเหมือนที่ผ่านมา และคุณต้องทำมันอย่างจริงจังมิใช่เสแสร้งแกล้งทำ เพียงเพื่อให้หลุดพ้นไปจากวิกฤติในครั้งนี้”
ปรับเปลี่ยนตัวเองซะใหม่! พูดง่าย แต่ทำยาก
หลังจากอึ้งและคิดอยู่ครู่ใหญ่ก็ขอตัวเพื่อจะกลับเข้าไปในบ้าน ทนายสุชาติถามว่าเธอต้องการอะไร เพราะเขาได้ให้คนรับใช้จัดของมาให้หมดแล้ว
“ฉันจะกลับเข้าไปเอาเครื่องประดับที่คุณย่าเคยยกให้”
“คุณหญิงสั่งให้คุณสร้อยเก็บไปหมดแล้วครับ”
คำตอบของทนายความประจำตัวคุณย่าทำให้ทรรศิกาถึงกับอึ้งไป ขณะที่หญิงสาวกำลังสับสนวุ่นวายกับวินาทีตกกระป๋องนั้น ทนายสุชาติก็ยื่นมือมาตรงหน้าเธอ เธอมองมือนั้นด้วยความงุนงงพร้อมถามด้วยสายตาว่าต้องการอะไร
“ขอนาฬิกาคืนด้วยครับ”
หลานสาวคุณหญิงปลดนาฬิกาที่ข้อมือของตนเองส่งให้เขาแบบงง ๆ จากนั้นก็ปลดสร้อยพร้อมจี้เพชรและต่างหูเพชรส่งให้ทนายสุชาติ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอยืนตัวแข็งค้าง พร้อมกองกระเป๋าสัมภาระมากมาย อยู่หน้าโรงแรมระดับห้าดาวที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ซึ่งเธอและกลุ่มเพื่อนไฮโซมักจะนัดรวมตัวกันมาทานข้าว และจัดงานปาร์ตี้หรูหราที่โรงแรมแห่งนี้อยู่เป็นประจำ
หลังจากยืนแข็งค้างเป็นท่อนไม้อยู่พักใหญ่ ทรรศิกาก็ได้สติ เธอจึงเห็นว่ามีพนักงานโรงแรมยืนมองเธออยู่ไม่ไกล ด้วยศักดิ์ศรีทรรศิกาเชิดหน้า จิกสายตามองไปยังกระเป๋า และทำสัญญาณมือให้พวกเขาเหล่านั้นยกของตาม
เธอก้าวเดินด้วยมาดของสาวมั่นตรงไปยังแผนกต้อนรับ เพื่อขอเปิดห้องสวีตที่ราคาแพงตกคืนละหลายหมื่น แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนั้น ถึงอย่างไรโรงแรมนี้ก็ต้องส่งบิลไปเรียกเก็บกับคุณย่าของเธออยู่ดี เพราะที่ผ่านมามันเป็นเช่นนั้นเสมอ ทรรศิกาจึงไม่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตรงจุดนี้ คิดง่าย ๆ เพียงว่าเดี๋ยวส่งอีเมลไปง้อคุณย่าเสียหน่อย คุณย่าก็คงจะใจอ่อนและสั่งให้ทนายสุชาติมารับเธอกลับบ้าน
แม้รู้สึกหวาดหวั่นกับอนาคตของตนเองอยู่บ้าง แต่จะให้คนอย่างทรรศิกาไปพักอยู่ในโรงแรมกระจอก ๆ คงไม่ได้หรอก ถ้าบังเอิญกลุ่มเพื่อนไฮโซมาพบเจอเธอในสถานที่พวกนั้น ชื่อเสียงที่เธอสู้อุตส่าห์สั่งสมมาก็ย่อยยับหมดน่ะสิ
แค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านกระเป๋าแบรนด์เนมในวันนี้ ก็ทำให้เธออายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แถมยังแอบเห็นเนตรนภายิ้มเยาะหยันให้ ที่สำคัญเพื่อนปากโทรโข่งคนนี้ยังได้ยินตอนที่เธอคุยโทรศัพท์ขณะที่อยู่ในร้าน ป่านนี้คงเอาเรื่องของเธอไปเมาท์กันอย่างสนุกปาก แล้วจะให้เธอลดตัวไปพักโรงแรมเกรดต่ำกว่านี้ได้อย่างไร ขืนทำอย่างนั้นก็ยิ่งเป็นการสนับสนุนข่าวลือที่เนตรนภานำไปเมาท์กับผองเพื่อนน่ะสิ เธอยอมไม่ได้เด็ดขาด งานนี้ทรรศิกาสู้ไม่ถอย
ทายได้เลยไม่เกินสามวันคุณย่าจะต้องใจอ่อน และส่งคนมารับเธอกลับบ้าน
