บทที่ 10 ตามหา

EP.10

“งมเข็มในมหาสมุทรเลยนะนั่น”

“แกหมายถึงอะไร แกจะไม่หาจะลาออกใช่ไหม”

“ผมหมายถึงว่าถ้าจะต้องไปตามหาที่เดิมมันคือการงมเข็มในมหาสมุทร ทำไมไม่ลองหาให้ทั่วดูก่อน”

“ยังไงฉันก็จะไป มันเป็นที่สุดท้ายที่ฉันคิดว่ามันจะอยู่ ถ้าแกไม่อยากไปก็แค่ลาออก”

“ไปครับไป นายหญิงใจเย็นนะครับ ผมนวดให้ดีกว่า”เขาลงมานั่งด้านล่างโซฟา บรรจงนวดเท้ามิลินให้เธอผ่อนคลาย“นายหญิงตัวร้อนนะครับ”สัมผัสแรกเขารู้สึกได้อย่างนั้น แต่ก็นวดเพื่อเอาอกเอาใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องปรนนิบัติมิลินอย่างดีอยู่แล้ว

“ช่างมันเถอะ”

“ยังไม่หายดีจะรีบหนีออกจากโรงพยาบาลทำไม”

“ฉันไม่ได้หนีออกจากโรงพยาบาล ฉันหนีคนที่ช่วยฉัน”

“หนีทำไมครับ”

“ไม่อยากอยู่ น่ารำคาญ ผู้ชายคนนั้นขอให้ฉันอยู่กับเขา ขอมีเซ็กซ์แลกผลประโยชน์ แกคิดว่าคนดีไหมล่ะ”

“แล้วนายหญิงก็ให้เหรอครับ”

“อือ แต่ก็ฆ่าไปแล้วด้วย”

“อีกแล้วเหรอครับ”เตชินท์ขมวดคิ้วยุ่งพร้อมกับถอนหายใจออกมาพรืดยาว

“อีกแล้วอะไร”

“ฆ่าคน พร่ำเพื่อเกินไปนะครับ บางทีผมว่านายหญิงมองโลกในแง่ร้ายเกินไปด้วยซ้ำ เขาอาจจะหวังดีจริงๆก็ได้”

“คิดมาดีแล้ว ผู้ชายคนที่ช่วยฉัน มันเป็นคนเดียวกับที่ฉันคิดว่ามันทำของใส่อ่ะ มันน่าจะทำอย่างนั้นจริงๆ”

“…”

“เงียบทำไม? เถียงไม่ออก? เห็นด้วยใช่ไหมล่ะ”

“บางทีนายหญิงก็ควรรู้ใจตัวเอง นายหญิงอาจจะอยากมีเซ็กซ์กับเขาจริงๆก็ได้นะครับ แค่พูดว่าติดใจเขา ชอบเซ็กซ์ของเขามากๆจนเก็บมาฝันมันไม่ยากนะครับ ไม่ต้องเก๊กครับอยากได้เขาก็แค่สานต่อ ไม่เห็นต้องฆ่าเลย”

เพียะ!

“โอ้ย!!!! เตชินท์สะดุ้งโหยงเมื่อถูกมิลินตบปาก แรงมือของมิลินหนักเล่นเอาระบมไปทั้งปาก“นายหญิงตบผมทำไม”

“หุบปากสิ! ไม่รู้อะไรไม่ต้องพูด!”

เตชินท์ใช้มือปิดปากตัวเองทันทีเมื่อเห็นว่ามิลินง้างมืออีกรอบ ทำให้เขารีบขยับตัวออกห่าง

“พอแล้ว เจ็บครับ”

“เจ็บก็ดี ถ้าแกพูดจาน่ารำคาญอีก ฉันจะตบให้เลือดกบปากเลยคอยดู”

“…”เตชินท์ส่ายใบหน้าเบาๆ เขาคงต้องปล่อยให้คนดื้อด้านอย่างมิลินทำตามความต้องการของตัวเองไปตลอด หย่อนสะโพกลงโซฟาอีกครั้งอย่างปลงตก กำลังจะอ้าปากพูดแต่มิลินก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินเข้าห้องไป

.

.

.

ฝีเท้าหลายคู่เหยียบย่ำกองใบไม้แห้งสีน้ำตาลมุ่งหน้าเข้าป่า ก่อนที่แสงอาทิตย์จะหมดลง มิลินตัดสินใจมาตามหากุหลาบซ่อนพิษกระทันหันหลังจากใช้เวลาคิดทบทวนและวางแผนอยู่นาน

“นายหญิงทำไมมาเอาป่านนี้มันจะมืดแล้วนะครับ”ลูกน้องคนหนึ่งบ่นขึ้นมาในขณะที่เร่งฝีเท้าเดินตามหลังมาด้วยความหวาดระแวง โดยมีเตชินท์และคนอื่นอีกหลายคนเดินนำหน้าไปก่อนแล้ว

“ไม่อยากมาจะตามมาเพื่อ?”

“ตอนกลางวันผมว่ามันหาง่ายกว่านะครับ”

“มึงจะให้พวกไอ้เมฆาดักฆ่าเรารึไง ….ทุกคนเงียบปากไปนะ ไม่ต้องถามอะไรอีก”

มิลินตัดบทด้วยความรำคาญ เธอเริ่มทำสมาธิแล้วท่องคาถาเพื่อเปิดทางหาของชิ้นสำคัญ สองมือประนมพร้อมธูปในมือ เดินทางเริ่มต้นจากทางเดิมที่ตัวเธอหนีเมฆามาเพื่อหาทางไปยังจุดที่เจอมาร์ติน คาดว่าสร้อยของเธอน่าจะหล่นอยู่ระหว่างทาง ไม่ลืมไหว้ขอเจ้าที่เจ้าทางให้ภารกิจในค่ำคืนนี้สำเร็จ

“นายหญิงจำทางถูกแน่ใช่ไหม นี่ก็ใกล้มืดผมกลัวว่าพวกเราจะหลงกัน”

“แน่ เดี๋ยวเดินไปอีกหน่อยมันจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่งที่เป็นจุดสำคัญ”

“อีกไม่นานก็จะมืด เดินป่าเวลากลางคืนมันไม่ง่ายขนาดนั้นนะครับ ต้นไม้มันก็เหมือนกันทุกต้น นี่ถ้าเราหลงกันเนี่ย จากคนที่มาหาของเราจะเป็นผู้ประสบภัยเลยนะ ฮ่าๆๆๆๆ”เตชินท์พูดทำลายบรรยากาศเพื่อให้มิลินลดความตรึงเครียดลง แต่เหมือนจะไม่สำเร็จไม่มีใครขำกับเขาสักคน

“แกควรเก็บปากไว้กินน้ำพริกนะ ปากหมาจริงๆ อย่ามาพูดจาถ่วงคนอื่น ฉันมั่นใจว่าฉันจำได้ละกัน”

มิลินรีบจ้ำเท้าเดินหาจุดเดิมที่เคยมา เสียงนกเสียงสัตว์ขนาดเล็กร้องตลอดทางทำให้บรรยากาศไม่วังเวงจนเกินไป จนกระทั่งมาเจอกับต้นไม้ต้นใหญ่ เดินมาถึงตรงนี้ได้ก็หมดแรง เตชินท์เด็ดใบไม้จากกิ่งไม้หลายกิ่งมาปูพื้นให้มิลินรองนั่ง“นายหญิงนั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพวกผมหาสร้อยให้”

“ขอบใจ ถ้าตรงนี้ไม่เจอ ไปดูตรงนู้น ระวังตัวด้วย”เผื่อว่ามันจะเป็นสถานที่เดียวกันกับวันนั้น เพราะหามาตลอดทางไม่เจอนี่เป็นที่สุดท้ายแล้วจริงๆ

“เฮ้ย!”เตชินท์อุทานด้วยความดีใจเสียงสั่นทำให้หลายคนแตกตื่น และมุ่งตรงเข้ามาหาเขา

“อะไร! เจอแล้วเหรอ!”

“เจอปืนนายหญิงว่ะ”

มิลินหุบยิ้มลงโดยอัตโนมัติ มือเรียวตีหลังเตชินท์เบาๆโทษฐานทำให้ดีใจเก้อ“ฉันก็นึกว่าแกเจอสร้อย”

“อย่างน้อยก็มาถูกทางแล้วกันนะครับ”

“มันเหลือจุดสุดท้ายแล้วแกต้องหาให้เจอนะ”

“ครับนายหญิง ผมว่านายหญิงกลับไปนั่งรอเถอะเดี๋ยวพวกผมหาให้”

“อือ”

“ …..พวกมึงหาให้เจอนะ และถ้าใครเหยียบมันกูจะตัดหัวทิ้งให้หมด ไอ้พวกเวร”เตชินท์ประกาศกร้าว จากนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายไปคนละจุด ทำอย่างที่เตชินท์กำชับหาอย่างระมัดระวัง

“แล้วเจอมีรางวัลอะไรให้ละพี่”

“บ้านพร้อมหนี้สิน”เตชินท์หันมองมิลิน มุกของเขาอาจจะเรียกรอยยิ้มได้นิดหน่อยจากทุกคน ซึ่งใช้ไม่ได้กับเธอ บุคคลที่เขาเป็นห่วงมากที่สุด

แสงสว่างจากพระอาทิตย์ค่อยๆหมดลงไปทุกที เตชินท์หยิบไฟฉายที่เตรียมมาด้วยเป็นตัวช่วยในการมองทาง เขาส่องไฟฉายเดินตามหาในอาณาบริเวณที่มิลินบอกอย่างจริงจัง

พรึ่บ!

“กูแสบตา จะส่องทำไมวะ”เตชินท์เงยหน้าขึ้นมาอย่างหงุดหงิด แต่กลับต้องชะงักไปเมื่อชายฉกรรจ์สามคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ใช่คนที่เขารู้จัก

“คุณกำลังเดินเข้ามาในอาณาเขตของพวกผม”

เตชินท์หันซ้ายหันขวาก็พบว่าตัวเองเดินห่างจากจุดที่มิลินบอกไว้ประมานหนึ่ง คนอื่นก็ไม่มีใครเดินตามเขามาเลย เพื่อตัดปัญหาเตชินท์ยกมือไหว้ขอโทษชายที่ยืนอยู่ข้างหน้า“ผมมาหาของให้เพื่อนผม พวกผมมาดี ไม่มีเจตนาบุกรุก ขอโทษที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนว่าที่นี่เป็นที่ของคุณ”

“เพื่อนของคุณ ใครเหรอ แล้วหาของอะไร ใช่แบบเดียวกับที่ผมกำลังหาหรือเปล่า”

“ผมคงไม่สะดวกบอก ขอโทษด้วย”

“ไม่เป็นไร แต่เมื่อวันก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีมาที่นี่เหมือนกัน และผมก็ช่วยไว้ แล้วเธอก็มีของที่กำลังตามหาเหมือนกัน ถ้าตอนนี้คุณต้องการให้ผมช่วยอะไรบอกผมได้นะ”

“ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นแบบไหนครับ”เตชินท์ยิ้มแหยๆ ถ้าไม่ติดว่ามิลินบอกไว้ว่าชายคนนั้นที่ช่วยเธอไว้ตายไปแล้วคงคิดว่าเป็นคนเดียวกัน

“สวย น่าค้นหา ผมยาว….”

“…?”เตชินท์ตั้งใจฟังแต่ชายผู้นั้นก็ไม่ตอบออกมาเสียที รอยยิ้มของเขาก็ดูแปลกๆ

“ช่างเถอะ ให้ผมช่วยพวกคุณไหมล่ะ”

“เต หาเจอไหม”มิลินแทรกขึ้นมา ความสลัวของแสงไฟทำให้เธอยังมองไม่ชัดว่าเตชินท์ยืนคุยกับใคร เธอจึงเดินเข้าไปหาเตชินท์เพื่อเข้าไปกอดคอเขา

ดวงตากลมโตเบิกโพลง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้มิลินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปไว้ชั่วขณะชายผู้ที่คุยกับเตชินท์อยู่คือมาร์ติน บุคคลที่เธอเพิ่งทำให้เขาตายไป

ทำไมเขามายืนอยู่ตรงนี้ ทำไมเขาไม่ตาย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป