บทที่ 11 อาละวาด

EP.11

“คะ…คุณ” มิลินกำหมัดแน่น เนื้อตัวสั่นเทิ้มปลดปล่อยหยาดน้ำตาออกมาเปียกเปื้อนพวงแก้มนิ่ม ความเจ็บปวดที่แขนจากรอยเล็บของตัวเอ็งตอกย้ำว่าสิ่งที่เจอไม่ใช่แค่ฝันไป

“รู้จักกันเหรอครับ”เตชินท์ถามมาร์ตินด้วยความสงสัยและที่ไม่เข้าใจไปมากกว่านั้นคือปฏิกิริยาของมิลินในตอนนี้

“นี่ไงผู้หญิงที่ผมช่วยไว้ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่นะ”

“แต่นายของผมบอกว่าคนที่ช่วยเธอตายไปแล้วนะครับ”

“ตายอะไรล่ะคุณ ผมก็ยืนอยู่ตรงนี้ตัวเป็นๆเลย”

ปัก!

ร่างเล็กปรี่เข้าหามาร์ติน มือเรียวฟาดแผงอกของเขาเต็มแรง“ทำไมคุณถึงไม่ตาย”ความหงุดหงิดทั้งหมดเป็นมวลให้เธอตะคอกเสียงดังจนทำลายความเงียบสงบของป่า

“…”

“ตอบคำถามฉัน!”

“เพราะผมยังมีลมหายใจไง”

“…”มิลินขบกรามแน่น คำตอบของเขายิ่งทำให้เดือดดาล ทำไมการฆ่ามาร์ตินถึงมีความผิดพลาดมากขนาดนี้ ทำไมเขาไม่เป็นอะไรเลย

“แล้วทำไมผมต้องตายจริงๆหลังจากมีเซ็กซ์กับมีนแบบที่มีนต้องการ ผมตายคาเตียงได้อย่างเดียว เนี่ยแล้วมีนก็หนีผม”

“…”

“ถ้าไม่ตอบแปลว่าพอใจกับคำตอบ”

มิลินไม่ได้ยินคำถามเพราะเธอกำลังใช้สมาธิคิดทบทวนบางเรื่อง

‘เอานี่ไปซะ’

‘คืออะไรเหรอคะ’

‘มันเรียกว่ากุหลาบซ่อนพิษ’

‘สวยจังคะ’

‘กุหลาบซ่อนพิษอันนี้ต้องใช้ควบคู่กับคาถามากมายที่ข้าสอนไป หากว่ามีสิ่งใดหรือมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับกุหลาบซ่อนพิษของเอ็ง เอ็งจะตาย เพราะฉะนั้นจงเก็บรักษามันไว้ให้ดีทั้งคู่’

‘ถึงตายเลยเหรอคะ มันไม่มีวิธีทำให้กุหลาบอันนี้ไม่มีวันสลายไปเลยเหรอคะ หรือเอาแค่คาถาอย่างเดียวอ่ะค่ะ ไม่เอากุหลาบ ดูแล้วน่าจะยุ่งยาก’

‘ข้าเชื่อมมันกับเอ็งแล้ว ตอนทำพิธีไง ทุกอย่างมีข้อดีมันก็ต้องมีข้อเสีย มันถูกกำหนดไว้แล้ว จำเอาไว้ รักษามันให้ดี’

‘แล้วอะไรไม่ดีที่ท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นคืออะไร’

‘สิ่งที่เอ็งต้องการคือการฆ่าคนใช่ไหม นี่คือการฆ่าคนแบบสารพัดนึกที่เอ็งสามารถทำให้เขาตายแบบที่เอ็งต้องการได้ ทรมานแค่ไหนก็แล้วแต่เอ็งจะกำหนด มันร้ายแรงมากหากเอ็งดูแลกุหลาบซ่อนพิษไม่ดี ทำให้มันแตกหักมันจะเสื่อมสภาพ ของจะย้อนเข้าตัวมันจะทำให้เอ็งค่อยๆทรมานแล้วก็ตายภายในชั่วโมงนั้น หรือหากมีคนพยายามทำลายมันให้แหลกสลายไป นั่นก็หมายถึงคนๆนั้นตั้งใจจะตัดพิษเอ็งด้วย แปลว่าเอ็งจะต้องตายอย่างเดียว’

เธอพยายามคิดหาคำตอบที่ดี แต่ภาพวันที่เธอเข้าไปกราบขอคาถาร้ายแรงนี้ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ทำให้เธอคิดทบทวนหลายๆอย่างไปพร้อมกัน รวมถึงได้คำตอบว่าทำไมเขาถึงมายืนตรงนี้ได้ แต่ก็เกิดความสับสนมากมายเช่นกัน คำพูดของพยาบาลสาวก็แวบเข้ามาในความทรงจำทันที

“มันเสื่อมเหรอ แล้วทำไมฉันไม่ตาย มันเกิดอะไรขึ้น”

“มีนเป็นอะไรรึเปล่า”มาร์ตินยื่นมือมาสัมผัสด้วยความห่วงใย เธอปัดป้องออกไปทันที ยังคงรับความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ คนที่ทำให้กุหลาบซ่อนพิษของเธอหลุดไปจากตัวคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมาร์ติน

“นายหญิงเป็นอะไรครับ”เตชินท์มอบความห่วงใยด้วยการโอบกอดซึ่งเธอบีบมือเตชินท์แน่น

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!

หญิงสาวกรี๊ดเสียงดังราวกับคนเสียสติ สะบัดเตชินท์ออกจากการเกาะกุม หากกระสุนกระหน่ำฝังทะลุร่างมาร์ตินแล้วไม่ตายเขาคงไม่ใช่คน

“ฆ่ามันซะ!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มิลินสั่งการแบบไร้เหตุผล แต่ใช่ว่าเตชินท์จะเห็นด้วยกับมิลินทุกเรื่อง เตชินท์ยืนเก้ๆกังๆ ไม่กล้าออกคำสั่งลูกน้องด้านหลัง

“เดี๋ยวสิ! ผมพาลูกน้องมาเยอะเลยนะ มาช่วยมีนหาของน่ะ” ชายฉกรรจ์ร่วมยี่สิบคนเดินมารวมตัวกันที่จุดนี้ ทุกคนมีอาวุธครบมือมากกว่าที่คนของฝั่งมิลินมี “พวกผมมาดี ไม่ต้องกลัวนะพวกผมไม่ทำร้ายใคร อีกอย่างอาวุธน่ะแค่ป้องกันตัว”

มิลินปาดน้ำตาออกลวกๆ เธอตั้งปณิธานเอาไว้เลยว่าหากมีโอกาสเธอจะคิดหาวิธีฆ่าเขาอีกและฆ่าด้วยวิธีที่ทรมานที่สุดก่อนจะสิ้นใจ

“ทุกคนถอย กลับ!”

“เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน ยังไม่เจอของไม่ใช่เหรอ”

“อยากตายนักหรือไง!”

“อยากตายอะไร? ผมจะมาช่วยมีนหาของไงมีนจะรีบไปไหนล่ะ”

การแสร้งตีหน้าซื่อตาใสของเขาทำให้เธอยิ่งเดือดดาล“ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณช่วย”

“แต่เพื่อนมีนเหมือนจะต้องการความช่วยเหลือนะ”

“ฉันไม่ได้อยากเป็นหนี้บุญคุณคนอย่างคุณ”

“แล้วนี่มีนจะไม่แนะนำผมให้เพื่อนมีนรู้จักกับผมเหรอ แนะนำผมเหมือนที่มีนบอกกับไอ้ภาสน่ะ”

“…” หญิงสาวกัดฟันกรอดๆ ไม่มีอะไรน่าโมโหเท่าเขาได้ยินเรื่องที่เธอสร้างขึ้นมาด้วย

“คืออะไรครับนายหญิง”

“ไม่มีอะไรหรอก เราไปหาของกันต่อเถอะ”

“เดี๋ยวผมช่วยมีนหาเอง”

“งั้นคุณก็หาไปเลย ฉันจะกลับกับเพื่อนของฉัน”

“ช่วยน่ะก็ช่วยได้ แต่ใจคอจะไม่อยู่ที่นี่ก่อนเหรอ ผมไม่ชอบคนที่ไม่รักษาสัญญานะ พูดอะไรไว้หวังว่าจะจำได้”

เขาคิดจะเล่นแง่กับเธอโดยการใช้คำพูดของเธอตอนที่เธอคิดว่าเขาไม่มีลมหายใจแล้วมาเป็นคำสัญญาอย่างนั้นหรือ

“เต แกพาคนอื่นกลับไปก่อนเถอะ ขอบคุณที่วันนี้มาช่วย เดินทางปลอดภัย”

“แต่หลายคนช่วยกันหาดีกว่านะครับ”

“แกไปเถอะ!”

ครั้นมิลินขึ้นเสียง การไม่ทำตามถือเป็นการนำหายนะมาสู่ตน“ครับ ระวังตัวด้วยนะครับ”

“ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก”

“…”เตชินท์ตัดใจเดินกลับไปทางเดิมพร้อมกับพรรคพวกแต่ยังพะวงหลังเป็นห่วงมิลินมากถึงมากที่สุด

“สร้อยของมีนตกบริเวณไหนล่ะ”

“มันคงมีสัตว์ป่าเหยียบไปแล้ว หรือไม่ก็มีสัตว์ขโมยไป”มิลินตั้งใจเน้นเพื่อกระแนะกระแหนมาร์ติน ในเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยให้เธอไปง่ายๆ เธอก็จะอยู่กับเขาแม้จะฝืนใจก็ตาม

“อะไรทำให้มีนมองผมในแง่ร้าย ถ้าผมเป็นแบบนั้นผมจะพาลูกน้องมาที่นี่ทำไม”

“…”

“เมื่อกี้ผมได้ยินมีนบอกว่าอะไรซักอย่างเสื่อม ทำไมมีนถึงคิดว่ามันเสื่อมล่ะ”

“ไม่ต้องรู้”

“แปลว่าจะไม่หาแล้ว?”

“หาไปก็ไร้ประโยชน์”

“จะไม่ลองหาดูสักหน่อยเหรอ เผื่อมันจะสามารถแก้ไขได้ ผมให้ลูกน้องรื้อทั้งป่าก็ได้”

“…”มิลินแย่งไฟฉายกระบอกใหญ่มาจากมือมาร์ติน ทำสิ่งที่น่าเวทนาที่สุดนั่นก็คือตัดสินใจหาสร้อยต่อแม้ความหวังของเธอจะไม่มีแล้ว

“ไปนั่งดูผมทำงานไหม จะได้ใจเย็นลง เรื่องหาของลูกน้องผมจัดการให้ได้นะ”

“ไร้ประโยชน์ คนหวังดีจอมปลอม”

แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นเธอก็จำใจเดินตามไปอยู่ดี หงุดหงิดอย่างมากที่ไม่มีอะไรเป็นใจเธอเลยสักนิด เธอหันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นชายหลายคนก้มหาของจริงๆ

“ตบตาเก่ง”

“มีนเลิกมองโลกในแง่ร้ายเถอะ”

“ก็เพราะคุณไม่ใช่คนดีไง”

มิลินสะบัดตัวเดินหนี เดินออกห่างจากมาร์ตินไม่อยากใกล้ชิดเขาแม้แต่นิด เดินไปอีกซักพักก็เจอแคมป์คนงานชั่วคราว พวกเขากำลังลำเลียงกล่องขนาดใหญ่ไปขึ้นรถบรรทุกสินค้า สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่มิลินที่เดินเข้ามา พวกเขาให้ความเคารพมิลินพอๆกับมาร์ติน ตามคำพูดของเธอคืนนั้น

“มีทางออกจากป่าอีกทาง แต่คุณก็ไม่ยอมบอกลูกน้องฉัน”

“ก็พวกมันไม่ถาม ผมว่ามีนเลิกร้องไห้ก่อนเถอะ การฟูมฟายไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เช็ดน้ำตาซะ”

“บอกลูกน้องของคุณด้วยว่าฉันไม่ใช่เมียคุณ” ร่างอรชรหย่อนสะโพกที่เก้าอี้ผ้าใบอย่างไม่มีทางเลือก คนงานแต่ละคนหน้าตาโหดจนมิลินกลัวและระแวงสายตาพวกเขาอย่างมาก จนในที่สุดเธอต้องย้ายมานั่งข้างมาร์ติน ไม่รับทิชชู่ที่เขาให้มาใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกลวกๆ ความเหนื่อยทำให้เธอไม่ปฏิเสธน้ำเปล่าที่เขาให้มา

“พวกมันไม่ทำอะไรมีนหรอก พวกมันรู้ว่ามีนเป็นคู่นอนผมไง”

“คู่นอน? ตลก!”

“มีนคงความจำสั้นสินะ อยากให้ผมเอามีนตรงนี้ไหม เผื่อจะนึกขึ้นได้”

“อย่ามาทำตัวทุเรศให้มากนะ”

“ผมอยากเอามีนจัง ตอนนี้ตรงนั้นมันพร้อมมากแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป