บทที่ 13 หวาดระแวง
EP.13
มาเฟียหนุ่มนอนทับเรือนร่างของหญิงสาวหลังจากที่เขาปลดปล่อยความต้องการมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ใบหน้าคมซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอด้วยความหลงใหล แม้จุดเชื่อมต่อหลุดออกจากกันไปแล้วแต่เขาก็ยังขย่มบนตัวเธอในระหว่างที่ให้เธอนอนพัก
“ออกไปจากตัวฉันนะ ฉันอึดอัด”
“ผมอยากกลืนกินมีนอยู่แบบนี้ เวลาที่ของมีนรัดของผมมันฟินมาก เวลาที่ได้นอนบนตัวมีนผมไม่อยากจะลุกไปไหน มันไม่มีคำพูดใดมาอธิบายถึงช่วงเวลาที่แสนพิเศษนี้ได้ดีเท่าที่ร่างกายผมแสดงออก มีนน่ากระแทกอีกจัง”
“ออกไป!”
“ผมอยากดูแลมีนนะ ไม่ใช่แค่อยากได้ เดี๋ยวมีนจะมองผมในแง่ร้ายอีก”
“ฉันบอกให้ลุกออกไป!”
“ผมยังไม่ได้ทำให้มีนเสร็จเลยนะ”
“ฉันไม่ไหวแล้ว”เขาขยับตัวลุกขึ้นให้เธอหายใจได้สะดวกเพียงชั่วครู่ เธอไม่มีแม้แต่แรงจะลุกหนี ร่องสวาทที่บวมเป่งถูกเขาใส่แก่นกายเข้ามาอีกรอบ แล้วค่อยๆสอดเข้าไปจนสุดโคนมันสร้างความทรมานให้เธอได้อย่างดี เขายังไม่เริ่มบทรักครั้งใหม่ยังคงนอนทับร่างของเธอเหมือนเดิม
“อยากแช่มันไว้ ตอนนี้ให้มีนพักอีกห้านาทีนะ ผมคงเป็นผู้ชายที่แย่มากที่ทำให้ผู้หญิงเสร็จไม่ได้ ผมต้องทำให้มีนเหมือนเจ้าหญิงหลังจากเอาเสร็จ ต้องกอดต้องหอม ไม่ทำเหมือนตัวเองเสร็จคนเดียวแล้วจะทิ้งมีนไว้กลางทางแบบนี้”
“ถ้าฉันเสร็จรอบนี้ คุณต้องปล่อยฉันนะ”เธอเสนออย่างไม่มีทางเลือก
“ถ้ามีนยอมเอากับผมดีๆนะ”
“อือ”สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจยินยอมเพื่อแลกกับอิสระชั่วคราว การทำให้ตัวเองมีอารมณ์ร่วมกับเขาเป็นเรื่องที่ยากแต่เธอก็กัดฟันสู้ต่อความทรมานนั้นเพื่อให้รอดพ้นจากเขา
สุดท้ายเธอก็สามารถปลดปล่อยออกมาได้แม้ว่าจะไม่เหลือเรี่ยวแรงเลยก็ตาม ซึ่งเขาไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ยังคงทรมานเธอด้วยเซ็กซ์ป่าเถื่อนของเขาต่อ
@สัปดาห์ต่อมา
“อยากกินอะไรไหมครับ”
เสียงของเตชินท์ทำให้มิลินที่นอนอยู่บนเตียงไหวตัวด้วยความตกใจ มือเรียวดึงผ้าห่มมาปิดบังใบหน้าให้พ้นจากแสงอ่อนๆของดวงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาทางผนังกระจก เตชินท์จงใจเปิดผ้าม่านรับแสงเพื่อกดดันให้เธอลุกจากเตียงหลังจากที่เธอนอนเหม่อลอยมาเกือบชั่วโมง
“ไม่”
“ช่วงนี้นายหญิงไม่ค่อยกินอะไรเลยนะครับ”
มิลินถอนหายใจเบาๆอย่างเหนื่อยหน่าย ผ้าห่มที่ปิดใบหน้าก็ถูกดึงออกโดยฝีมือลูกน้องหนุ่ม เตชินท์เฝ้าสังเกตอาการของเจ้านายมาหลายวัน ถอนหายใจตาม ไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมด้วยเหตุผลใดให้มิลินหายดี เธออาการเหมือนคนอกหัก เศร้าใจ หวาดระแวง บางครั้งร้องไห้เหมือนกับว่าเจ็บปวดมากๆที่ของรักของหวงหาไม่เจอ จนเขาเป็นตามไปด้วยแทบทุกอย่าง
“กินข้าวต้มหน่อยดีกว่าครับ ผมอุตส่าห์ทำมาให้”
“…”
“กินแล้วมีแรงนะครับ อาจจะคิดได้ว่าจะทำยังไงต่อ”
“เออ กินก็กิน”
เตชินท์ถือถาดอาหารมาวางที่โต๊ะ เขานำของหลายอย่างที่มิลินชอบมาบริการให้มากมาย เพียงแค่รู้ว่ามิลินอยากอาหารขึ้นมาก็รู้สึกดี
“ฉันรู้สึกแปลกๆอีกแล้ว”
“ยังไงครับ”
มิลินลุกขึ้นมานั่งบนเตียง จ้องหน้าเตชินท์โดยไม่ได้ตอบอะไรกลับ เธอกำลังประมวลผลเหตุการณ์แปลกๆว่ามันจริงหรือเธอแค่คิดไปเอง ซึ่งมักมีเหตุการณ์ที่เธอไม่คาดคิดเกิดขึ้นบ่อย
“นายหญิงเป็นอะไร”
“ตอนเช้ามืด แกมานวดให้ฉันไหม”
“เปล่านะครับ”
“ฉันรู้สึกแบบนั้น บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครมากอดฉันจากทางด้านหลัง พอหันไปก็ไม่มีใคร แล้วตอนที่แกไม่ได้มาอยู่ด้วยฉันรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในห้องนี้คนเดียว”
“เดี๋ยวผมอยู่เป็นเพื่อนถ้านายหญิงกลัว”สีหน้าเป็นกังวลของมิลินทำให้เขาถอดสร้อยพระของตัวเองมาสวมคอเธอเพื่อความสบายใจของตัวเองและตัวเธอด้วย “สร้อยพระของผม ผมให้นายหญิงใส่ไปก่อนนะครับ”
“ขอบใจ”
“ดีขึ้นไหมครับ”
“พระแกวิเศษมาจากไหนอ่ะ”
“องค์นี้หายากมาก ศักดิ์สิทธิ์มากด้วย”
“ก็เหมือนเดิมอ่ะ”
“แล้วเรื่องผู้ชายคนนั้นที่ให้ไปสืบมาไปถึงไหนแล้ว”
“ที่ได้มาก็ได้แค่ข้อมูลทั่วไปนะครับ”เขายื่นไอแพดที่มีไฟล์ข้อมูลของมาร์ตินอย่างละเอียดตามคำขอให้ดู นิ้วเรียวยาวถูไถหน้าจอไปมา เลื่อนหาข้อมูลที่อยากได้เกี่ยวกับศาสตร์ด้านมืดของเขาแต่ก็ไม่ปรากฏ
“แล้วไอ้เมฆาล่ะ”
“เหมือนกันครับ แค่ข้อมูลทางธุรกิจ เป็นผู้มีอิทธิพล ไม่พบข้อมูลอื่น”
“เป็นไปได้ไง ไปหาให้เจอ”
“ผมให้นักสืบสืบสุดความสามารถแล้วครับ”
“ของไอ้เมฆา ไปสืบมาจนกว่าจะได้ข้อมูลเพิ่ม”
“ครับ ใจเย็นก่อน”
“ใจเย็นอะไรล่ะ ฉันรีบนะ”
“ครับผมรู้ แต่ตอนนี้นายหญิงทานข้าวสักหน่อยก็ดี”
“เออ”มือเรียวจับช้อนตักข้าวเข้าปาก หากสมองปลอดโปร่งเธอคงคิดอะไรดีๆออกบ้าง รสชาติของข้าวต้มถูกปากแต่เธอรู้สึกไม่ค่อยดีนัก ความรู้สึกหลายอย่างมันตีกันจนทำให้จิตใจไม่สงบสุข
“เมื่อเช้าฉันเพิ่งได้ข่าวว่าไอ้เมฆาใกล้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”
“อย่ากังวลไปเลยครับ ผมไม่ให้ใครมาทำร้ายนายหญิงหรอก”
“ตอนนี้ร่างกายฉันเหมือนจะโดนลมพัดก็ปลิวแล้ว มันโหวงๆ ฉันจะมีแรงต่อสู้เหมือนเดิมไหมก็ไม่รู้ ฉันอยากได้ข้อมูลของมันมากกว่านี้ ฉันอยากรู้วิธีตั้งรับกับมัน”
สิ่งที่เจอในช่วงนี้เธอหวาดระแวงไปหมด สิ่งป้องกันในตัวแทบไม่มีหากเมฆาคิดเล่นงานเธอแบบเดียวกับที่เธอทำ เธอพูดได้เต็มปากว่าตอนนี้เธอกำลังกลัวเมฆา ห้องพักที่เขารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เต็มไปด้วยผู้อารักขา เวรยามแน่น ไม่มีหนทางที่เธอจะส่งคนไปฆ่าเขาได้เลย ซึ่งรอบตัวเธอก็มีเวรยามแน่นเช่นกันแต่กลับรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้
“ไปเก็บของไป เราจะไปจากที่นี่กัน”
“นายหญิงจะไปไหนครับ ไปนานเท่าไร ผมจะได้เตรียมของถูก”
“ไปที่ไกลๆ จนกว่าฉันจะรู้สึกว่าฉันปลอดภัย”ไม่ใช่แค่เมฆาที่ทำให้เธอต้องหวาดระแวงเพียงผู้เดียว มาร์ตินมาด้อมๆมองๆแถวคอนโดเธอทุกวัน เธอไม่อาจทนต่อความน่ากลัวของเขาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่ามาตามอารักขาเธอก็ตาม
วันต่อมา
“หาทางกลับบ้านถูกแล้วเหรอ”มณีรินกระแนะกระแหนลูกสาวเป็นการทักทายตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้า แทบไม่น่าเชื่อที่ลูกสาวเพียงคนเดียวของหล่อนจะกลับมาหา หลายปีที่ผ่านมาแทบไม่ได้ติดต่อกันเลย
มิลินกวาดสายตามองไปรอบๆ หวังว่าที่นี่จะปลอดภัยสำหรับเธอ เธอไม่เคยให้ข้อมูลที่นี่กับใครแม้แต่คนเดียว แต่สิ่งที่จะมาในรูปแบบอื่นก็ยังไม่มีอะไรทำให้อุ่นใจ
