บทที่ 15 รังควาน
EP.15
“เห็นภาพรางๆ ไม่แน่ใจ”
“หมายความว่าไงคะ”
“ผู้ชายคนนี้เกี่ยวข้องกับคนที่ช่วยเอ็งไว้ให้รอดพ้นจากความตายคืนวันเกิดเอ็ง”
“ช่วย?”เธอเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความตกใจ จะว่าอย่างนั้นก็ถูก เขาพาเธอไปส่งโรงพยาบาล
“จริงๆ เอ็งต้องตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
“พยาบาลบอกว่าเกือบตาย”
“ก็นั่นแหละ”
“แล้วไงคะ”
“ผู้ชายคนที่เอ็งให้ดูรูป น่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังและเป็นคนที่เก่งอาคมพอสมควร ข้าไม่เห็นหน้าคนคนนั้นเลย แต่เขาช่วยดึงวิญญาณเอ็งกลับมา”
“…” ไม่อยากจะเชื่อแต่เรื่องราวที่ได้ยินมามันก็ทำให้เธอต้องเชื่อ
“สองคนที่ข้ากล่าวถึงพวกเขาเป็นผู้มีพระคุณของเอ็งเลยนะ”
“ผู้มีพระคุณ? พระอาจารย์จะให้ฉันไปกราบเท้าขอบคุณมันเหรอคะที่ช่วยชีวิต ถึงใช้คำว่าผู้มีพระคุณน่ะ ฉันไม่ได้ขอให้ใครช่วย ถ้าเป็นผู้มีพระคุณจริง ต้องทำอะไรไม่หวังสิ่งตอบแทนสิ จะทำของใส่ฉันทำไม ถ้ามันไม่ได้ทำ ก็แปลว่ามันให้คนที่อยู่เบื้องหลังทำ ไม่มีใครมีพระคุณกับฉันทั้งนั้นอ่ะ”
“นายหญิง!”เตชินท์ตีแขนเบาๆดึงสติเมื่อเธอเริ่มขึ้นเสียงใส่อารมณ์กับพระ มิหนำซ้ำยังชักสีหน้าไม่พอใจ แม้เตชินท์จะเห็นด้วยกับที่มิลินพูดก็ตาม แต่เขาไม่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำแบบนี้
“แต่เขาช่วยเอ็งไว้ไง”
“หลวงพ่อรู้จักกับคนที่อยู่เบื้องหลังผู้ชายคนนั้นเหรอคะ ถ้าฉันให้เงินจะตอบตามความจริงไหม เงินมันหอมหวานจนต้องเข้าข้างกันเลยเหรอ”
“ไม่เอาหรอกนังหนู ความจริงก็คือความจริง เอ็งจะไม่เชื่อก็ตามใจ”
“ค่ะ ความจริงคือสิ่งที่เจอ”
“ตามใจ แล้วเอ็งมีอะไรไม่สบายใจอีกหรือเปล่า”
“มีค่ะ”ลดอาการโมโหลง ไม่เช่นนั้นเธอจะถูกไล่ให้ออกจากที่นี่ ไพบูลย์กำลังกดดันเธอด้วยสายตาว่ากำลังจะสื่อแบบนั้น “ผู้ชายคนนั้นไม่ตายเนี่ยแปลว่ามันมีของที่ดีกว่าฉันงั้นเหรอ”
“อย่างที่บอกไปข้างต้น ไม่ใช่ตัวมันเองก็คงเป็นคนรอบข้าง”
“…”
“สิ่งที่ต้องรู้คือช่วงนี้เอ็งดวงตกนะ มันยากมากที่เอ็งจะมีชีวิตต่ออย่างสันติสุขนะ”
“พระอาจารย์กำลังจะบอกอะไรฉัน”
“ผู้ชายคนนั้นช่วยเอ็งได้ แต่ถ้าเอ็งไม่ต้องการจะอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้น ข้าก็จะบอกให้เอ็งระวังตัวมากๆ เอานี่ไป”ไพบูลย์ยื่นตะกรุดที่ตนทำขึ้นมาให้กับมิลิน เธอนั่งนิ่งไม่ยอมรับมันมาเป็นเตชินท์ที่รับมา เตชินท์จึงสวมใส่ในข้อมือมิลินทันที อย่างน้อยมีอะไรที่ทำให้อุ่นใจได้ก็ดี
“ไว้ใช้ป้องกันภยันตรายทั้งหลายนะนังหนู แล้วก็อาตมาจะทำพิธีเสริมดวงกับปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ก่อนละกัน จากนั้นก็จะเอาของออกให้”
“ขอบคุณครับ”เตชินท์กล่าวแทน
“รักษาให้ดีล่ะ หวังว่าจะไม่ทำหายอีกนะนังหนู”
“พระอาจารย์สามารถ….”มือเรียวบีบกันแน่น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ชั่งใจลังเลไม่กล้าถามออกไป ไพบูลย์ยิ้มเมื่อเห็นสายตาเป็นกังวล เขามองออกว่าหญิงสาวต้องการอะไร
“ข้านะสายขาว เอ็งต้องไปหาคนอื่นแล้วแหละนังหนู”
“ฉันจะถามว่าจะสามารถเริ่มพิธีได้ยังคะ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น”
“เหรอ”ไพบูลย์หรี่ตามองอย่างจับผิด
“ค่ะ”
“ถ้าไม่อยากเสียเวลางั้นก็เริ่มเลย”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เตชินท์สาวเท้าเดินตามมิลินมาอย่างเร่งรีบ โดยเธอมีจุดหมายคือจะเดินกลับไปยังลานจอดรถ อาการหน้านิ่วคิ้วขมวดของมิลินทำให้เตชินท์ไม่กล้าถามอะไร ได้แต่เดินตามมาอารักขา
“แกเห็นแม่ฉันไหม”
“ไม่เห็นครับ”
“ฉันจะกลับแล้ว ไปตามมา”
“นายหญิงจะไม่เที่ยวต่อสักหน่อยเหรอครับ ให้อาหารปลา หรือปล่อยปลาไหมครับ ผมว่าสนุกดีนะ ปิดทองก็ได้”
“แกอยากอยู่ก็อยู่ไป ฉันจะกลับ”
“เอ้ามีน เสร็จแล้วเหรอ มาทางนี้”เห็นลูกสาวเดินผ่านมาพอดี มณีรินจึงตะโกนเรียก เจ้าของชื่อตวัดสายตามามองแต่ไม่ยอมหยุดรอ ทำให้มณีรินรีบตามมาดักหน้าพร้อมกับชายอีกคนที่มิลินไม่รู้จัก
“พระอาจารย์บอกว่าไงล่ะ”
มิลินชักสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างเก็บไม่มิด เตชินท์จึงต้องเป็นฝ่ายกระซิบเบาๆบอกให้มณีรินหายห่วง “เขาทำบุญต่อชะตาทำพิธีแก้ให้แล้วครับ คุณป้าไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน”
“เออก็ดี”มณีรินยิ้มกว้าง แต่เมื่อหันมาเห็นลูกสาวตัวเองที่ใบหน้าบูดบึ้งก็หุบยิ้มลง อย่างมิลินคงต้องมีอะไรล่อตาล่อใจถึงจะหายเป็นปลิดทิ้ง“มีน นี่คุณภูมิ เป็นคนกรุงเทพและเศรษฐีใหญ่ มาทำบุญที่วัดบ่อยมากๆ ทำบุญทีนะเป็นแสนเป็นล้าน แม่ว่าคนนี้คนดีนะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณมีน”ภูมิยิ้มอย่างเป็นมิตร หญิงสาวที่เพิ่งรู้จักไม่กี่นาทีสวยกว่าที่เขาจินตนาการจากที่มณีรินเล่ามากมาย
“แม่อยากได้ก็เอาไปเอง”
“กูก็จะเอาไว้เป็นลูกเขยเองไง”
“แม่เป็นอย่างนี้ตลอดเลยนะ เวลาฉันมีปัญหาก็หายหัว ตอนเจอหน้าก็เอาแต่ยัดปัญหาใหม่มาให้ เป็นอะไรมากไหม”มณีรินหุบยิ้มลงโดยอัตโนมัติ ไม่คาดคิดว่ามิลินจะเสียมารยาทกับตนโดยการพูดน้ำเสียงดุต่อหน้าคนอื่นจนเป็นจุดรวมสายตาแบบนี้
“รอแม่แป๊บนึงแม่จะไปซื้อประทัดมาไล่ความโชคร้ายดีกว่าเนอะ”มณีรินหลบสายตามิลิน รีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกต่อว่าต่อไปได้ หล่อนรีบดึงแขนเตชินท์ให้เดินตามมาด้วยเพื่อจะเปิดโอกาสให้ภูมิกับมิลินได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
“ของหวานทำให้อารมณ์ดีนะครับคุณมีน”ภูมิใช้โอกาสนี้เริ่มพูดคุย ด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย
“…”
“ร้านในวัดนี้ทุกร้าน ผมซื้อทานบ่อย ผมชอบมากอยากให้คุณมีนลองชิม มันอร่อยทุกร้านเลยนะครับ”
“ฉันไม่กินของหวาน ไม่ต้องยุ่งกับฉันมาก”
ครืด~ ครืด~
มือเรียวควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า ในขณะเดียวกันก็เร่งฝีเท้าเดินหนีภูมิให้เร็วที่สุด
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ที่เธอไม่คุ้นแต่ถึงอย่างนั้นก็กดรับสาย
“สวัสดีค่ะ มิลินพูดค่ะ”
(มีนเนื้อหอมเนอะ ขนาดในวัดยังมีผู้ชายมาจีบเลย)
เจ้าของใบหน้าสวยหันซ้ายหันขวามองหามาร์ติน น้ำเสียงจากปลายสายเธอจำได้ดีว่าเป็นเขา แต่คนมาทำบุญมากมายทำให้เธอมองไม่เห็นว่ามาร์ตินอยู่ตรงไหน
หลายวันที่ผ่านมามีเบอร์แปลกๆโทรมาจนเธอบล็อคไปแต่สุดท้ายเขาก็หาเบอร์ใหม่โทรมาจนเธอรับสายในที่สุด ถ้าจะไม่โทษดวงของตัวเองก็คงต้องโทษมาร์ตินผู้เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมด
(ไม่ต้องห่วงหรอก ผมไม่ได้อยู่แถวนั้น)
“เก่งดีนี่ ไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่รู้อย่างกับตาเห็นว่าฉันมองหา โทรมามีธุระอะไรล่ะ”
(ผมแค่ไม่อยากให้มีนกินของหวาน ผมกลัวมีนอารมณ์ดี)
“ตามฉันมาเนี่ย โรคจิตเหรอ อยากเข้าไปนอนในคุกสักคืนไหม”
(ผมชอบนอนที่ห้องมากกว่า โดยเฉพาะห้องมีน แล้วก็ต้องนอนทับมีนด้วย มีนพร้อมให้ผมกระแทกรึยัง)
“คุณนี่ยังคงเส้นคงวาเรื่องความทุเรศเนอะ”
(มีนเองก็คงเส้นคงวานะ เรื่องหลอกให้อยากแล้วจากไป)
“เหอะ!”มิลินครางในลำคอเบาๆอย่างเย้ยหยันแทบจะหลุดหัวเราะออกมา “เรียกว่าคุณคิดเองเออเองจะถูกกว่านะ”
(จริงเหรอครับ?)
“อย่าทำให้ฉันหมดความอดทนนะ”
(มีนจะฆ่าผมก็คิดดีๆ ผมขอเนียนๆละกัน แต่ผมว่ามีนอยากมีชีวิตที่สงบสุขมากกว่าถึงหนีมาที่นี่ มีนคงไม่ชอบที่จะต้องหลบๆซ่อนๆแบบนี้ต่อไปใช่ไหม)
