บทที่ 3 ถูกไล่ล่า

EP.3

มิลินขับรถไปที่บริษัทโดยมีเตชินท์ขับตามมาอีกคัน เสียงเพลงที่เธอใช้ฆ่าเวลาในการขับรถหยุดลงถูกแทนที่ด้วยเสียงรอสาย ตวัดสายตามองไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมก็อารมณ์เสียเล็กน้อยที่เป็นเบอร์ของลูกน้องคนหนึ่งโทรเข้ามาแต่ก็ต้องกดรับสาย

“อะไร กำลังไป”

(นายหญิงอย่าเพิ่งเข้ามาที่บริษัทเลยครับ หนีไป)เสียงปลายสายสั่นเครืออีกทั้งยังมีเสียงใหญ่คล้ายเสียงของผู้ชายกรรโชกรุนแรงกับใครบางคน มิหนำซ้ำคนที่โทรมาพูดเบาๆโดยป้องปากคุยเหมือนว่ากำลังหลบซ่อนอะไรอยู่

“มีอะไร เกิดอะไรขึ้น”หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวหักพวงมาลัยเข้าข้างทางกระทันหันเพื่อจอดคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสะดวก

(ไอ้เมฆา เป็นเพื่อนของไอ้เสี่ยเจียง พวกมันบุกเข้ามาที่บริษัท มันมาตามหานายหญิงครับ มันอาละวาดใหญ่เลย บอกว่าจะฆ่านายหญิงครับ ตอนนี้มันออกไปแล้ว และกำลังตามหานายหญิงอยู่ ลูกน้องมันยังเฝ้าอยู่ที่นี่หลายคนเลย)

“เดี๋ยว! แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉันที่ฆ่าเพื่อนมัน”

(มันมีภาพจากกล้องวงจรปิด มันเห็นหน้านายหญิง เห็นทุกการกระทำ เห็นทะเบียนรถหมดเลยครับ มันถึงตามมา ตอนนี้มันออกไปนานแล้ว หนีไปครับ)

ดวงตากลมโตเพ่งมองไปที่ถนนไม่รู้คิดมากไปไหมแต่เธอเห็นว่ามีรถหลายคันกำลังมุ่งหน้ามาที่เธอ“เป็นไปได้ยังไง ก็ฉันให้ไอ้กานต์ทำลายหลักฐานให้เรียบร้อยไม่ใช่เหรอ”

(ใช่ แต่ไอ้กานต์มันโดนซื้อไปแล้วครับ มันเอาภาพในกล้องวงจรปิดแลกกับเงินจำนวนหนึ่งของพวกมัน)

“ไอ้เหี้ย!!!!”เธอตะโกนใส่โทรศัพท์ด้วยความเดือดดาล

(นายหญิงรีบหนีเลยครับ)

ก๊อก! ก๊อก!

หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเมื่อมีชายหน้าโหดหลายคนมาเคาะกระจกรถ พวกเขาอาวุธครบมือ เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องจนทำอะไรไม่ถูก

หญิงสาวรวบรวมสมาธิ ยกมือขึ้นไหว้โดยมีสร้อยกุหลาบในมือ เริ่มสวดบริกรรมคาถา เสียงเคาะกระจกแรงขึ้นทุกทีๆเพราะมิลินไม่ยอมเปิด คนล้อมรถยิ่งมากขึ้นและเขาจงใจจะเข้ามาทุบรถ ก่อนที่พวกเขาจะทำอะไรไปมากกว่านี้มิลินจึงตัดสินใจขับรถหนี

ขับไปด้วยความหวาดระแวง รถหลายคันวิ่งตามรถกันกระสุนของเธอ เสียงปืนดังไล่หลังหมายเอาชีวิตของเธอให้ได้ มิลินลนลานจนคิดอะไรไม่ออกตัดสินใจขับรถออกนอกเส้นทางไปยังเส้นทางอื่นที่ไม่คุ้นเคยเพื่อไปตายเอาดาบหน้า จนกระทั่งสองข้างทางไม่มีแม้แต่บ้านคนซักหลังมีแต่ถนนที่ไม่รู้ปลายทางคือที่ไหน

เอี๊ยดดดดด!

โครมมมมมม

รถที่ขับมาดักทางด้านหน้าจงใจชนรถของเธอเข้าอย่างจัง ด้านหลังก็ถูกกระแทกจากรถอีกคัน ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองไปสองข้างทางก็มีแต่ป่า ใต้คอนโซลรถมีปืนอยู่หนึ่งกระบอก เธอรีบหยิบมาพร้อมกับกระเป๋าสะพาย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอวิ่งหนีเข้าป่าดีกว่านั่งรอความตายในรถ

เพราะเธอไม่มีสมาธิในการบริกรรมคาถาสร้อยกุหลาบที่อยู่ที่คอตอนนี้มันจึงทำได้แค่ป้องกันให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างเดียว มิลินจึงตัดสินใจหนีออกจากรถฝั่งคนโดยสารแล้ววิ่งหนีเข้าป่าโดยไม่มองกลับไปทางด้านหลัง เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบย่ำด้วยฝีเท้าหนักบ่งบอกว่ามีคนกำลังตามเธอมาติดๆ

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

“อีมีนมึงหยุดเดี๋ยวนี้นะ มึงต้องตาย!”หัวใจแทบหยุดเต้นที่ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทั้งป่าแต่ดีที่มันไม่โดนเธอ สองเท้ารีบจ้ำหนีให้เร็วกว่าเดิม แต่เหมือนจะช้ากว่าคนที่วิ่งตามหลังมา ท่อนแขนถูกกระชากอย่างแรงจนตัวเธอหมุนกลับหลังไปโดยอัตโนมัติ

ผลั่ก!

ใบหน้าของมิลินหันไปตามแรงกระแทกเมื่อโดนฝ่ามือหนักกระทำต่อใบหน้าทางด้านขวา แรงตบที่มาจากความแค้นทำให้ร่างของเธอคว่ำลงกระแทกกับพื้นดินอย่างแรง มันจุกและเจ็บไปทั้งตัว มือเรียวหยิบปืนที่ซ่อนไว้ขึ้นมายิงเมฆาอย่างไม่ลังเล

ปัง! ปัง! ปัง!

“อ๊ากกกก”ผลจากการยิงมั่วๆของมิลิน เมฆาจึงได้รับบาดเจ็บที่หน้าท้องและขา เท้าเล็กถีบตรงบาดแผลที่ขาของเมฆายันให้ร่างของเขาหงายหลังลงพื้น จากนั้นเธอดันตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากเพราะความจุกหน่วงเล่นงานหนัก ปลายเท้าบดขยี้บาดแผลตรงหน้าท้องของเมฆาเต็มแรงจนเขาดิ้นพล่าน

“อย่าคิดจะเล่นกับคนอย่างกู”

“อีมีน!อีสัตว์นรก!”อาฆาตแค้นแต่ไร้แรงสู้ ดวงตาคมกริบจ้องใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้นเมื่อเธอจ่อปลายกระบอกปืนมาที่จุดสำคัญนั่นคือศีรษะของเขา

“ปืนเป็นเหี้ยอะไร ทำไมยิงไม่ได้วะ!”ปืนกลับใช้การไม่ได้แม้เธอจะพยายามกดลั่นไกซ้ำๆ“ไอ้ฉิบหาย!”เมื่อเห็นชายหลายคนวิ่งกรูมาทางเธอไกลๆ หากพวกเขาได้ตัวเธอไปเธอคงโดนทรมานแน่นอน มิลินหยุดความคิดที่จะฆ่าเมฆารีบวิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับไปมองด้านหลังอีก วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตต่อให้หลงป่าก็ยังดีกว่าเจอคนพวกนั้น สุดระทึกเสียงปืนที่ดังไล่หลังมันกระหน่ำขึ้นทุกที

เธอวิ่งมาเรื่อยๆจนรู้สึกได้ว่าวิ่งมาไกลพอสมควร เม็ดเหงื่อจำนวนมากท่วมร่างบางเหนอะหนะ มือเรียวปาดเหงื่อตรงหน้าผากออกลวกๆ

“เลือด!”มันไหลเข้าตาเธอ ผลจากการล้มทำให้คิ้วของเธอไปกระแทกกับอะไรบางอย่างทำให้มีบาดแผลและมีเลือดไหลออกมา ทำได้แค่ใช้มือเช็ดมันออก

สองขาเริ่มอ่อนแรงลงจนก้าวไม่ออก เหนื่อยล้าแทบขาดใจ เธอเดินกระหืดกระหอบมาที่ต้นไม้ใหญ่ มือเรียวปลดกระเป๋าสัมภาระของตัวเองลง ทิ้งตัวลงนั่งพักเหนื่อย ดีขึ้นแล้วค่อยหาทางไปต่อ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธแค้นลูกน้องที่หักหลังจนเธอต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้

“เชี่ยกานต์! กลับไปกูฆ่ามึงแน่ไอ้ลูกน้องเวร”แต่ที่แน่ๆเธอจะกลับไปอย่างไร โทรศัพท์ที่มีก็ไร้ประโยชน์เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณ และที่สำคัญปืนที่เธอพกมาก็ไม่มีกระสุน ไร้ค่า!เธอปามันทิ้งอย่างไม่ใยดี

“เฮ้ย มึงเงียบๆดิ๊ ได้ยินเสียงอะไรป่ะ”

แต่แล้วก็มีเรื่องระทึกเกิดขึ้นอีกครั้ง เสียงทุ้มใหญ่และเสียงฝีเท้าของใครบางคนเหยียบใบไม้แห้งดังขึ้นมาและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันทำให้มิลินยิ่งลุกลี้ลุกลน หยัดกายลุกขึ้นลังเลว่าจะเอายังไงต่อ

“หยุด!”ร่างบางแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อโดนปืนจ่อท้ายทอย น้ำเสียงเข้มดุของชายคนนี้ทำให้เธอแทบสติแตกอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป