บทที่ 9 หนี
EP.9
“เวรเอ๊ย!”มิลินไหวตัวด้วยความตกใจ ไม่ใช่แค่เสียงเคาะ ประตูห้องถูกกุญแจไขจากคนข้างนอกหมายจะเข้ามาด้านใน มือเรียวคว้ากระเป๋าสัมพาระและปรี่เข้าไปกันโอภาสหน้าประตู
เพราะเคยพลาดมาก่อน ครั้งนี้เธอจะไม่พลาดอีกเด็ดขาด หากพลาดหายนะจะตามมาไม่รู้จบ ครั้งนี้เธอจะทำให้เนียนขึ้น
“มีอะไร เข้ามาในห้องทำไม”ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้ว่าก้อนเนื้อข้างซ้ายจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา สองมือเย็นเฉียบประสานกันไว้แน่น
โอภาสยืนอยู่หน้าห้องเพียงลำพัง เธอจึงยืนขวางประตูไว้ไม่ให้โอภาสเข้าไปข้างในได้ แม้โอภาสจะมองเห็นข้างในได้นิดหน่อยก็ตาม
“นี่คุณจะไปไหนครับ”
“ฉันจะกลับบ้านพอดีว่าเช้ามีงานด่วน”
“นายละครับ พอดีว่าผมจะคุยกับนาย”
“ตินหลับไปแล้ว”
“ครับ แต่นายไม่เห็นบอกผมเลยว่าคุณจะกลับ”
“ตินเหนื่อยอ่ะ พอดีตินใช้แรงกับฉันมากไปหน่อย ตอนแรกเขาอยากไปส่งแต่ฝืนร่างกายไม่ไหวก็เลยนอน ตินคงลืมบอกคุณ นี่ฉันก็ไม่ไหวนะ นอนพักได้แป๊บเดียวแต่มีงานต่อมันก็ต้องไปไง”
“…”
“แล้วต่อไปนี้ฉันคือนายหญิงของที่นี่ทุกคนต้องเชื่อฟังฉัน เรียกฉันว่านายหญิงด้วย”
“…”โอภาสขมวดคิ้วยุ่งด้วยความสงสัยเหตุการณ์ก่อนหน้ามันไม่ใช่อย่างนี้
“อ๋อพอดีเคลียร์กันแล้วน่ะ ฉันชอบเซ็กซ์ตินนะมันร้อนแรงดี มันเลยทำให้ฉันอยากอยู่กับตินเพราะเขาให้ในสิ่งที่ต้องการได้ ซึ่งตินก็ชอบเซ็กซ์ฉันมากๆ ในอนาคตฉันว่ามันน่าจะพัฒนามากขึ้นจนเป็นคนรู้ใจก็ได้ หรือไม่ก็ต่างคนต่างแยกย้าย เพราะเราทั้งสองตกลงกันแล้ว”
“…”
“ตามสบายไม่อยากเรียกฉันว่านายหญิงก็ไม่เป็นไร ฉันนี่มันรีบจริงๆเลยนะ แค่เขาให้นอนด้วยก็คิดถึงวันแต่งงานแล้ว บ้าจริง!”แกล้งทำเหนียมอายตามแผนที่วางไว้ในวินาทีก่อนหน้า
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่รู้สึกมันแปลกๆ”
“แปลกอะไรล่ะ สมัยนี้มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็ง่ายไปหมด”
“ครับนายหญิง ยิ่งมีตำแหน่งในบ้านหลังนี้แล้วเนี่ย ผมคงต้องดูแลคุณอย่างดี งั้นเอาเป็นว่าเช้าเดี๋ยวผมไปส่ง รอให้นายตื่นก่อน”
“ตอนนี้ฉันชอบเซ็กซ์ติน ฉันก็อยากจะมาหาตินบ่อยๆ แต่เช้ามีงานจะไปตอนนี้ เย็นจะกลับมาหาตินอีกแน่นอนไม่หนีไปไหนหรอก คนอย่างฉันไม่ฟันแล้วทิ้ง แซ่บขนาดนี้ใครจะทิ้งลง อีกอย่างเจ้านายคุณน่ะ บ่อเงินบ่อทองฉันเลยนะ นี่ๆๆๆ”เธอเปิดของมีค่าในกระเป๋าให้โอภาสดู หยิบนาฬิกาเรือนหรูมาสวมใส่ โชว์หราอวดความมีระดับของมัน“ตินบอกว่ามันเหมาะกับฉันมาก คุณคิดว่าไง”
“สวยครับ เรือนนี้แพงนะครับเนี่ย ซื้อบ้านได้เลย”
“ใช่ แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันทำงานสายแน่”
โอภาสชั่งใจอยู่นานก่อนจะหลีกทางให้ มิลินเดินออกไป เธอไม่แสดงท่าทางดีใจมาก มือเรียวรีบดึงประตูห้องของมาร์ตินมาปิดทันที รู้สึกโล่งใจที่โอภาสเดินออกห่างจากหน้าประตูห้องมาร์ตินไปทุกๆที ใจหนึ่งเธออยากกลับไปเช็คมาร์ติน แต่ด้วยหลายๆครั้งที่ผ่านมามันก็การันตีว่าได้ผล เลยไม่กลับไปเช็ค เดินตามโอภาสไปด้วยความสบายใจ
“แล้วคุณจะกลับยังไง”
“แท็กซี่”
“นายสั่งให้คนตามเฝ้าคุณอย่างน้อยหนึ่งคนนะครับ”
“ฉันมีลูกน้อง ไม่ใช่ไม่มี ลูกน้องของตินไม่จำเป็นต้องตามเฝ้าฉันตลอด”
“แล้วจะแน่ใจได้ไงว่ามันปลอดภัย”
ลูกน้องกับเจ้านายชอบตั้งคำถามงี่เง่าเหมือนกันจนมิลินเกือบจะเก็บซ่อนความหงุดหงิดไว้ไม่หมด ยิ่งนานเธอยิ่งหมดกลอุบาย แต่เธอก็ต้องดึงใบหน้ายิ้มแย้ม“ลูกน้องฉันก็เป็นบอดี้การ์ดเหมือนกันนะ ฝึกฝนมาอย่างดี คนที่จะมาเป็นลูกน้องฉันก็ไม่ได้ไก่กานะ รับรองว่าปลอดภัย สบายใจเถอะ”
“แล้วตอนนี้ลูกน้องคุณอยู่ไหน ทำไมถึงกลับแท็กซี่”
“อ่ะ งั้นฉันขอยืมรถตินสักคันได้ไหม”
“ได้ครับ”
“เดี๋ยว!!!”หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่มอีกครั้ง รีบปรามเสียงสั่นเมื่อโอภาสหันหลังกลับแล้วเดินตรงไปเข้าห้องของมาร์ติน เธอรีบเดินเข้ามาในห้องด้วย ไม่อยากให้โอภาสไปเห็นอะไรในตอนนี้
“ครับ”
“อย่ารบกวนตินตอนนี้นะ ฉันอยากให้เขาพัก”
“อ๋อ ผมไม่ได้รบกวนนะ ผมแค่จะมาหยิบกุญแจรถ”เขาชูกุญแจรถที่หยิบมา แล้วจึงยื่นให้มิลิน หลังจากได้รับมันมามิลินก็รีบดึงตัวโอภาสออกจากห้องทันที
“ไปสิ ฉันรีบ”
“เดี๋ยวครับ ทำไมนายนอนไม่ใส่เสื้อผ้าครับ ผ้าก็ห่มแค่ครึ่งตัว”
หัวใจสั่นระรัวเมื่อถูกสายตาโอภาสกดดัน“กะ..ก็บอกแล้วไงว่าตินเหนื่อย ก็เลยหลับไปทั้งอย่างงั้น ฉันห่มผ้าให้เองแหละ ถ้าเขาหนาวเขาก็คงดึงมาห่มเอง เขาไม่ใช่เด็กนะ”
“ครับ”
“เรียกฉันว่านายหญิงด้วย ถ้าไม่เรียกฉันจะให้ตินฆ่า”
“ครับนายหญิง”
“ดีมาก เออลืมบอก เช้าตินอาจตื่นสายหน่อยนะเขาเหนื่อย เตรียมอาหารเช้าให้เขาเยอะๆด้วย เพราะเย็นเขาคงต้องใช้แรงอีกเยอะ”
“ครับ”
“พาฉันไปที่รถสิ เร็วๆรีบ”มิลินควงแขนโอภาสดึงให้ไปด้วยกัน แม้ว่าโอภาสจะหันไปมองด้านหลังก็ตาม เธอไม่เปิดโอกาสให้โอภาสคุยกับใครที่เดินผ่านมา ให้เขาพาเธอเดินมายังรถของมาร์ตินที่จอดไว้ ในโรงจอด ข้างในเต็มไปด้วยรถหรูมากมาย
“ฉันเหนื่อย! นายขับไปส่งฉันดีกว่านะ”ซึ่งเธอเข้าไปนั่งฝั่งคนโดยสาร และโอภาสก็จำต้องเข้ามานั่งฝั่งคนขับ ในระหว่างที่โอภาสขับรถออกพ้นรั้วประตู เธอบอกที่อยู่มั่วๆไม่อยากให้ใครรู้ที่อยู่จริงๆ
“รถตินสวยนะ”
“คันนี้นายเพิ่งถอยมาใหม่เลยครับ”
“ฉันขอได้ไหม คือแบบนายไปส่งถึงคอนโดปุ๊ป นายก็กลับแท็กซี่อ่ะได้ไหม”
“ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจขนาดนั้นครับ ต้องโทรถามนายก่อน”
“ไม่ต้องๆ ฉันไม่เอาก็ได้ เกรงใจ”
“…”
“ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วยล่ะ ถ้าตินพาใครมานอนอีก ต้องบอกฉันนะ”
“ครับ ผมจะรายงานทันที”
“อ่อตินบอกว่าอยากกินขาหมู จัดให้เขาด้วยนะ”
“ไม่พลาดครับ”
เธอได้แต่ภาวนาให้เรื่องที่เธอกุขึ้นมาทั้งหมดมันสามารถทำให้โอภาสเชื่อสนิทใจว่าเธอหลงมาร์ติน หากว่าใครไปเจอศพมาร์ตินตอนสายจะได้ไม่มีอะไรเกี่ยวโยงมาถึงเธอได้ คงมีแค่ผลตรวจที่ว่าเขาเสียชีวิต แบบที่หาสาเหตุไม่เจอ
@คอนโดมิลิน
“นายหญิง!”เตชินท์ส่งเสียงเรียกมิลินด้วยความดีใจเมื่อเห็นมิลินกลับมาถึงห้อง เขารีบวิ่งเข้าไปหาสำรวจร่างกายของเจ้านายว่ามีร่องรอยการได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างไหม
“เหนื่อย ไม่ต้องมายุ่ง”รองเท้าส้นสูงที่สวมใส่อยู่ก็ถูกถอดทิ้งอย่างไม่ใยดี แม้แต่ของมีค่าของมาร์ตินก็ถูกปาลงพื้น ร่างบางทิ้งตัวลงที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งที่อยากจะพักผ่อนเพียงลำพังแต่เตชินท์กลับมานั่งแทรกที่ว่างที่เหลือบนโซฟา
“แกมาทำอะไรที่ห้องฉันดึกๆดื่นๆ”
“ผมมารอนายหญิงทุกวัน ไม่คิดว่านายหญิงจะกลับมาเวลานี้นะ”
“พอดีฉันหนีมา”
“หนี?”
“ช่างมันเถอะ เตรียมคนให้พร้อม พวกเราจะต้องกลับไปที่ป่าเดิมอีกครั้ง”
“ไปทำไมครับ”
“สร้อยฉันหาย”
“สร้อยหาย!” เรื่องที่ได้ยินทำเอาเตชินท์กุมขมับ หวั่นใจกลัว มองไปที่คอของมิลินเพื่อดูว่าเธอไม่ได้ล้อกันเล่น สร้อยไม่เห็นแต่เห็นร่องรอยจางๆที่ดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่รอยที่มาจากการต่อสู้แน่นอน
“ทำไมนายหญิงไม่ระวังเลยครับ เดี๋ยวก็มีปัญหาตามมาหรอกครับ มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ไงครับ”
“ก็มันหายไปแล้วจะให้ทำไงวะ ใครจะอยากให้มันหายวะ แกลองมาเป็นฉันดู แค่เอาตัวเองให้รอดยังยากเลย ถ้าไม่ได้โดนเหมือนฉันก็อย่าพล่าม”
