บทที่ 1 เด็กฝากของพ่อ
เด็กฝากของพ่อ
ในห้องประชุมย่อย
“นี่เรียกว่างานเหรอ”
เสียงทุ้มเย็นเฉียบดังลั่นห้องประชุมใหญ่ จนพนักงานที่นั่งอยู่ในห้องอีกสามคนแทบหยุดหายใจ
ก่อนที่แฟ้มเอกสารหนาปึกถูกปาลงพื้นอย่างแรง กระดาษกระจายเกลื่อนปลายรองเท้าหนังราคาแพงของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หัวโต๊ะ
“ผมจ่ายเงินให้พวกคุณเดือนละเป็นแสน เพื่อเอาคนโง่มานั่งกินเงินบริษัทหรือไง”
ไม่มีใครกล้าพูด สบตา แม้แต่จะก้มเก็บเอกสารก็ไม่กล้า
เพราะคนที่กำลังอาละวาดอยู่ตรงนั้นคือ ‘ภาคิน พิบูลศักดิ์’ ท่านประธานหนุ่มเจ้าของฉายา ‘ปีศาจน้ำแข็ง’ หล่อ รวย สมบูรณ์แบบ และโคตรอันตราย
สายตาคมเข้มภายใต้คิ้วดกหนา กดมองผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ราวกับอีกฝ่ายเป็นเศษขยะไร้ค่า
“ยอดตกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ แต่คุณยังมีหน้ามาบอกว่า พยายามเต็มที่แล้ว”
ภาคินหัวเราะในลำคอเบา ๆ แต่คนฟังกลับยิ่งกลัวจนเหงื่อแตกซึมไปทุกรูขุมขน
“ถ้าความสามารถมีแค่นี้ ก็ไปเขียนใบลาออกไว้รอเลย”
ผู้จัดการการตลาดวัยสี่สิบหน้าถอดสี ไม่กล้าแม้แต่จะแก้ตัวใด ๆ อีก
ทั้งห้องเงียบกริบ เงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศ
ทุกคนรู้ดีว่า เวลาภาคินโมโห ไม่มีใครควรโผล่หน้าเข้ามาขัด เพราะนั่นจะกลายเป็นยิ่งเติมเชื่อไฟอย่างดี
แต่ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เลขาหน้าห้องชะงักทันที ก่อนรีบเปิดประตูอย่างลังเล และนั่นคือวินาทีที่หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา
รองเท้าส้นสูงสีดำกระทบพื้นหินอ่อนเบา ๆ ชุดทำงานเรียบหรูขับให้รูปร่างดูสง่างาม ผมยาวสีดำถูกรวบต่ำเผยลำคอขาวสะอาด แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุด กลับเป็นใบหน้านิ่งเรียบพร้อมกับสายตาคู่นั้น ที่ดูเด็ดเดี่ยว แต่ยิ่งมอง… ยิ่งละสายตายาก
ขณะที่พนักงานมองเธออย่างตกตะลึง เพราะเวลานี้ใช่ใครจะเข้ามาได้...
ภาคินหรี่ตามองคนแปลกหน้าตรงประตูด้วยความไม่พอใจ “ใครอนุญาตให้เข้ามา”
น้ำเสียงเย็นจัดจนเลขาแทบหายใจไม่ออก
แต่หญิงสาวกลับไม่สะทกสะท้าน
เธอเดินผ่านกองเอกสารบนพื้นอย่างสงบนิ่ง ก่อนหยุดตรงหน้าเขา แล้วยกมือไหว้อย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ”
เสียงหวานนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“ดิฉัน กชมน ค่ะ”
สายตาคมของภาคินไล่มองเธอตั้งแต่ปลายเท้าถึงใบหน้า ราวกับกำลังประเมินสินค้า
ผู้หญิงสวยบุคลิกดี แววตาสงบนิ่ง สู้คน โดยเฉพาะเมื่อเธอไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
“แล้ว?”
เขาถามสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเสียมารยาทชัดเจน
กชมนสบตาเขาตรง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ท่านประธานใหญ่ให้ดิฉันมารายงานตัวเริ่มงานวันนี้ค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที
เพราะทุกคนรู้ว่า “ท่านประธานใหญ่” หมายถึงเจ้าของบริษัทตัวจริง… และเป็นพ่อของภาคิน
ดวงตาคมของภาคินเย็นลงทันที ‘เด็กฝาก’ คำคำเดียวผุดขึ้นมาในหัว มุมปากเขากระตุกขึ้นช้า ๆ อย่างเหยียดหยัน
“อ้อ…ที่แท้ก็เด็กเส้น” คำพูดนั้นทำให้พนักงานหลายคนหน้าซีด แต่กชมนกลับยังนิ่ง
เธอไม่แก้ตัว สีหน้ายังปกติ ท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้ภาคินหงุดหงิด “เวลานี้มันใช่ที่ใครจะเข้ามาหรือ” เสียงเขากร้าวขึ้น เลขาที่รับหน้าที่ดูแลคนเข้าออกระหว่างประธานหน้าถอดสี
“งั้นเชิญคุณกชมนออกไป...”
“เข้ามาแล้วก็นั่งฟังเลยแล้วกัน!” เสียงทุ้มเด็ดขาด
กชมนแม้จะลังเลเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่รู้ว่าก่อนจะเข้ามาเขากำลังประชุมอยู่ แต่เพื่อไม่ให้เขาเสียเวลาไปมากกว่านี้ เธอจึงมองหาที่นั่งก่อนจะนั่งลง เพื่อเตรียมรับฟัง
ท่าท่างมั่นใจนั่นยิ่งทำให้เจ้าของที่ประชุมอารมณ์ขุ่น ภาคินใช้สายตาไปยังผู้จัดการแล้วมองเอกสารบนพื้น โชคผู้จัดการจึงก้มลงหยิบเอกสารจากพื้นขึ้นมาแล้ววางไปตรงหน้าเขา
เขาเอื้อมมือไปหยิบ ก่อนจะโยนไปตรงหน้าผู้หญิงที่เข้ามาใหม่
ปึก!
“ในเมื่อเข้ามาด้วยเส้น ก็พิสูจน์ตัวเองหน่อยไหม”
พนักงานทั้งห้องกลื่นน้ำลายลงคอ พร้อมกับคิดว่า สาวสวยผู้มาใหม่อย่างกชมนคงอึ้งหรือเสียหน้า แต่เธอกลับหยิบเอกสารอย่างใจเย็น ก่อนเปิดอ่านเพียงไม่กี่วินาที
แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา
“ข้อมูลในนี้ผิดค่ะ”
ทั้งห้องชะงัก
แม้แต่ภาคินยังนิ่งไปหนึ่งจังหวะ
“หน้าสาม ยอดสรุปไม่ตรงกับกราฟด้านหลัง... ถ้าในห้องนี้กำลังเครียดกันเรื่องยอดตกสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ให้ฉันไปรวมยอดให้ใหม่ไหมคะ”
ทั้งห้องเงียบอึ้งไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้โชคหันไปส่งสายตาเป็นคำถามพร้อมตำหนิแพรวเพราะเธอเป็นหน้าที่วิเคราะห์การตลาดโดยตรง กลับรวบรวมข้อมูลผิด
แพรวหน้าเจื่อน พูดอะไรไม่ออก
สายตาคมกล้าของภาคินหันไปมองแพรว ก่อนจะหันกลับไปมองผู้จัดการ “งานแค่นี้ โทษใครไม่ได้... นอกจากหัวหน้าทีม ไม่รอบคอบ กลับไปพิจารณาตัวเองกันใหม่”
เสียงทุ้มเรียบเอ่ยตัดจบ
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดหน้าซีดทันที รีบคว้าเอกสารไปเปิดดู ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยน
เพราะมันผิดจริง
“ขอโทษครับ คุณภาคินเดี๋ยวพวกผมจะรีบไปจัดการให้ใหม่ทันทีครับ”
“งั้นก็ไปสิ” เมื่อเขาอนุญาต ทั้งหมดก็ลุกขึ้นก่อนจะโน้มตัวลงให้เล็กน้อย แล้วทยอยกันเดินออกจากห้อง เหลือกชมนที่ยังนั่งอยู่ในท่าทางสำรวม
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ภาคินจ้องหน้ากชมนนิ่ง ๆ
และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี… ที่มีคนกล้าพูดสวนเขาต่อหน้าพนักงาน โดยไม่เกรงกลัวอำนาจเขา...
