บทที่ 2 ผู้ช่วยส่วนตัว
หลังจบเหตุการณ์ในห้องประชุมเมื่อวาน ภาคิน พิบูลศักดิ์ ก็ใช้อำนาจท่านประธานสั่งย้ายโต๊ะทำงานของกชมนเข้ามาไว้ในห้องส่วนตัวของเขาทันที
ไม่ใช่เพราะไว้ใจ แต่เพราะอยาก ‘กด’
ผู้หญิงที่ทำให้เขาเสียหน้า และภาคินไม่เคยปล่อยให้ใครลูบคมฟรี ๆ ในสายตาเขา กชมนคือเด็กฝากของพ่อ งูพิษเงียบ ๆ ที่แสร้งทำตัวบริสุทธิ์
ภาพเมื่อเมื่อหลายวันก่อนย้อนเข้ามาในหัวอีกครั้ง…
“ภาคิน...”
เสียงเข้มของภาคินดังขึ้นในห้องทำงาน สีหน้าของผู้เป็นพ่อจริงจัง ก่อนจะวางแฟ้มประวัติของกชมนลงบนโต๊ะ
“เด็กคนนี้… พ่อฝากเขาเข้าทำงานหน่อย”
“ใครครับ” เขาจับแฟ้มขึ้นมาไม่ทันได้เปิดดู เสียงผู้เป็นพ่อตอบกลับมาเสียก่อน
“กชมน”
ชื่อนั้นทำให้ภาคินถึงกับเงียบไป
อีกแล้ว ชื่อที่เขาไม่เคยสนใจฟังจากปากพ่อเมื่อหลายปีก่อน วนกลับมาเข้าหูเขาอีกแล้ว... ภาคินคิดอย่างหงุดหงิด
“เขาไม่มีที่ไปหรือไง” ภาคินหัวเราะหยัน พลางเอนตัวพิงโซฟา
“ไอ้ลูกคนนี้ ฉันสั่งก็ทำตามไปเถอะ...” ภาคินขึ้นเสียงเข้ม “แล้วดูแลน้องให้ดี อย่าไปรังแกล่ะ”
“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ”
ภาคินนิ่งมอง ก่อนถอนหายใจ “เออ แล้วแต่แก แต่พ่อสั่งไว้ก่อน อย่าให้คนของแก รังแกน้องได้ก็แล้วกัน”
ภาพตัดกลับมาสู่ปัจจุบัน
เขาจะเป็นคนรังแกเธอเอง... ภาคินคิด มองโต๊ะทำงานใหม่ของกชมนตรงมุมห้อง ก่อนกระตุกยิ้มสะใจ
เขาไม่เชื่อคำพูดของพ่อ ไม่เชื่อว่าผู้หญิงสวย ดูเพียบพร้อมขนาดนั้น จะไม่มีเป้าหมายอื่นแอบแฝง เช่นนั้นเขาจะเหยียบเธอลงไปเอง
ตั้งแต่นาทีแรกของการเริ่มงานอย่างเป็นทางการ กชมนก็ได้รู้ว่ากำลังโดนแกล้ง ไม่ใช่จากเพื่อนร่วมงาน แต่เป็นท่านประธานเอง
“กาแฟส้มแก้วนึง”
เสียงทุ้มดังขึ้นจากโต๊ะทำงานใหญ่โดยที่เจ้าของเสียงไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารในมือ
“ฉันไม่กินส้มสายน้ำผึ้ง ไปหาส้มแมนดารินคั้นสดมาทำ”
ศิราเลขาหน้าห้องที่กำลังเดินออกไปถึงกับชะงัก เพราะรู้ว่าคาเฟ่ใต้ตึกไม่มีส้มชนิดนั้น
ชัดเจนว่าเจ้านายกำลังหาเรื่องพนักงานคนใหม่ แต่กชมนเพียงพยักหน้าเบา ๆ
“ค่ะ”
ยี่สิบนาทีต่อมา เธอกลับเข้ามาพร้อมกาแฟส้มแมนดารินคั้นสดตามที่เขาสั่ง มาวางบนโต๊ะเขา
เขายกแก้วขึ้นจิบ ก่อนวางกระแทกลงบนโต๊ะดังปึก “จืดไร้รสชาติ”
กชมนมองน้ำแข็งที่ยังเป็นก้อนเต็มแก้ว “ลิ้นคุณมีปัญหาหรือเปล่าคะ ต้องให้พาไปหาหมอไหมคะ”
กชมนตอบเรียบ ๆ
ภาคินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเธอช้า ๆ สายตาคมเข้มจ้องกร้าว
“ฉันบอกว่าจืด ก็คือจืด แล้วอีกอย่าง…” เขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตาดูแคลน “อย่ามาต่อปากต่อคำกับฉัน”
กชมนกลับเพียงค้อมศีรษะเล็กน้อย ก่อนหยิบแก้วกาแฟเดินออกไปเงียบ ๆ
ไม่มีอาการโมโห หรือหงุดหงิด เหมือนเขาไม่มีผลต่ออารมณ์เธอเลยสักนิด และนั่นทำให้ภาคินเริ่มหงุดหงิดหนักกว่าเดิม
ช่วงบ่าย ภาคินเรียกประชุมหัวหน้าฝ่ายแบบกะทันหัน แฟ้มงบประมาณไตรมาสที่ ฝ่ายการตลาดทำค้างไว้ ถูกโยนลงตรงหน้ากชมนตั้งแต่ตอนสาย พร้อมคำสั่งประกาศิตจากภาคินว่าเธอต้องเป็นคนนำเสนอในบอร์ดบ่ายนี้ ทุกคนในห้องรู้ทันทีว่าท่านประธานกำลังจงใจ ‘วางยา’ เล่นงานเด็กฝาก
กชมนยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ต่างจากสายตาหลายคู่ที่รอดูว่าเธอจะแก้สถานการณ์งบประมาณที่พังยับเยินนี้ยังไง
“ข้อมูลตรงนี้ใช้ไม่ได้” เสียงภาคินดังขึ้นขัดจังหวะกลางห้อง “กำไรคาดการณ์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ เธอเข้ามาแตะงานวันแรกก็มั่วนิ่มตัวเลขจนระบบรวนไปหมด
หัวหน้าฝ่ายหลายคนหน้าเสีย เพราะรู้ดีว่าตัวเลขสวยหรูที่ภาคินพูดถึง คือตัวเลขมโนที่เขาสั่งให้แต่งขึ้นเพื่อเอาใจผู้ถือหุ้น งานนี้เขากำลังตั้งใจเหยียบกชมนต่อหน้าคนทั้งห้อง
แต่กชมนกลับเลื่อนไอแพดในมืออย่างใจเย็น ก่อนกดสลับหน้าจอข้อมูลอีกชุดที่เธอทำไว้เรียบร้อยขึ้นจอใหญ่ทันที...
“ตัวเลขสวยหรูก่อนหน้านี้ เป็นตัวเลขขายฝันที่ไม่มีอยู่จริงค่ะ” เสียงเธอนิ่ง นิ่งจนเหมือนคมมีดเย็นๆ กรีดหน้าท่านประธาน
“ส่วนรายงานชุดนี้ ดิฉันอ้างอิงจากฐานข้อมูลจริง ไม่ได้มั่วนิ่ม และไม่ได้เสนอ ‘ตัวเลขสวย’ เพื่อเอาใจใคร แต่เสนอความจริงที่บริษัทต้องเผชิญ”
ทั้งห้องเงียบกริบ ภาคินจงใจวางยาเพื่อให้เธอโชว์ความโง่ แต่เธอกลับรื้อข้อมูลจริงมาตลบหลังเขา
เธอไปหามาจากไหน... ภาคินถึงกับหงุดหงิดชักสีหน้าตึง
กชมนยังพูดต่อ “ถ้าท่านประธานเห็นว่าข้อมูลดิฉันผิดตรงไหน รบกวนชี้จุดคำนวณ ดิฉันพร้อมแก้ทันที...”
หัวหน้าฝ่ายการตลาดรีบก้มหน้าหลบสายตาทันทีเพราะรู้ดีว่าข้อมูลของกชมนถูกต้องและอุดรอยรั่วของบริษัทได้จริง ภาคินกัดกรามแน่นจนเป็นสัน...
“เลิกประชุม”
เสียงทุ้มโพลงขึ้น
“ส่วนเธอ… ตามฉันเข้ามา”
ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ภาคินก็กระชากข้อมือกชมนเข้าหาตัวแรง ๆ
ร่างบางเซถลาเข้าชนอกแกร่ง
“เธอคิดว่าตัวเองเก่งมากหรือไง มีพ่อฉันหนุนหลัง เลยกล้าลองดีกับฉัน?”
กชมนนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะแรงบีบที่ข้อมือ แต่ยังสบตาเขาตรง ๆ
“คุณให้งาน ดินฉันทำออกมาดี คุณควรชื่นชมไม่ใช่เหรอคะ...” เธอเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่อช้า ๆ “แล้วก็… ช่วยปล่อยมือด้วยค่ะ”
ดางตากร้าวมองเธอเขม่ง “กชมน!” เสียงทุ้งกัดฟันเรียก
ผู้หญิงคนอื่นเอาแต่พยายามเอาใจเขา แต่ผู้หญิงคนนี้กลับมองเขาเหมือนเป็นตัวน่ารำคาญ
ภาคินไม่ปล่อยแต่ออกแรงผลักจนเธอเซเสียหลักไปหลายก้าว ก่อนยิ้มเย็น
“ชอบทำงานนักใช่ไหม”
“งั้นคืนนี้อยู่ทำงานมันทั้งคืนนี่แหละ”
เขาโยนแฟ้มหนาลงโต๊ะ
“ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย”
“แล้วอย่าหวังจะได้กลับบ้าน ถ้าฉันยังไม่เซ็น”
พูดจบก็เดินออกจากห้องปล่อยให้กชมนยืนนิ่งมองแฟ้มนั้นเงียบ ๆ
