บทที่ 3 กาแฟร้อน

เวลาล่วงเลย ทั้งชั้นเหลือเพียงแสงไฟในห้องท่านประธาน กชมนยังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเดิมเพียงลำพังในห้อง

ส่วนภาคินหลังจากออกจากบริษัทเขาก็นั่งดื่มอะไรเย็น ๆ จนกระทั่งรู้ว่าอารมณ์เย็นลงเขาจึงกลับเข้าไปในบริษัทอีกครั้ง

กชมนเมื่อเห็นว่าภาคินกลับเข้ามาเธอก็รีบเอางานที่ทำเสร็จแล้วไปวางตรงหน้าเขา ภาคินหยิบรายงานที่เธอเพิ่งพิมพ์เสร็จขึ้นมาเปิดดูเพียงไม่กี่วินาที

แคว่ก!

เขาฉีกมันครึ่งหนึ่งต่อหน้าเธอ

แคว่ก!

กชมนมองรายงานที่ตัวเองนั่งทำมาหลายชั่วโมง ถูกฉีกขาดต่อหน้าต่อตา

กระดาษหลายแผ่นปลิวตกลงพื้น

ภาคินวางเอกสารส่วนที่เหลือลงบนโต๊ะ ก่อนเอนตัวพิงเก้าอี้

“ทำใหม่...” เขามองหน้าเธอ “ฟอนต์น่ารำคาญ แล้วจัดหน้าเหมือนงานนักศึกษาฝึกงาน”

กชมนก้มลงเก็บเศษกระดาษทีละแผ่นโดยไม่พูดอะไร

ยิ่งเธอไม่โวยวาย ภาคินยิ่งหงุดหงิด

เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนโน้มตัวลงกักเธอไว้กับขอบโต๊ะทำงาน

“ทำไม เริ่มทนไม่ไหวแล้วหรือไง...” มุมปากยักยกเพียงนิด “ร้องออกมาสิ เผื่อฉันจะสงสาร”

กชมนเม้มปากแน่น ระยะห่างที่ใกล้ชิด จนลมหายใจรดใส่กัน ทำให้เธอต้องเอนตัวหนีเล็กน้อย แต่เขากลับยิ่งโน้มเข้ามา

กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาปะทะเข้ามาชัดเจน ขณะเดียวกัน กลิ่นกุหลาบอ่อน ๆ จากตัวเธอก็ลอยเข้าจมูกเขาเหมือนกัน ภาคินขมวดคิ้วแต่กลบความรู้สึกบางอย่างไว้

“หรือจะอ้อนวอนดี ๆ ก็ได้” สายตาเขากวาดมองเธอช้า ๆ “เผื่อฉันจะใจอ่อนกับพวกหิวเงิน”

กชมนเงยหน้ามองเขา “ถ้าท่านประธานพอใจแบบนั้น ดิฉันก็จะไปแก้ใหม่ให้ค่ะ”

ไม่มีน้ำเสียงประชด ไม่มีอารมณ์โมโห

ภาคินกัดกรามแน่น ก่อนถอยออกมา “ไปชงกาแฟ” แล้วหมุนตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน

กชมนเดินไปชงกาแฟดำตามที่เขาสั่ง ก่อนยกกลับมาวางตรงหน้าเขา

ไอร้อนลอยขึ้นจากแก้ว แต่จังหวะที่เธอปล่อยมือ

เพล้ง!

แก้วกาแฟร่วงแตกลงพื้น

น้ำร้อนสาดใส่มือเธอเต็ม ๆ

กชมนสะดุ้ง รีบชักมือกลับทันที

ความร้อนแล่นวาบจนผิวขาวขึ้นสีแดงจัด

ภาคินชะงักไปเหมือนกัน เขาไม่ได้คิดว่ามันจะโดนเธอเต็ม ๆ แบบนี้

กชมนรีบเดินไปเปิดน้ำล้างมือ สีหน้าเธอซีดลงเล็กน้อย แต่ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีแม้แต่คำต่อว่า

ภาคินยืนมองแผ่นหลังเธอเงียบ ๆ

ความรู้สึกแปลก ๆ จุกขึ้นมาในอก

แต่ทิฐิทำให้เขาไม่พูดอะไร

กชมนปิดน้ำ ก่อนหยิบทิชชูซับมือ แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานต่อ

เธอเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภาคินขมวดคิ้ว

“ยังจะทำต่ออีก?”

“งานยังไม่เสร็จค่ะ”

เขามองมือแดง ๆ ของเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจแรง ๆ อย่างหงุดหงิด

“พอแล้ว”

กชมนชะงัก

“กลับบ้านไป”

เธอมองกองเอกสารบนโต๊ะ เหมือนกำลังคิดว่าถ้ากลับตอนนี้ พรุ่งนี้เขาคงหาเรื่องเธออีกแน่

ภาคินยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม “บอกให้ไปก็ไปสิ...” เสียงเขาดังขึ้น “จะนั่งให้มือเปื่อยก่อนหรือไง”

กชมนเม้มปาก ก่อนปิดโน้ตบุ๊กช้า ๆ

เธอลุกขึ้นหยิบกระเป๋า แล้วเดินออกไปทางประตู

แต่ก่อนออกจากห้อง เธอหยุดฝีเท้าเล็กน้อย

“ถึงจะเกลียดดิฉันมากแค่ไหน...” เธอพูดโดยไม่หันกลับมา “การทำร้ายคนอื่น มันไม่ได้ทำให้คุณดูสูงขึ้นเลยค่ะ”

พูดจบ ประตูก็ปิดลง ปัง!

ภาคินยืนนั่งนิ่งอยู่กลางห้อง ก่อนจะสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย

“แม่งเอ๊ย...”

กชมนยืนกอดอกรับลมอยู่ริมฟุตบาทหน้าบริษัทมาเกือบครึ่งชั่วโมง ไฟหน้ารถสปอร์ตหรูที่กำลังเคลื่อนออกจากตึกชะลอความเร็วลงช้า ๆ ก่อนจะมาจอดสนิทตรงหน้าเธอ

กระจกฟิล์มดำสนิทเลื่อนลง เผยใบหน้าคมคายของท่านประธานหนุ่มที่ยังคงบึ้งตึง ภาคินปัดความรู้สึกอึดอัดและอาการเสียหน้าจากเหตุการณ์เมื่อครู่ออกไป ก่อนจะตวัดสายตาเรียบนิ่งมองหญิงสาว

“ขึ้นมา”

กชมนหันไปมองรถคันหรูตรงหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันกลับเองได้”

ภาคินขมวดคิ้วทันที “ดึกขนาดนี้ รถเมล์หมดแล้ว”

“เดี๋ยวดิฉันเรียกรถเองค่ะ”

“แล้วถ้าโดนฉุดขึ้นรถไปล่ะ”

คำพูดตรง ๆ แบบนั้นทำให้กชมนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

ภาคินกระแทกลมหายใจ

“ฉันไม่ได้เป็นห่วงเธอ...” เขารีบพูดดักคอทันที “แต่อย่าอวดดี ดึกป่านนี้ไม่มีรถเมล์สายไหนวิ่งผ่าน ดีไม่ดีถ้าเกิดมีอันตรายอะไรขึ้นมาหน้าบริษัท พ่อฉันรู้เข้า ก็จะหาว่าฉันโขกสับใช้งานเธอจนเกิดเรื่องอีก ขึ้นรถ!”

กชมนฟังแล้วหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ใช่เพราะตลก แต่เพราะรู้ทัน

“สบายใจได้ค่ะ...” เธอมองเขาตรง ๆ “ดิฉันไม่เลือกมาตายหน้าบริษัทคุณหรอก”

ภาคินหน้าตึงทันที

“กชมน”

“เชิญท่านประธานกลับไปพักเถอะค่ะ”

พูดจบ เธอก็ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อแสดงเจตนาเด็ดขาดว่าไม่มีวันก้าวขึ้นรถคันนี้เด็ดขาด

ภาคินหน้าชาดิก มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูด ความหวังดีที่อุตส่าห์ยอมก้มหัวให้ถูกเธอโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี

“เออ! อวดดีให้ได้ตลอดรอดฝั่งแล้วกัน!”

ภาคินพ่นคำออกมา ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว

เสียงเครื่องยนต์แผดคำรามสนั่นถนน กรามหนาขบแน่น สายตาจ้องมองถนนเบื้องหน้าด้วยความเดือดดาล “ผู้หญิงบ้าอะไร... โคตรน่ารำคาญ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป