บทที่ 5 เส้นแบ่งอันตราย
หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู ทั้งสองต่างผละออกจากกันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ภาคินกลับไปนั่งหลังโต๊ะประธาน หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดอ่าน ส่วนกชมนเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง จัดชายกระโปรงที่ยับย่นให้เข้าที่ ก่อนหยิบปากกาขึ้นมาทำงานต่อ
ทั้งคู่รออยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับไม่มีใครเปิดประตูเข้ามา ราวกับเสียงเคาะเมื่อครู่เป็นเพียงจังหวะที่เข้ามาหยุดเหตุการณ์ไว้เท่านั้น
ภาคินบดกรามแน่นอย่างขัดใจ ก่อนสะบัดสายตากลับมาที่เอกสารตรงหน้า ขณะที่กชมนก้มหน้าทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ภายในห้องทำงานจึงเหลือเพียงเสียงพลิกเอกสารและเสียงปลายปากกาขีดลงบนกระดาษ ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัด
หลังจากที่เงียบไปนาน เสียงทุ้มดังขึ้นโดยที่เขาไม่ได้เงยหน้ามอง คู่สนทนา “หลังเลิกงาน ไปงานรับลูกค้ากับผม”
กชมนยังคงไล่สายตาอ่านเอกสารตรงหน้า ราวกับไม่ได้ยิน
ภาคินยกสายตาขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาคมเข้มจับอยู่ที่ใบหน้าหวานซึ่งไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมาสบตา
กรามแกร่งขบเข้าหากัน “ที่ผมพูด... ได้ยินหรือเปล่า”
คราวนี้กชมนจึงวางปากกาลงช้า ๆ ก่อนเงยหน้ามองเขา “คุณภาคินคุยกับดิฉันหรือคะ”
ภาคินเลิกคิ้ว “ในห้องนี้มีคนอื่นอีกหรือไง”
“อ้อ... ค่ะ รับทราบ”
เธอตอบสั้น ๆ ก่อนก้มกลับไปจัดเรียงเอกสารต่อ ราวกับบทสนทนาเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องงานธรรมดา
ท่าทีเฉยเมยของเธอทำให้ภาคินรู้สึกเหมือนหมัดที่ต่อยออกไปกลับกระแทกใส่ตัวเอง
เขาเม้มริมฝีปาก หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นเอกสารต่อ ปลายปากกากดลงบนกระดาษแรงกว่าทุกครั้ง สีหน้าที่ตึงจัดบอกได้ชัดว่า อารมณ์ของเขายังไม่สงบ...
หลังเลิกงาน กชมนถูกภาคินสั่งให้ติดตามเขามางานเลี้ยงหรู โดยอ้างว่ามีนัดสำคัญกับลูกค้ารายใหญ่ และต้องการให้เธอทำหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัว หญิงสาวไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของเจ้านาย อีกทั้งเธอไม่ต้องการให้อีกฝ่ายคิดว่า ตัวเองกำลังหลบหน้าเพราะเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้า จึงได้แต่เก็บทุกความรู้สึกไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบ
ภายในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและแก้วแชมเปญกระทบกัน กชมนในชุดราตรีสีดำเรียบหรู กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งงานทันที เธอไม่ได้แต่งตัวเปิดเผย ไม่ได้พยายามเรียกร้องสายตาใคร แต่กลับดึงดูดสายตาผู้ชายแทบทั้งงานก็ว่าได้
ผู้ชายหลายคนเริ่มหาโอกาสเข้าหา ทั้งไฮโซหนุ่ม ทายาทตระกูลดัง รวมถึงพวกนักธุรกิจใหญ่ที่มองเธอด้วยสายตาไม่ต่างจากนักล่า ...
“ผู้หญิงคนนั้นใครวะ...”
“แฟนคุณภาคินหรือเปล่า?”
“ไม่น่าใช่ ถ้าใช่คงไม่ปล่อยให้ยืนคนเดียวหรอก”
เสียงซุบซิบดังเป็นระยะ ขณะนักธุรกิจหนุ่มหลายคนเริ่มเดินเข้าไปหาเธอทีละคน
“สวัสดีครับ ผมลีนะครับ ไม่ทราบว่าคุณ...”
“กชมนค่ะ”
เธอตอบสั้น ๆ พร้อมยิ้มบาง ๆ ตามมารยาท
“ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอพาคุณไปนั่งโซน VIP ไหมครับ”
“ขอบคุณค่ะ แต่ตรงนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
อีกฝ่ายหน้าเจื่อนไปนิด ก่อนฝืนยิ้มแล้วถอยออกไป
ไม่นาน ทายาทตระกูลอสังหาฯ คนหนึ่งก็เข้ามาต่อทันที
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ” เธอทักทายกลับตามมารยาท
“คุณดื่มอะไรหรือยังครับ เดี๋ยวผมให้คนจัดให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ ดิฉันหาดื่มเองได้ค่ะ”
“งั้น... ขอไลน์ไว้ได้ไหมครับ เผื่อมีโอกาสได้คุยกันอีก”
กชมนมองเขาเพียงครู่เดียว ก่อนตอบเสียงเรียบ ๆ
“เรื่องงานติดต่อผ่านบริษัทได้เลยค่ะ”
ประโยคปฏิเสธนั้นทำเอาอีกฝ่ายเงียบไปทันที
ภาคินยืนมองอยู่ไม่ไกล แววตาคมเข้มเริ่มตึงขึ้น
ตอนแรกเขาคิดว่า ผู้หญิงทะเยอทะยานแบบเธอคงรีบคว้าผู้ชายกระเป๋าหนักสักคนไว้เป็นบันได
แต่ผิดคาด...
“โคตรหยิ่งเลยว่ะ”
“แต่แม่ง... ยิ่งหยิ่งยิ่งน่าเอาชนะ”
เสียงผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ ดังเข้าหูภาคินพอดี
กรามเขากระตุกทันที
ภาคินเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะตอนที่เห็นสายตาของผู้ชายคนหนึ่งไล่มองแผ่นหลังขาวเนียนของเธอไม่วางตา ความรู้สึกหวงก้างก็ปะทุขึ้นมาทันที
เขากำลังจะเดินเข้าไปหาเธอ แต่มีบริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาขวาง “คุณภาคินครับ” เสียงนั้นทำให้เขาชะงักและรีบปรับสีหน้าให้ปกติ “มีอะไร”
“มีคนฝากวิสกี้มาให้ครับ”
บริกรชี้ไปทางฝั่งคนฝาก ซึ่งเป็นผู้หญิงสวยไฮโซคนหนึ่ง ภาคินรับแก้วมาแล้วดื่มรวดเดียวตามมารยาทธุรกิจ ก่อนจะวางแก้วลงตามเดิม จากนั้นเขาก็ดิ่งเข้าไปหากชมน คว้าข้อมือเธอแล้วดึงออกจากวงสนทนาทันที
“กลับ” เสียงทุ้มห้วนจนคนรอบข้างหันมามอง
กชมนขมวดคิ้ว “กลับได้ยังไงคะ คุณต้องพบลูกค้าคนสำคัญนะ จะมางี่เง่าแบบนี้ไม่ได้ ธุรกิจของพ่อคุณจะพังเอา”
เธอพูดถูกจุด... แต่คนอคติแบบเขากลับคิดไปว่าเธอห่วงเพราะอยากเอาใจพ่อเขา “งั้นก็อย่าทำตัวเด่นเกินงาม ไว้หน้าพ่อผมบ้าง... แล้วก็เข้าไปพบลูกค้ากับผม” ภาคินเปลี่ยนคำสั่งกะทันหันแล้วเดินนำไป
กชมนทำได้แค่มองบนระอาในความโลเลของเขา จนกระทั่งได้เวลาตามนัด เธอจึงบอกเขา “ได้เวลาแล้วค่ะ”
ทั้งคู่เดินออกจากงานขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพักด้านบน ระหว่างนั้น ภาคินเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ เลือดในกายสูบฉีดจนอุณหภูมิพุ่งสูง แต่เขายังคิดว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของวิสกี้แก้วเมื่อกี้ เลยฝืนเดินต่อไปจนถึงหน้าห้องของลูกค้า...
