บทที่ 7 ตอนที่ 7 วันฝนตก
มิน Part
"แม่ครับหนูกลับมาแล้วทำกับข้าวอยู่เหรอห้อมหอม" เพียงผมกับปันปันเดินตามกลิ่นหอม ๆ เข้ามาในครัวก็เจอกับผู้หญิงที่ผมรักที่สุดแล้วล่ะ
"สวัสดีค่ะแม่ดาเมนูวันนี้ทำอะไรคะหอมไปถึงปากซอยนู่น" ปันปันยกมือไหว้แม่ผมพร้อมกับเดินไปกอดไปหอมออดอ้อนแม่ผมยกใหญ่เลย
"ไหว้พระเถอะลูกแหมกลิ่นมันหอมไปไกลขนาดนั้นเชียว" แม่ยิ้มอ่อนโยนให้ตามเคยเพราะปันปันเนี่ยลูกสาวคนโปรดของแม่ผมเลยนะ
"กับข้าวก็หอมแล้วคนจะหอมไหมเนี่ยไหนหนูดมหน่อย" ผมพูดหยอกแม่พร้อมกับแกล้งผลักปันปันออกจากแม่เบา ๆ แล้วเป็นคนสวมกอดแม่เสียเอง
"โอ๊ย แม่ดาจ๋ามินผลักปันอ่ามินรังแกปัน ฮือ ๆ" ปันปันทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นโวยวายออกมาทั้งที่ผมไม่ได้รุนแรงอย่างคำกล่าวหาสักหน่อย
"เอิ่ม การแสดงชนะเลิศครับปันปันมินยอมแพ้ก็ได้" ผมหันไปบอกปันปันอย่างอ่อนใจ แต่แขนทั้งสองข้างก็ยังโอบกอดผู้หญิงคนเดียวที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตอยู่ดี
"ฮ่า ๆ พอ ๆ ลูกไม่ต้องแกล้งกันไปล้างไม้ล้างมือทั้งคู่เลยจะได้มากินข้าวกับข้าวเสร็จพอดี" แม่หัวเราะเบา ๆ แล้วออกปากสั่งทำให้เราต้องรีบทำตาม แต่หลังจากกินข้าวเสร็จปันปันก็ขอตัวกลับบ้านไปอาบน้ำเพื่อที่จะมานอนกับแม่ผมเหมือนทำชอบทำบ่อย ๆ เหลือเพียงผมที่นอนหนุนตักแม่ที่นั่งดูทีวีไปลูบหัวของผมไปด้วย
ผมรู้ว่าแม่กำลังฝืนร่างกายตัวเองอยู่อาการป่วยของแม่ทรง ๆ ทรุด ๆ มาได้ระยะหนึ่งแล้วแต่แม่ปิดเอาไว้คงกลัวว่าผมจะคิดมาก ผมเข้าใจกฎเกณฑ์วัฏจักรของมนุษย์ว่าทุกอย่างต้องมีวันดับสูญแต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะเสียผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ไป ต้นไม้ที่คอยให้ร่มเงาให้ผมได้พักพิง ต้นไม้ที่ยืนหยัดปกป้องผมจากแสงแดดและลมฝน ต้นไม้ที่ไม่ว่าจะเจอพายุใหญ่ขนาดไหนก็ไม่เคยหวั่นไหวยังเข้มแข็งพร้อมจะโอบกอดผมได้ทุกเวลา พ่อครับขอเถอะครับอย่าเพิ่งเอาต้นไม้ต้นนี้ไปจากผมเลย
"ตอนนี้มินกับพี่ตุลย์ไปถึงไหนกันแล้วลูกพี่เขามองลูกชายของแม่รึยังครับ หือ" แม่เอ่ยหยอกผมเรื่องพี่ตุลย์อีกแล้วแม่รู้เรื่องพี่ตุลย์นะครับผมไม่เคยมีความลับกับแม่แต่อาจจะบอกไม่หมด เช่นเรื่องที่พี่ตุลย์ทำให้ผมเสียใจอยู่บ่อยครั้งผมไม่บอกหรอกไม่งั้นแม่คงเป็นห่วงจนเครียดแน่
"แม่ครับหนูออกจะหล่อขนาดนี้มีเหรอที่พี่ตุลย์จะไม่หวั่นไหว ฮ่า ๆๆ" ปากเอ่ยตอบแม่แต่สายตาผมกลับไม่กล้ามองตอบแม่ที่มองมา ขอเวลาหน่อยนะถ้าวันหนึ่งผมทำทุกอย่างจนสุดกำลังที่มี ถึงวันนั้นถ้าพี่ตุลย์กับผมยังเป็นแบบนี้กันอยู่ผมสัญญาว่าจะปล่อยวางหัวใจของผมลงสักที
ซ่า ๆ ๆ ผมนั่งมองฝนที่ตกตั้งแต่ช่วงบ่ายจนนี่ก็ห้าโมงกว่าแล้ว ผม ปันปันและชมพู่กับคนอื่น ๆ บางส่วนยังติดฝนอยู่ที่อาคารเรียนอยู่เลยจะได้กลับห้องกี่โมงกันเนี่ย วันนี้ผมไม่ได้กลับไปนอนบ้านครับแม่ปริมแม่ของปันปันให้น้องปอมานอนเป็นเพื่อนแม่ ท่านเป็นห่วงว่าผมไป ๆ กลับ ๆ จะไม่ไหวเอาน่ะสิ เมื่อกี้แม่ก็โทรมาถามว่าฝนตกไหมเพราะแถวบ้านตกหนักมาก ตกลงปีนี้จะมีแค่ฤดูฝนกับฤดูร้อนใช่ไหมครับกรมอุตุฯ นี่อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะสิ้นปีแล้วทำไมผมยังไม่สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นเลยสักนิดนะ เฮ้อ
"ชมว่าเราเดินฝ่าฝนไปเรียกแท็กซี่หน้ามหาลัยกันเถอะดูท่าจะตกอีกนานไม่มีแววจะหยุดเลย" หลังจากชมพู่รับโทรศัพท์เสร็จก็เดินมาชวนด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ
"เฮ้ย จะไหวเหรอยัยชมตกยังกับฟ้ารั่วขนาดนี้ มินว่าไง" ปันปันท้วงขึ้นพร้อมกับหันมาถามผมด้วยสีหน้าติดกังวลไม่น้อย
"เดี๋ยวไปหายืมร่มที่โรงอาหารไหมล่ะเผื่อลุง ๆ ป้า ๆ เขายังไม่เก็บร้านกัน" ชมพู่เองก็เอ่ยแย้งปันปันอีกครั้ง
"มินว่าโทรเรียกแท็กซี่ให้เข้ามารับที่นี่ก็ได้มั้ง" พอผมเอ่ยขึ้นแต่ก็ต้องงงหนักมากเมื่อชมพู่ลากแขนผมกับปันปันให้เดินเร็ว ๆ ไปที่โรงอาหารด้วยกัน รีบร้อนอะไรขนาดนี้เนี่ย
"อะไรของเธอยัยชมโทรเรียกแท็กซี่แบบมินว่าก็ดีแล้วจะเดินมาให้เปียกทำไม" ปันปันทั้งบ่นทั้งวิ่งตามแรงดึงของชมพู่แต่ผมกลับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าโรงอาหาร เมื่อมองเข้าไปเห็นพี่ตุลย์กับเพื่อน ๆ เขาพากันนั่งอยู่ เลยต้องเดินตัวลีบผ่านพวกพี่เขากะว่าจะเลี่ยงไปนั่งอีกฝั่งของโรงอาหาร พี่ตุลย์คงไม่เห็นผมหรอกก็เขานั่งหันหลังให้ท่าทางจะยุ่งกับชีทกองโตอยู่นี่นา
"มินนั่งโต๊ะนี้กันเถอะ มาชมเช็ดหัวให้เดี๋ยวจะไม่สบาย" แต่ก็ต้องตกใจเสียงที่ชมพู่พูดออกมามันดังจนพวกเพื่อน ๆ พี่ตุลย์หันมามองเป็นแถว พอเหลือบสายตามองพี่ตุลย์ก็เจอเข้ากับสายตาคมดุที่เงยหน้าจากกองชีทหันมามองผมพอดี
"เอ่อ ไม่เป็นไรชมกับปันปันก็เปียกเหมือนกันรีบเช็ดหน้าเช็ดผมให้แห้งก่อนเถอะเดี๋ยวจะไม่สบาย" ผมหันมาบอกชมพู่กับปันปันที่นั่งลงข้าง ๆกับโต๊ะพวกพี่ตุลย์โดยไม่คิดจะทักทายพี่ตุลย์สักคำ
"มินเช็ดผมให้ปันหน่อย" ปันปันยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่มาให้ ปันปันก็เป็นแบบนี้แหละครับชอบอ้อนให้ผมเช็ดผมบ้างลูบหัวบ้างอยู่เรื่อย
ฟึ่บ แต่ในขณะที่กำลังเช็ดผมให้ปันปันก็มีผ้าขนหนูผืนเล็กตกลงมาที่หัวผมพอดี พอหันไปตามทิศทางที่น่าจะเป็นที่มาของมันก็เจอกับพี่ตุลย์ที่นั่งกอดอกเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ข้างหลังแต่กลับหันเก้าอี้มามองทางนี้ สายตาคมนั้นจ้องผมอยู่ด้วยสิ
"อ้าวพี่โปรดสวัสดีค่ะ" ชมพู่ยกมือไหว้เพื่อนคนหนึ่งของพี่ตุลย์คล้ายทักทายคนรู้จัก แต่เอ่อพี่ครับพี่จะส่งพลังงานน้ำแข็งมาทำไมครับแล้วหน้าตาเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เหมือนจะฆาตกรรมคนทั้งโลกของพี่กับสายตาพร้อมจะเหวี่ยงยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่คืออะไรครับ
"อืม ไงเรายังไม่กลับบ้านรึไงมืดค่ำแบบนี้ทำไมยังไม่กลับ" พี่โปรดถามชมพู่ไปนิ้วก็จิ้มโทรศัพท์ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทะเลาะกับโทรศัพท์ไปด้วย ผมเคยเห็นพี่โปรดอยู่กับพวกพี่ตุลย์บ่อย ๆ นะครับแต่ไม่ได้รู้จักเขา เพราะพี่โปรดไม่ได้จบมัธยมจากที่เดียวกับพี่ตุลย์และผม แถมพี่โปรดยังเรียนวิศวะคณะแหล่งศูนย์รวมผู้ชายหล่อดูดีแต่โหดนู่น ส่วนเพื่อนพี่ตุลย์บางคนผมก็รู้จักเหมือนกันอย่างพี่นัทพี่เดียร์พี่โยเราก็จบมาจากที่เดียวกัน ส่วนพี่ยิ้มผู้หญิงอีกคนที่ผมเห็นอยู่กับพวกพี่ตุลย์ประจำผมยิ่งไม่รู้จักเลย
"โอ๊ะโอ น้องปันที่น่ารักกับน้องมินสุดที่รักของพี่โยนี่เอง ว่าไงเรา ไม่ได้คุยกันเลยนะเรียนเป็นไงมั่งพอไหวไหมถ้ามีอะไรให้พี่โยคนหล่อช่วย ทั้งนอกทั้งในมหาลัยบอกพี่โยได้ตลอดเลยนะคะ" พี่โยทักมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ผมว่าถ้าคนไม่รู้จักเขาคงคิดว่าพี่เขากะล่อนเจ้าชู้เป็นที่สุด ซึ่งความจริงก็ถูกต้องตามที่คิดแหละครับ
"สวัสดีครับพี่ ๆ ก็พอไหวอยู่ครับ" เราสามคนพากันยกมือไหว้พี่ ๆ ทุกคนจนมาถึงพี่ตุลย์ ผมได้สบตากับพี่เขาแวบหนึ่งก่อนจะเป็นคนหลบตามามองผ้าขนหนูที่คาดว่าเป็นของพี่เขามั้ง
"โอ๊ย ปันไม่กล้ารบกวนพี่โยหรอกค่ะกลัวบรรดาแฟน ๆ ของพี่โยจะเข้าใจผิดเอา" ปันปันเอ่ยแซวพี่โยพร้อมกับเดินมาหลบอยู่ข้างหลังผมก็พี่โยน่ะสิลุกขึ้นจะเดินมายีหัวปันปันแน่ พี่โยเขาเอ็นดูปันปันมากหวงเหมือนพ่อลูกกันเลย
"เดี๋ยวเหอะจะโดน" พี่โยชี้หน้าอาฆาตใส่ปันปันผมว่าปันปันต้องทำหน้าตาท่าทางกวนเบื้องล่างพี่เขาแน่ เพราะดูอาการฮึ่ม ๆ ของพี่โยแล้วคงไม่ผิดจากที่คิดหรอก พอละความสนใจจากพี่โยเลยหันมาแนะนำชมพู่ให้รู้จักกับรุ่นพี่ ที่ไม่ได้แนะนำตั้งแต่วันที่ร้านส้มตำไม่ใช่อะไรหรอกถ้าในกลุ่มของพี่ตุลย์ไม่มีพี่โยผมไม่กล้าด้วยคุยด้วยหรอกก็แต่ละคนดุ ๆ กันทั้งนั้น อีกอย่างวันนั้นพี่โยกับพี่โปรดก็ไม่ได้มาด้วยทำให้ผมไม่รู้ว่าชมพู่กับพี่โปรดเขารู้จักกัน
"มินชมจะกลับกับพี่โปรดเดี๋ยวให้ปันปันกลับกับชมด้วยเลยทางเดียวกัน" พอชมพู่คุยอะไรสักอย่างกับพี่โปรดจบก็เดินมาบอกผมหน้าตาเฉย
"อ้าวแล้วมินอะ ชมกลับก่อนเถอะปันจะกลับกับมินเดี๋ยวรออีกแป๊บฝนก็คงจะหยุดแล้วล่ะ" ปันปันเองก็รีบพูดขึ้นมาทันทีเช่นกัน
"ไอ้ตุลย์มึงให้น้องเขาติดรถไปลงที่หอหน่อยสิ ชมพู่บอกทางไปหอน้องเขากับกูแล้วไปทางเดียวกับมึงนี่" แล้วพี่โปรดก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เป็นเหตุให้ผมถึงกับสะดุ้งทีเดียว
"ไม่เป็นไรค่ะปันจะกลับกับมินค่ะ" ปันปันรีบหันไปบอกพี่โปรดที่เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องปันปันนิ่ง ๆ เอ่อ พี่โปรดครับพี่อย่าปล่อยไอเย็น ๆออกมาอีกเลยแค่นี้ผมก็ไม่กล้าจะเงยหน้ามองพี่แล้วครับ
ปึก! ระหว่างที่ผมกำลังทำตัวเล็ก ๆ ลีบ ๆ หลบรังสีกดดันของพี่โปรด อยู่ ๆ ก็รู้สึกถึงแรงชนที่ไหล่พร้อมกับพี่ตุลย์ที่กำลังจะเดินออกจากโรงอาหาร สงสัยเขาจะกลับแล้วมั้ง
"จะยืนเอ๋ออีกนานไหมหรือจะไม่ไป? " พี่ตุลย์หันมาบอกผมด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด ในขณะที่ผมยืนลังเลอยู่ก็ถูกชมพู่ผลักให้เดินตามพี่ตุลย์ออกมาอย่างเสียไม่ได้
"ปันปันกลับกับชมพู่ก็ได้เดี๋ยวมินโทรหานะรีบอาบน้ำสระผมด้วยล่ะเดี๋ยวจะไม่สบาย พี่ ๆ ครับผมกลับแล้วนะสวัสดีครับ" ผมต้องรีบบอกกับปันปันพร้อมกับยกมือไหว้ลาพวกพี่ ๆ ก่อนจะรีบเดินตามพี่ตุลย์ออกไป หงุดหงิดอะไรของเขาอีกนะพี่ตุลย์น่ะ
"เอ่อพี่ตุลย์จอดให้มินลงที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาลัยก็ได้ครับ เดี๋ยวมินเรียกแท็กซี่กลับเอง" สุดท้ายเลยได้แต่พูดอ้อมแอ้มบอกพี่ตุลย์เบา ๆ ก็พี่เขาทำหน้าเหมือนโดนใครเหยียบเท้ามาน่ะสิ ใครจะกล้ารบกวนให้ไปส่งกันหรือจะไม่พอใจที่พี่โปรดขอให้ผมติดรถมาด้วย?
"ผ้าขนหนูที่ให้เมื่อกี้ไม่ได้ให้ไปกอดแต่ให้ไปเช็ดหน้าเช็ดหัวทำไมไม่ใช้ หรือจะเก็บเอาไว้แล้วตามไปเช็ดให้กันถึงที่ห้อง?" น้ำเสียงเย็นชาของคนที่ปรายตามามองผมทำให้งุนงงไม่น้อย พี่ครับอะไรของพี่ใครจะตามไปเช็ดอะไรให้ใคร?
"เฮ้อ" พี่ตุลย์ถอนหายใจใส่ผมดัง ๆ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูที่ผมกอดไว้แล้วขยี้มาที่หัวผม เอ่อ แรงมากครับขอบอก!
"อะไปเช็ดต่อเอง" ทำผมหัวสั่นคลอนไม่ถึงนาทีเขาก็ผละตัวออกไปสตาร์ทรถด้วยท่าทางหงุดหงิดมากเลยล่ะ
"ลงมา" แต่รถคันนี้กลับไม่ได้ไปส่งผมที่หอแถมพี่ตุลย์ยังขับรถมาจอดที่ร้านอาหารร้านหนึ่งไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่ งงอีกแล้วสิครับให้ผมลงไปไหนแต่ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช่เรียกให้ผมลงไปทานข้าวด้วยกันแน่
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมไม่เคยทำร่วมกับพี่ตุลย์รวมถึงเรื่องทานข้าว ผมกับพี่ตุลย์ไม่เคยทานข้าวด้วยกันสักมื้อระหว่างผมกับพี่ตุลย์ผมว่าเรามีเซ็กซ์กันบ่อยกว่าการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเสียอีก ที่จริงมีแต่ผมคนเดียวมากกว่าที่อยากรู้เรื่องของพี่เขาฝ่ายเดียวน่ะ
"ลงไปไหนครับพี่ตุลย์ถ้าจะให้มินกลับเองมินขอรบกวนติดรถไปลงถนนใหญ่ได้ไหมครับแถวนี้คงหาแท็กซี่ยาก" พอบอกพี่เขาก็อดพึมพากับตัวเองเบา ๆ ไม่ได้เช่นกัน
"มินอย่าให้พี่พูดซ้ำจะกินไม่กินข้าวน่ะหรือจะรีบกลับไปหาใครต้องรีบไปดูแลใครรึเปล่า" ครับตอนนี้ผมชักจะแน่ใจแล้วว่าพี่เขาหงุดหงิด แล้วเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดคงเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผมและใครที่ผมต้องไปเช็ดหัวไปดูแลหรือว่าจะเป็นปันปัน?
"พี่ตุลย์โกรธอะไรมินรึเปล่ามินไม่ได้รีบไปไหนหรือไปดูแลใคร มินแค่สงสัยเฉย ๆ ว่าเราจะลงไปไหนหรือพี่ตุลย์หิวเดี๋ยวมินไปซื้ออาหารมาให้นะครับ หรือจะกินที่นี่มินรออยู่ที่รถก็ได้มินไม่รีบ" ผมพูดเสียงจริงจังเงยหน้าสบเข้ากับสายตาที่พี่ตุลย์ที่มองมาอย่างจริงจังเช่นคำพูดตัวเอง
"เฮ้อ ลงไปกินด้วยกันพี่หิวเเล้ว" สุดท้ายพี่ตุลย์ก็ยกมือลูบหน้าตัวเองแล้วลงจากรถแล้วปล่อยให้ผมสับสนไปเอง แต่ในความสับสนนั้นริมฝีปากกลับค่อย ๆ ยกขึ้นกว้างขึ้นทุกที
"ไปครับไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ มินก็หิวจนจะกินพี่ตุลย์ได้แล้วเนี่ยฮ่า ๆ ๆ" ผมยิ้มตาหยีให้พี่ตุลย์แล้วรีบเดินนำเข้าร้าน ไม่รีบไม่ได้สิเดี๋ยวพี่เขาเปลี่ยนใจดินเนอร์มื้อแรกที่ไม่ทันตั้งตัวของผมก็ล่มกันพอดี ..ยิ้มกว้าง
