บทที่ 13 13 ทำลายเธอ

13 ทำลายเธอ

กลางดึกของคืนนั้น ภายในห้องพักคนรับใช้แคบๆ สโรชากลับไม่สามารถข่มตาหลับลงได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

“แสบจังเลย คันไปหมดแล้ว"

หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด พลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาบนฟูกแข็งกระด้าง สองมือเล็กที่บอบบางบัดนี้แดงเถือกเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการเกาอย่างหนักจนเลือดซิบ อาการแพ้น้ำยาล้างจานรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป มันทั้งคันและปวดแสบปวดร้อนจนน้ำตาไหลพราก

สโรชาพยายามอดทนข่มความทรมาน แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว หญิงสาวตัดสินใจหยัดกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างทุลักทุเล เธอต้องไปขอยาแก้แพ้จากคุณหญิงอิงอร ไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอต้องนอนไม่ได้แน่ๆ

มือเล็กที่สั่นเทาเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ออกแรงหมุนแล้วดึงเปิดออก ทว่า...

"ว้าย!!"

สโรชาอุทานเสียงหลง ผงะถอยหลังไปหลายก้าวเมื่อบานประตูเปิดออกแล้วพบกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยืนขวางอยู่ตรงหน้า

กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนคละคลุ้งเตะจมูกทันทีที่ประตูเปิด แสงสลัวจากหลอดไฟภายในห้องสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำ ภาคษ์อยู่ในสภาพเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย เนกไทถูกปลดออกลวกๆ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นที่เคยเยือกเย็น บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

เขากำลังยืนโอนเอนไปมาแต่สายตากลับจ้องเขม็งมาที่เธอราวกับสัตว์ป่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ

“พะ…พี่ภาคษ์ ดึกป่านนี้แล้ว พี่มาทำไมหรอคะ” สโรชาถามเสียงสั่น หวาดระแวงกับท่าทีคุกคามและกลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งรอบตัวเขา หญิงสาวพยายามจะดันบานประตูให้ปิดลง แต่หมอหนุ่มกลับไวกว่า "อ๊ะ!!"

ปัง!!

ภาคษ์ออกแรงผลักบานประตูอย่างแรงจนมันกระแทกเปิดกว้าง ร่างสูงพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับกระชากแขนสโรชา เหวี่ยงร่างบางให้ถลาเข้าไปด้านใน ก่อนที่เขาจะหันไปปิดประตูแล้วกดล็อกลูกบิด

"พี่ภาคษ์จะทำอะไร ออกไปจากห้องของชานะ!” สโรชาใจหายวาบ เธอถอยหลังกรู่ไปจนชิดขอบเตียง

"ตอบมาเดี๋ยวนี้นะสโรชา!!" ภาคษ์ไม่สนคำไล่ ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปประชิดตัว ตะคอกถามเสียงกร้าวลั่นห้องจนสโรชาสะดุ้งสุดตัว แววตาของเขาดุดันและน่ากลัวจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ "เธอกับครอบครัวของเธอ ทำอะไรพันทิวา เธอเอาพันทิวาไปซ่อนไว้ที่ไหน!"

"ชา...ชาไม่รู้! ชาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น พี่ภาคษ์เมามากแล้วนะ คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก ปล่อยชาเดี๋ยวนี้ ออกไป!!"

สโรชาพยายามสะบัดแขนออก แต่เรี่ยวแรงของผู้ชายที่กำลังขาดสติเพราะฤทธิ์เหล้าเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไหว ยิ่งเธอปฏิเสธ ภาคษ์ก็ยิ่งโกรธจัด

"โกหก!! คนที่เกลียดพันทิวาจนเข้ากระดูกดำ คนที่คอยจิกหัวรังแกพันทิวามาตลอดก็คือเธอ ถ้าไม่ใช่ฝีมือเธอแล้วพันทิวาจะหายไปไหน!"

"ก็ชาบอกว่าไม่รู้ไง!! ปล่อยนะ ชาเจ็บ!"

สโรชาใช้มือที่กำลังอักเสบแดงเถือกผลักแผงอกกว้างสุดแรงเกิด หวังจะให้เขาถอยห่าง แต่การกระทำนั้นกลับยิ่งไปจุดชนวนความบ้าคลั่งของมัจจุราชร้ายเข้า

"ปากแข็งนักใช่ไหม!"

ตุบ!!

"โอ๊ย!! กรี๊ดดดด! พี่ภาคษ์!"

สิ้นเสียงคำราม หมอภาคษ์ก็ออกแรงผลักร่างบางจนหงายหลังล้มตึงลงไปบนเตียงแข็งๆ สโรชาจุกจนแทบหายใจไม่ออก ยังไม่ทันที่เธอจะพลิกตัวหนี ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็โถมตัวตามลงมาทาบทับ บดเบียดน้ำหนักทั้งหมดขึ้นคร่อมกักขังเธอเอาไว้ใต้ร่างทันที

“ปล่อยนะ!! พี่ภาคษ์ปล่อยชา!”

สโรชาดิ้นรนสุดชีวิต กรีดร้องลั่นห้อง สองมือเล็กพยายามทุบตีและผลักไสแผงอกกว้าง แต่ภาคษ์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว แล้วกดตรึงมันลงกับที่นอนเหนือศีรษะอย่างแน่นหนาจนสโรชาขยับไปไหนไม่ได้

"ดิ้นสิ! ดิ้นให้ตายไปเลย วันนี้ถ้าเธอไม่ยอมบอกความจริงมาว่าพันทิวาอยู่ที่ไหน ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปแน่สโรชา"

ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดลงบนพวงแก้ม นัยน์ตาวาวโรจน์ของเขาอยู่ห่างจากใบหน้าเธอเพียงแค่คืบ ร่างเล็กสั่นเทาราวกับลูกนกในกรงเล็บเหยี่ยว เธอหมดหนทางสู้ ร่างกายถูกล็อกแน่นหนาภายใต้พันธนาการของผู้ชายที่กำลังเมาไร้สติและพร้อมจะทำลายเธอให้แหลกคามือ

แม้วงแขนแกร่งจะกดตรึงข้อมือของเธอเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้ แต่สโรชากลับไม่ยอมหลบสายตา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วาวโรจน์ของผู้ชายที่คร่อมอยู่เหนือร่าง หยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจไหลรินลงมาอาบหางตา

“พี่แคร์มันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ" เสียงหวานเค้นถามอย่างร้าวราน ริมฝีปากบางสั่นระริก "แคร์จนกล้าทำร้ายชา กล้าทำกับชาถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ พี่ภาคษ์"

คำถามนั้นทำให้ภาคษ์ชะงักไปเสี้ยววินาที สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาคมกริบฉายแววเย็นชาที่สุดเท่าที่สโรชาเคยเห็น

"ใช่! ฉันแคร์พันทิวา” น้ำเสียงของเขากระด้างและเชือดเฉือน “และจำใส่สมองของเธอเอาไว้ให้ดีนะสโรชา ถ้าฉันรู้ความจริงว่าเธอกับครอบครัวเลวๆ ของเธอ ทำอะไรกับพันทิวาล่ะก็ ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!"

"งั้นก็เอาสิ! ฆ่าชาเลย! บีบคอชาให้ตายไปเลยสิ!!" สโรชาแผดเสียงท้าทาย "คนอย่างพี่มันก็เก่งแต่รังแกชานี่แหละ ทำเลยสิ เอาให้ตายไปเลย!"

สิ้นเสียงท้าทาย ความอดทนของหมอภาคษ์ก็ขาดผึง แทนที่มัจจุราชร้ายจะลงมือบีบคอเธออย่างที่ขู่ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สูบฉีดพลุ่งพล่านในสายเลือดผสานกับแรงโทสะ กลับผลักดันให้เขาทำในสิ่งที่สโรชาไม่คาดคิด

ใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำฉกวูบลงมา บดขยี้ริมฝีปากของสโรชาอย่างดุดัน ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความเกรี้ยวกราดที่ต้องการจะลงทัณฑ์และบดขยี้ความจองหองของผู้หญิงใต้ร่างให้แหลกคามือ

"อื้อ!!"

สโรชาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ร่างกายเล็กดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังและแรงบดเบียดที่หนักหน่วงทำให้เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงปาก มันไม่มีความรักหรือความพิศวาสใดๆ มีเพียงการเหยียดหยาม

หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี ร้องอู้อี้ประท้วงในลำคอ แต่ฝ่ามือหนากลับเลื่อนมากอบกุมท้ายทอยของเธอเอาไว้แน่น ล็อกใบหน้าสวยไม่ให้หันหนีไปไหน บังคับให้เธอต้องรับการลงทัณฑ์อันเร่าร้อนและรุนแรงจนลมหายใจแทบขาดห้วง น้ำตาแห่งความอัปยศร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย หยดแล้วหยดเล่าเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้า

“ไม่นะ!! พี่ภาคษ์อย่าทำแบบนี้กับชา พี่เกลียดชาไม่ใช่หรอ” 

ภาคษ์โถมร่างเข้าหาเธออีกครั้งด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ความเกลียดชังที่เขามีต่อสโรชาแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและรุนแรง เขาขังเธอไว้ภายใต้พันธนาการของร่างกายที่หนักอึ้ง 

สโรชาได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด พยายามดิ้นรนและกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับไร้ผลในห้องที่มิดชิดแห่งนี้

“ฉันเกลียดเธอสโรชา ฉันจะทำให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้!”

ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งในห้องแคบๆ ความโกรธแค้นของภาคษ์ดูจะพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาไม่สนใจเสียงประท้วงหรือน้ำตาของสโรชาแม้แต่น้อย ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาสูญเสียการควบคุมตนเองอย่างสิ้นเชิง แรงบดเบียดที่รุนแรงและป่าเถื่อนเปรียบเสมือนการจองจำที่เขามอบให้เธอเพื่อระบายความคับแค้นใจที่อัดอั้นมานาน

สโรชาได้แต่หลับตาแน่น กัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพื่อไม่ให้ตัวเองกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอรู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ ความอัปยศที่ต้องตกเป็นเครื่องมือรองรับอารมณ์ของผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจทำให้หัวใจของเธอแตกสลายไม่มีชิ้นดี

เธอไม่ได้ร้องขอความเมตตา เพราะรู้ดีว่าในเวลานี้ ภาคษ์ไม่ใช่หมอผู้ใจดีในความทรงจำของเธออีกต่อไป แต่เขาคือปิศาจที่พร้อมจะทำลายเธอให้พินาศ

ทุกสัมผัสที่หยาบกระด้างของเขาตอกย้ำความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอได้อย่างชัดเจน ภาคษ์ไม่ได้กระทำด้วยความรัก แต่เขาทำด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน เขาต้องการจะย่ำยีให้เธอสูญสิ้นศักดิ์ศรี

เสียงสะอื้นแผ่วเบาของสโรชาดังแทรกผ่านความมืด ความอัดอั้นตันใจที่เธอไม่สามารถตอบโต้ได้ ทำได้เพียงยอมรับทัณฑ์ทรมานนี้ด้วยความไร้หนทาง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของภาคษ์ดูจะจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความต้องการเอาชนะและต้องการทำลายผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็นตัวการทำให้พันทิวาหายไป

…และถ้าวันนึ่งเขารู้ความจริงว่าเธอกับพ่อส่งพันทิวาไปขัดดอก วันนั้นเขาคงฆ่าเธอให้ตายคามือ

---------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป