บทที่ 2 02 จูบปลอมๆ
02 จูบปลอมๆ
บรรยากาศอึกทึกภายในผับไม่ได้ทำให้สโรชารู้สึกสนุกขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องคอยปั้นหน้ายิ้มและเบี่ยงตัวหลบหนวดปลาหมึกของผู้ชายโต๊ะข้างๆ ที่พยายามจะเข้ามานัวเนีย ร่างบางในชุดเดรสสีแดงสดตัดสินใจลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าใบจิ๋วแล้วเดินกระแทกส้นสูงหนีออกมาด้านนอกอย่างอารมณ์เสีย หวังจะสูดอากาศบริสุทธิ์และสลัดความน่ารำคาญทิ้งไป
แต่ดูเหมือนพวกเสือหิวจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
“จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะน้องสาว ถ้าอยู่ข้างในมันร้อน ไปต่อที่ห้องเฮียดีกว่าไหม" เสียงฝีเท้าของกลุ่มเสี่ยหน้าหม้อสามคนที่เดินตามมาติดๆ ทำให้สโรชาต้องสบถในใจ รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไปตามทางเดินของลานจอดรถที่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยว
ทันใดนั้น ดวงตากลมโตก็ปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่แสนคุ้นตา
“พี่ภาคษ์!”
เขากำลังยืนอยู่ข้างรถสปอร์ตคันหรู มือหนากำลังจะเปิดประตูรถ สโรชาไม่มีเวลาให้คิดทบทวน สัญชาตญาณเอาตัวรอดจากพวกอาหวังทั้งหลาย ทำให้เธอตัดสินใจสับขาเรียวยาววิ่งพุ่งตรงดิ่งเข้าไปหาเขาทันที
หมับ!!
"เฮ้ย!!"
ร่างบางโผเข้าสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังอย่างแรงจนร่างสูงใหญ่สะดุ้งสุดตัว
"ที่รักคะ ชายืนรอตั้งนาน ทำไมมารับช้าจังเลย" สโรชาแสร้งดัดเสียงหวานจ๋อยดังลั่น ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างอย่างออดอ้อน
ภาคษ์รีบหันขวับกลับมาทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นว่าคนที่วิ่งเข้ามาสวมกอดคือสโรชา ผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะพร่ำบอกตัวเองว่าเกลียดนักเกลียดหนา
"ทำบ้าอะไรของเธอ!"
หมอหนุ่มตวาดเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึง มือหนายกขึ้นหมายจะผลักไสร่างบางที่บดเบียดเข้ามาให้ออกห่างด้วยความขยะแขยง แต่สายตาของสโรชาที่เหลือบไปมองด้านหลังทำให้เธอรู้ว่าพวกเสี่ยหน้าหม้อตามมาทันแล้ว และกำลังจ้องมองมาด้วยความสงสัย
ทว่าทุกอย่างเกิดขึ้นไวกว่าความคิด ก่อนที่มือหนาจะทันได้ผลักออก เธอตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นรั้งท้ายทอยของหมอหนุ่มให้โน้มลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นไปประทับริมฝีปากหยักลึกของเขาอย่างแนบแน่น
"สโรชา...อุ๊บ!!" ภาคษ์ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาคมเบิกโพลง สติสัมปชัญญะขาดผึงไปชั่วขณะ
สัมผัสนุ่มหยุ่นที่บดเบียดลงมาอย่างจาบจ้วง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเธอจู่โจมประสาทสัมผัสของเขาอย่างจัง มันไม่ใช่จูบที่ลึกซึ้งหรืออ่อนหวาน แต่มันเป็นการปล้นจูบที่ดุดันและแนบชิดจนเขารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเธอที่เป่ารดผิวหน้า
และที่น่าโมโหที่สุดคือ ร่างกายของเขากลับไม่ยอมขัดขืน มิหนำซ้ำก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายยังเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ภาพหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่กำลังจูบอย่างดูดดื่มกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูภูมิฐานข้างรถสปอร์ตราคาแพง ทำให้กลุ่มเสี่ยหน้าหม้อที่เดินตามมาถึงกับเบรกหัวทิ่ม พวกมันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“เชี่ยเอ๊ย! มีผัวแล้วก็ไม่บอก อุตส่าห์ตามมาตั้งไกล เสียเวลาฉิบหาย กลับโว้ยพวกเรา!"
เมื่อเห็นว่าเหยื่อมีเจ้าของที่ดูทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม พวกมันจึงสบถอย่างหัวเสียก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าผับไปอย่างหงุดหงิด
ทันทีที่หางตาเห็นว่าพวกน่ารำคาญเดินลับสายตาไปแล้ว สโรชาจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้าพร้อมกับถอนหายใจพรืดใหญ่
เธอช้อนตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยังคงยืนนิ่ง แววตาของภาคษ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
พลั่ก!!
ทันทีที่ตั้งสติได้ ภาคษ์ก็รีบผลักร่างบางของสโรชาออกอย่างแรงจนหญิงสาวเซถลาไปชนกับประตูรถสปอร์ต ส้นสูงที่สวมอยู่ทำเอาเธอแทบจะเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
ชายหนุ่มตวัดสายตามองเธอด้วยความกรุ่นโกรธ มือหนายกขึ้นใช้หลังมือถูริมฝีปากตัวเองอย่างแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าทางรังเกียจขยะแขยงราวกับว่ารอยจูบเมื่อครู่คือเชื้อโรคร้ายแรงที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดในชีวิต
"ทำบ้าอะไรของเธอสโรชา!!" ภาคษ์ชี้หน้าด่าลั่นลานจอดรถด้วยความไม่พอใจ "หน้าด้าน! ไร้ยางอาย! คิดจะมาทำตัวร่านๆ อะไรตรงนี้!"
สโรชาหน้าเสีย ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้ามาในอกกับท่าทีรังเกียจอย่างเปิดเผยของเขา แต่เธอก็พยายามเชิดหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยปากอธิบาย
"ชาขอโทษ ชาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินพี่ภาคษ์นะคะ แต่ที่ชาจำเป็นต้องทำแบบนี้ ก็เพราะไอ้พวกเสี่ยหน้าหม้อนั่นมันตามตื้อชาออกมาจากผับ ชาแค่จะหาทางเอาตัวรอดก็เท่านั้นเอง"
“เอาตัวรอดงั้นหรอ" ภาคษ์เค้นเสียงหัวเราะหยันในลำคอ สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามกวาดมองร่างระหงในชุดเดรสสีแดงสดที่ทั้งสั้นและแหวกเว้า มองตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าประจานกลางที่สาธารณะ "ก็ดูสภาพเธอตอนนี้สิ แต่งตัวรัดติ้ว โชว์เนื้อหนังเหมือนพวกผู้หญิงที่ยืนรอแขกอยู่ข้างถนน แต่งตัวเหมือนออกมาขายขนาดนี้ ใครเห็นเขาก็ต้องเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอีตัวกันทั้งนั้นแหละ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหมอหนุ่มเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจคนฟัง สโรชาเบิกตากว้าง ตัวชาวาบไปทั้งร่าง ศักดิ์ศรีลูกคุณหนูที่ถูกทลายลงด้วยคำว่า 'อีตัว' ทำให้ความอดทนของเธอขาดสะบั้นลงในพริบตา
“กรี๊ดดดด!! พี่ภาคษ์ด่าชาหรอ” สโรชากรี๊ดลั่นออกมาด้วยความโมโหสุดขีด สองมือบีบเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ โดนดูถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีขนาดนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นนางเอกอีกต่อไป "ปากแบบนี้เรียนจบหมอมาได้ยังไง ผู้หญิงเขาจะแต่งตัวยังไงมันก็สิทธิ์ของเขาสิ มันไปหนักหัวพี่หรือไง อ้อ! หรือว่าพี่ภาคษ์ตาบอด ถึงมองไม่ออกว่าชุดที่ชาใส่มันเป็นแบรนด์เนมตัวละเหยียบแสน ไม่ใช่ชุดโหลๆ ราคาถูกตามตลาดนัด!"
“เหอะ! จะอวดว่างั้นเถอะ” หมอภาคษ์แค่นหัวเราะเยาะก่อนจะก้าวเท้าพรวดเข้าประชิดตัวจนสโรชาผงะถอยหลัง แต่ก็ไม่พ้น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแล้วบีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“โอ้ยย!! ชาเจ็บ!”
"แบรนด์เนมหลักแสนแล้วยังไง" ภาคษ์ก้มหน้าลงมาจนชิด แววตาเกรี้ยวกราดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังสั่นระริก "ต่อให้เธอจะใส่ชุดราคาเป็นล้าน หรือเอาทองคำมาหุ้มทั้งตัว มันก็ลบภาพความร้ายกาจ สันดานเสียๆ และความเน่าเฟะในใจของเธอไม่ได้หรอกสโรชา!"
"พี่ภาคษ์! ปล่อยชานะ" หญิงสาวดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งบีบแขนเธอแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก
"จำเอาไว้นะ..." เขาเค่นเสียงลอดไรฟันพลางสบตากับอีกฝ่ายด้วยแววตาดุจัด “ชุดตลาดนัดราคาหลักร้อยที่พันททิวาใส่ ยังดูมีค่า ดูสะอาด และสูงส่งกว่าชุดหลักแสนบนตัวผู้หญิงใจแคบแบบเธอเป็นร้อยพันเท่า"
ชื่อของ 'พันทิวา' ที่หลุดออกมาจากปากเขา พร้อมกับการเปรียบเทียบที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนจมดิน ทำเอาเธอชาหนึบไปทั้งหัวใจ แต่ด้วยทิฐิและศักดิ์ศรีของลูกคุณหนู เธอจึงออกแรงสะบัดแขนอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุมของเขา
“แล้วยังไงคะ" สโรชาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย สองมือบีบเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ร้ายมาก็ต้องร้ายกลับ มันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ “พี่มันก็ดีแต่ด่าคนอื่น คิดว่าตัวเองเป็นหมอ เป็นลูกผู้ดีแล้วจะเที่ยวชี้หน้าด่าใครว่าเป็นอีตัวหรือเอาชาไปเปรียบเทียบกับนังลูกคนใช้หน้าซื่อตาใสนั่นยังไงก็ได้หรอคะ"
"อย่ามาเรียกพันทิวาแบบนั้นนะสโรชา" ภาคษ์ตวาดลั่น สันกรามหนาขบแน่นเมื่อเธอพาดพิงถึงผู้หญิงที่เขาแอบชอบ
"ทำไมจะเรียกไม่ได้ ก็มันเป็นลูกคนใช้จริงๆ หรือว่าพี่รับความจริงไม่ได้" หญิงสาวชี้หน้าด่าสวนกลับไปอย่างถึงพริกถึงขิง ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธจัดปนน้อยใจ “ถ้านังพันทิวามันดีมาก งั้นก็ให้มันขึ้นสวรรค์ไปเลย เดี๋ยวชาตกนรกให้เอง ชาไปล่ะ ขี้เกียจทะเลาะกับพวกฉลาดแต่ปากตลาดล่าง!”
พูดจบ สโรชาก็สะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทกส้นสูงหนีไปจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้หมอภาคษ์ยืนกัดกรามกรอด กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดที่โดนผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่าด่าทอฉอดๆ ใส่หน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ปากดีเข้าไปเถอะ เดี๋ยวสักวันลูกคุณหนูไม่เอาไหนอย่างเธอจะร่วงหล่นจากฟ้า”
------————
