บทที่ 4 04 ไฮโซตกอับ
04 ไฮโซตกอับ
@เช้าวันถัดมา
สโรชาเดินเฉิดฉายออกมาจากตัวบ้านด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งดั่งนางพญา วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสคอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์ดังระดับโลก กระเป๋าถือใบหรูและรองเท้าส้นสูงเข้าชุดกันทำให้เธอโดดเด่นตั้งแต่หัวจรดเท้า
แม้ในใจจะยังร้อนรนเรื่องปัญหาหนี้สิน แต่คุณหนูสโรชาก็ไม่มีวันยอมให้ใครเห็นความอ่อนแอเด็ดขาด เธอต้องสวย ต้องดูแพง และต้องเชิดหน้าเข้าไว้เสมอ
ร่างระหงเดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังโรงจอดรถหรู เพื่อเตรียมตัวออกไปทำธุระข้างนอก แต่ทว่าก็มีเสียงใครคนนึ่งดังขึ้น
"เธอเอาพันทิวาไปไว้ที่ไหน"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทำเอาสโรชาสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหันขวับไปตามต้นเสียง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงของหมอภาคษ์ยืนพิงกำแพงดักรอเธออยู่ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“พี่ภาคษ์มายืนทำตัวลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนี้คะ ตกใจหมดเลย" สโรชาแหวใส่ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ก้อนเนื้อในอกซ้ายจะเต้นแรงขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าเขา
ภาคษ์ไม่สนใจคำทักทายของเธอ เขาสาวเท้าเข้ามายืนประจันหน้า รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนสโรชาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ฉันถามว่าเธอเอาพันทิวาไปซ่อนไว้ที่ไหน!" ภาคษ์เค้นเสียงถามย้ำอีกครั้ง "ฉันไม่เห็นพันทิวามาหลายอาทิตย์แล้ว ไปถามแม่บ้านคนอื่นก็ไม่มีใครยอมตอบ เธอทำอะไรพันทิวา!"
พอได้ยินชื่อของผู้หญิงที่ตัวเองเกลียดหลุดออกมาจากปากผู้ชายที่ตัวเองรัก ความดีใจที่ได้เจอหน้าเขาเมื่อครู่ก็มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความหงุดหงิดและความหึงหวงที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก
"โอ๊ย! อะไรๆ ก็นังทิวา เช้ามาก็ถามหาแต่นังลูกคนใช้!" สโรชากอดอก เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีรำคาญใจสุดขีด "มันจะไปไหน จะทำอะไรก็เรื่องของมันสิคะ ชาไม่ใช่เจ้านายที่ต้องมาคอยรายงานชีวิตคนใช้ให้พี่ภาคษ์ฟังนะ"
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะสโรชา!" ภาคษ์หมดความอดทน มือหนาเอื้อมไปคว้าต้นแขนเรียวที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับราคาแพงแล้วบีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้า "หรือครอบครัวของเธอรังแกอะไรพันทิวาอีก"
"ปล่อยนะ! ชาเจ็บ!" สโรชาพยายามสะบัดแขนออก แต่แรงบีบของเขากลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามแรงโทสะ
"ตอบความจริงมาเดี๋ยวนี้! เธอไล่พันทิวาออก หรือเอาพันทิวาไปไว้ที่ไหน" แววตาของหมอหนุ่มเต็มไปด้วยความร้อนรนเพราะเป็นห่วงพันทิวา และนั่นก็ยิ่งเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟในใจของสโรชา
จะให้เธอบอกความจริงได้อย่างไร ว่าเธอกับพ่อส่งผู้หญิงที่เขาแอบรักไปขัดดอกล้างหนี้ให้กับ ‘อนาคิน’ เจ้าหนี้หน้าเลือดที่กำลังจะตามมาบดขยี้ครอบครัวของเธอ
ถ้าภาคษ์รู้เรื่องนี้ เขาคงเกลียดเธอจนเข้ากระดูกดำยิ่งกว่าเดิม แถมความลับเรื่องบ้านของเธอกำลังจะล้มละลายก็จะถูกเปิดโปง
“ชาไม่รู้ ปล่อย!" สโรชาตัดสินใจโกหกคำโต เธอกัดฟันสะบัดแขนออกอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุม "มันอาจจะเบื่อการเป็นคนใช้แล้วร่านตามผู้ชายรวยๆ ที่ไหนไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้ ถ้าพี่ภาคษ์อยากรู้มากก็ไปแจ้งความคนหายเอาเองสิคะ ชาไม่มีคำตอบให้หรอก"
"สโรชา!!"
"ถอยไปค่ะ ชาจะรีบไปทำธุระ ไม่มีเวลามาเสวนากับคนบ้าที่เอาแต่หลงนังลูกคนใช้แบบพี่หรอก"
พูดจบสโรชาก็สะบัดหน้าพรืด รีบจ้ำอ้าวไปขึ้นรถสปอร์ตของตัวเองแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ขับออกไปทันที
ภาคษ์มองตามท้ายรถหรูที่แล่นออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ท่าทีร้อนรนของสโรชาทำให้เขามั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผู้หญิงร้ายกาจคนนี้ ต้องมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของพันทิวาอย่างแน่นอน
เขาต้องรู้ให้ได้ว่าบ้านนี้ทำอะไรกับพันทิวา
“ถ้าเธอทำอะไรพันทิวาล่ะก็…ฉันไม่ปล่อยผู้หญิงร้ายกาจอย่างเธอไว้แน่!”
สโรชามองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังว่าไม่มีใครเห็น เธอจึงเดินลิ่วเข้าไปในร้านแบรนด์เนมมือสองใจกลางห้างสรรพสินค้าหรูพร้อมกับกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชันสามใบที่ตั้งใจนำมาขาย
ร่างบางอยู่ในชุดเดรสสีเข้มเรียบๆ สวมหมวกปีกกว้างและแว่นตากันแดดสีดำโอเวอร์ไซส์ที่ปกปิดใบหน้าไปแล้วกว่าครึ่งซีก เธอพยายามก้มหน้าก้มตา หลบซ่อนสายตาจากผู้คนภายนอกร้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้ามีใครในแวดวงสังคมไฮโซหรือพวกเพื่อนปากหอยปากปูมาเห็นคุณหนูสโรชาทายาทนักธุรกิจชื่อดังกำลังหอบสมบัติเก่ามาเร่ขายกินแบบนี้ เธอคงโดนนินทาจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคมแน่ๆ
"กระเป๋าสภาพยังดีมากเลยนะคะคุณน้อง อุปกรณ์ก็ครบ" เจ้าของร้านวัยกลางคนเอ่ยพิจารณากระเป๋าทีละใบ ก่อนจะกดเครื่องคิดเลขรัวๆ แล้วดันตัวเลขมาตรงหน้าสโรชา "พี่ให้ราคาเหมาทั้งหมดนี้ เต็มที่ได้เท่านี้แหละค่ะ"
สโรชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอ มันถูกกดราคาลงไปจากตอนที่เธอซื้อมาเกือบครึ่ง แต่ในวินาทีที่หลังชนฝา ศักดิ์ศรีลูกคุณหนูก็ไม่อาจเสกเงินสดออกมาประทังชีวิตได้
"โอนเข้าบัญชีนี้เลยค่ะ" หญิงสาวตอบเสียงเรียบก่อนจะดันสมุดบัญชีที่เตรียมมาให้เจ้าของร้านด้วยมือที่เย็นเฉียบ
เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนยอดเงินเข้า สโรชาก็รีบคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านไปทันที เธอเดินหลบมุมไปตามทางเดินที่ไร้ผู้คน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งลับตาคนในโซนสวนหย่อมของห้าง
หญิงสาวถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่แดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความรู้สึกอดสู สมเพชตัวเองตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก มือเรียวยกขึ้นนวดขมับที่กำลังเต้นตุบๆ ด้วยความเครียดจัด
"แค่นี้มันจะไปพออะไร"
สโรชาพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น มองตัวเลขในแอปพลิเคชันธนาคารด้วยสายตาเลื่อนลอย เงินหลักล้านที่เพิ่งได้มาจากการขายกระเป๋าลูกรักเหล่านั้น หากเป็นเมื่อก่อนมันก็แค่เศษเงินที่เธอใช้ชอปปิงหมดไปภายในวันเดียว
ต่อให้เธอขนกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้า เครื่องประดับ หรือแม้แต่เสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้เสื้อผ้ามาขายจนหมดเกลี้ยง เงินที่ได้ก็คงเป็นแค่เศษผงเมื่อเทียบกับหนี้สิ้น
ในขณะที่สโรชากำลังนั่งจ้องมองตัวเลขในแอปพลิเคชันธนาคารด้วยสายตาเลื่อนลอยและความรู้สึกที่ดิ่งลงเหว จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว รีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แทบไม่ทัน
“ถึงขั้นต้องเอาเป๋าแบรนด์เนมที่เคยใช้ประดับบารมีมาเร่ขายทิ้งแล้วเหรอ" ภาคษ์ก้าวออกมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาสอดล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็ค ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มหยัน แววตาคมกริบมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการจับผิด “ไม่น่าเชื่อเลยว่า คุณหนูสโรชาผู้เย่อหยิ่งจะมาถึงจุดนี้ได้"
สโรชาเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่าง
หรือว่าเขาเห็นเธอเดินเข้าไปในร้านรับซื้อของมือสอง!
หญิงสาวรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หยิบแว่นตากันแดดขึ้นมาสวมบังสายตาอันร้อนรนเอาไว้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูง ปั้นหน้าหยิ่งยโสราวกับนางพญาตามความเคยชิน
"จุดไหนไม่ทราบหรอคะ" สโรชาแหวใส่เสียงแหลมปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ชาก็แค่โละของเก่าๆ ที่มันตกรุ่นไป เพื่อจะเอาที่ว่างในตู้ไปเก็บคอลเลกชันใหม่ก็เท่านั้นเอง คนมีระดับอย่างชา ไม่มีทางเดือดร้อนเรื่องเงินหรอกค่ะ แล้วนี่...พี่ภาคษ์แอบตามชามาทำไมหรอคะ เป็นหมอโรคจิตหรือไงถึงได้ชอบตามสะกดรอยผู้หญิง"
“เหอะ! ใครตามเธอ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยสโรชา” ภาคษ์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขายังคงจ้องจับผิดไม่วางตา "ฉันก็แค่แวะมาทำธุระแถวนี้ แล้วบังเอิญสายตามันเหลือบไปเห็นผู้หญิงที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ ปิดหน้าปิดตาเดินออกมาจากร้านรับซื้อแบรนด์เนมมือสองด้วยท่าทางเหมือนหนีหนี้ ฉันก็เลยเดินตามมาดู นึกว่าพวกมิจฉาชีพที่ไหน ที่แท้ก็เป็นคุณหนูข้างบ้านนี่เอง"
คำพูดของเขาจี้ใจดำสโรชาอย่างจังจนเธอแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ ความหวาดระแวงแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับร่างสูงทันที
“บังเอิญเห็นหรือจงใจสาระแนเรื่องของคนอื่นกันแน่" สโรชาตวาดแว้ดกลับไปอย่างไม่ลดละ ชี้หน้าด่าหมอหนุ่มอย่างถึงพริกถึงขิง "เป็นหมอหรือเป็นสัมภเวสี ถึงได้ชอบตามจองล้างจองผลาญ คอยจับผิดชีวิตคนอื่นเขาไม่เลิก ชาจะซื้อ จะขาย หรือจะทำอะไรมันก็เงินของชา ไม่ได้ไปขอเศษเงินพี่ภาคษ์มากินซะหน่อย เลิกทำตัวจุ้นจ้านเรื่องของคนอื่นสักทีเถอะค่ะ มันน่ารำคาญ!"
หญิงสาวสาดคำพูดใส่หน้าเขาเป็นชุด ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองเดินกระแทกส้นไหล่ชนเขาออกไปอย่างแรง หวังจะรีบหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ผู้ชายสายตาคมกริบอย่างเขาจะจับสังเกตเห็นความสั่นคลอนที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นตากันแดดสีดำของเธอ
————--------
