บทที่ 5 05 หนีเสือปะจระเข้
05 หนีเสือปะจระเข้
สโรชารีบจ้ำอ้าวหนีสายตาจับผิดของหมอภาคษ์มาที่ลานจอดรถ หญิงสาวยัดตัวเองเข้าไปในรถสปอร์ตคันหรู ก่อนจะเหยียบคันเร่งกระชากรถพุ่งทะยานออกไปจากห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้ตามมาซักไซ้ไล่เลียงอะไรได้อีก
จุดหมายปลายทางของเธอในตอนนี้ ไม่ใช่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมืดมน แต่เป็นบริษัทปล่อยเงินกู้ที่กิตติภพผู้เป็นพ่อบอกว่าจะมาเจรจาขอความช่วยเหลือในเช้าวันนี้
เมื่อรถสปอร์ตจอดเทียบหน้าอาคารพาณิชย์หรูหราที่ฉากหน้าดูเหมือนบริษัทสินเชื่อทั่วไป สโรชาเชิดหน้าก้าวลงจากรถ เดินตรงดิ่งเข้าไปด้านในทันที แต่เมื่อสอบถามกับพนักงานต้อนรับ เธอกลับได้รับคำตอบว่าคุณกิตติภพเพิ่งจะเจรจาเสร็จและเดินทางกลับไปได้ไม่ถึงสิบนาทีนี้เอง
แต่เมื่อได้มาแล้ว สโรชาจึงยืนกรานที่จะขอเข้าพบเจ้าของบริษัทเงินกู้แห่งนี้โดยตรง พนักงานจึงเดินนำเข้าไปภายในห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่า โดยมี 'เสี่ยเมฆา' ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม นั่งเอนหลังสูบซิการ์มองมาที่เธอไม่วางตา
แต่สายตาของเสี่ยเมฆานั้นไม่ได้มองมาด้วยความเห็นใจในฐานะเจ้าหนี้กับลูกหนี้ มันเป็นสายตาของตาเฒ่าหัวงูที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อสาวแสนสวย ร่างกายอวบอิ่มภายใต้ชุดเดรสแบรนด์เนมรัดรูปและใบหน้าสวยเฉี่ยวของสโรชา ปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของเสี่ยเงินกู้ขึ้นมาทันที
“เรื่องหนี้สินของพ่อหนูสโรชา เสี่ยรับรู้หมดแล้วนะ" เสี่ยเมฆาพ่นควันซิการ์ออกมาช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วโน้มตัวมาข้างหน้าพลางใช้สายตาแทะโลมเรือนร่างของหญิงสาวอย่างจาบจ้วง "เงินตั้งหลายร้อยล้าน จะให้เสี่ยช่วยโปะหนี้ให้ง่ายๆ มันก็เสี่ยงอยู่ ในเมื่อบริษัทของพ่อหนูกำลังจะล้มละลายแบบนั้น"
"แล้วคุณพ่อตกลงกับคุณว่ายังไงคะ ท่านเอาอะไรมาค้ำประกัน" สโรชาพยายามข่มความขยะแขยง ถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
"ของค้ำประกันพวกนั้นมันไม่พอหรอก" เมฆายิ้มกริ่ม สายตาหื่นกามจ้องมองริมฝีปากสีสดของสโรชาก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปาก “แต่ถ้าหนูสโรชายอมมาเป็นเมียเสี่ยอีกสักคน เสี่ยจะถือว่านั่นคือของค้ำประกันที่คุ้มค่าที่สุด แล้วเสี่ยจะยอมเซ็นเช็คเคลียร์หนี้ให้พ่อหนูทันทีเลย สนใจไหมจ๊ะคนสวย”
“ไอ้แก่ตัณหากลับ!!" เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของสโรชาขาดผึง หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนพรวด มือเรียวคว้าแก้วน้ำเย็นจัดบนโต๊ะทำงาน แล้วสาดโครมเข้าใส่หน้าของเสี่ยเมฆาอย่างแรงจนน้ำกระจายเปียกชุ่มไปทั้งหน้าและเสื้อผ้าของเขา “ฉันมาคุยเรื่องปล่อยกู้ ไม่ได้จะมาเป็นเมียน้อยแก กล้าดียังไงถึงมาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับฉัน!"
สโรชาชี้หน้าด่ากราดด้วยความโกรธจัด ศักดิ์ศรีที่ถูกผู้ชายอย่างหมอภาคษ์เหยียบย่ำมาเมื่อเช้าว่าเหมือนอีตัว บัดนี้กลับถูกตาเฒ่าหัวงูตรงหน้าตอกย้ำด้วยข้อเสนอสุดอัปยศ
"ฉันเป็นลูกมีพ่อมีแม่! เป็นคุณหนูสโรชา ฉันไม่ใช่อีตัว หรือผู้หญิงขายบริการที่แกจะมาใช้เศษเงินฟาดหัวซื้อไปทำเมียเก็บ จำใส่กะโหลกหนาๆ ของแกเอาไว้ด้วย!"
เสี่ยเมฆาที่โดนน้ำสาดเข้าเต็มหน้าถึงกับชะงักงันไปชั่วครู่ ก่อนที่ความตกตะลึงจะแปรเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลจนหน้าดำหน้าแดง เขาลูบน้ำออกจากหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นกระชากข้อมือเล็กของสโรชาอย่างแรงจนร่างบางถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกหนาของเขา
หมับ!!
“ปล่อยนะ!! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ไอ้แก่บ้า!" สโรชาดิ้นรนสุดฤทธิ์ พยายามสะบัดข้อมือออก แต่ก็สู้แรงผู้ชายตัวใหญ่กว่าไม่ได้ เสี่ยเมฆาล็อกตัวเธอเอาไว้แน่นจนกระดูกแทบหัก
"อีนังเด็กเมื่อวานซืน!!" เมฆาตวาดลั่นห้อง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความวาวโรจน์ "แกกล้าดียังไงถึงมาสาดน้ำใส่หน้าฉัน เป็นแค่ลูกหนี้สิ้นเนื้อประดาตัวที่กำลังจะไม่มีแดกอยู่แล้ว ยังจะมาทำปากเก่งหยิ่งยโสอยู่อีกเหรอ!”
มือหยาบกร้านบีบปลายคางมนของสโรชาอย่างแรงจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“ปล่อยนะ! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” สโรชาดีดดิ้น พยายามแกะมือของมันออกจากปลายคาง
"ในเมื่อพูดดีๆ ไม่ชอบ ชอบให้ใช้กำลัง ฉันก็จะสงเคราะห์ให้ อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณหนูที่ด่าคนอื่นฉอดๆ อย่างแก เวลาครางอยู่ใต้ร่างฉัน...เสียงมันจะหวานสักแค่ไหน!”
“ปล่อยฉันนะไอ้แก่โสโครก น่าขยะแขยง!”
สโรชากรีดร้องสุดเสียงพร้อมกับดิ้นรนสุดชีวิต ร่างบางถูกเสี่ยเมฆาดันไปกระแทกกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มือหยาบกร้านราวกับคีมเหล็กพยายามจะฉีกทึ้งชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของเธอจนตะเข็บเริ่มปริขาด เผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ฤทธิ์มากนักนะอีคุณหนู เดี๋ยวคืนนี้กูจะปราบพยศมึงให้ร้องครางจนไม่มีเสียงเลยคอยดู"
เสี่ยเมฆาคำรามอย่างหื่นกระหาย ซุกใบหน้าอันน่ารังเกียจลงบนซอกคอขาวผ่อง สโรชาเบี่ยงหน้าหลบด้วยความขยะแขยง สัญชาตญาณเอาตัวรอดของหญิงสาวที่ถูกต้อนให้จนตรอก ทำให้เธอไม่ยอมแพ้และตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเลวทรามคนนี้เด็ดขาด
มือเรียวเล็กสะเปะสะปะควานหาของบนโต๊ะทำงานเพื่อใช้เป็นอาวุธ จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความเย็นเยียบของแจกันคริสตัลใบใหญ่
สโรชารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในชีวิต กัดฟันแน่นแล้วฟาดแจกันใบใหญ่ลงบนศีรษะเถิกกว้างของเสี่ยเมฆาอย่างสุดแรงเกิด
เพล้งงง!!
“โอ๊ยยยยย!!!"
เสียงเศษแก้วแตกกระจายดังกึกก้องพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของเสี่ยเฒ่า มันผงะหงายหลังล้มพร้อมกับกุมหัวตัวเอง เลือดสีข้นไหลทะลักออกมาจากรอยแตกไหลอาบใบหน้า ร่างท้วมทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
สโรชาไม่รอช้าให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว หญิงสาวรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน สภาพของเธอในตอนนี้ดูแทบไม่ได้ ชุดเดรสตัวสวยหลุดลุ่ยจนต้องใช้มือข้างหนึ่งจับรั้งเอาไว้ไม่ให้โป๊เปลือย เส้นผมที่เคยจัดทรงมาอย่างดีหลุดลุ่ยยุ่งเหยิง เธอทิ้งกระเป๋าราคาแพงเอาไว้เบื้องหลัง แล้ววิ่งหนีออกจากห้องทำงานนั้นทันที
"อีสารเลว! ฤทธิ์เยอะนักนะมึง” เสี่ยเมฆาตะโกนไล่หลังด้วยความโกรธแค้น "พวกมึงอยู่ไหน! ไปตามจับตัวมันมา ไปลากคอมันมาให้กูเดี๋ยวนี้!!”
ตึก!ตึก!ตึก!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งเป็นลูกน้องของเสี่ยเมฆา วิ่งตามร่างบางออกไปติดๆ
สโรชาวิ่งหน้าตั้งออกมาจากตัวอาคาร หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับกลองรบ ลมหายใจหอบถี่จนแสบหน้าอกไปหมด รองเท้าส้นสูงที่เคยช่วยเสริมความสง่างาม บัดนี้กลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่จนเธอต้องตัดสินใจสะบัดมันทิ้ง แล้วยอมวิ่งเท้าเปล่าไปบนพื้นถนนที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยเศษกรวด
"มันหนีไปทางนั้นแล้ว ตามไปเร็ว!!”
เสียงตะโกนของพวกลูกน้องเสี่ยเมฆายิ่งทำให้สโรชาขวัญหนีดีฝ่อ เธอตัดสินใจหักเลี้ยววิ่งเข้าไปในซอกตึกแคบๆ หวังจะใช้ความซับซ้อนของตรอกซอกซอยในการพรางตัวหลบหนี
สองเท้าเปล่าเปลือยวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในซอกลึก แขนเรียวยกขึ้นกอดรัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตัวเองแน่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบสองแก้ม
เธอวิ่งมาจนถึงกลางซอกตึก หวังว่าทางข้างหน้าจะทะลุออกไปยังถนนใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทว่า...ความหวังของเธอกลับพังทลายลงในพริบตา
กึก!!
สองเท้าของสโรชาชะงักกึก ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาป
ที่ปลายทางของซอกตึกไม่ใช่ถนนใหญ่ที่เธอวาดหวัง แต่ปรากฏร่างเงาทะมึนของชายฉกรรจ์ที่มีรอยสักเต็มตัวสองคน กำลังยืนกอดอกแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ดักรอปิดทางหนีของเธอเอาไว้อย่างมิดชิด
“จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะน้องสาว เสี่ยเมฆายังรอให้น้องไปช่วยทำแผลให้อยู่นะ" หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พร้อมกับสาวเท้าเดินคุกคามเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ
“พะ…พวกแกอย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!!” สโรชาเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองทางด้านหลัง ก็พบว่าพวกลูกน้องเสี่ยเมฆาอีกสามคนที่วิ่งไล่ตามมา ได้ตามมาทันและปิดตายทางออกด้านหลังเอาไว้หมดแล้วเช่นกัน "อย่ามายุ่งกับฉัน ออกไปนะไอ้พวกสวะ!!"
...ไร้ซึ่งหนทางหนี
ตอนนี้เธอถูกล้อมกรอบเอาไว้ตรงกลางซอกตึกเปลี่ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
————--------
