บทที่ 6 06 อัศวินขี่ม้าขาว

06 อัศวินขี่ม้าขาว

"ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยด้วย!!” สโรชากรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลทะลักอาบแก้มเมื่อชายฉกรรจ์สองคนพุ่งตัวเข้ามารวบแขนของเธอไว้คนละข้าง 

หญิงสาวดิ้นรนสุดชีวิต เตะถีบสะเปะสะปะ แต่แรงอันน้อยนิดมีหรือจะสู้แรงของพวกลูกน้องนักเลงเงินกู้ได้ พวกมันรวบตัวเธอเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้

"ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอก" หนึ่งในลูกน้องเสี่ยเมฆาหัวเราะร่วน มือหยาบเอื้อมมาบีบปลายคางของสโรชาอย่างย่ามใจ “ไม่ต้องกลัวไปหรอกน้องสาว เสี่ยเมฆาฝากมาบอกว่า ถ้าคืนนี้ยอมให้เสี่ยแกเอาซะดีๆ เสี่ยแกจะใจดีช่วยปิดหนี้ให้ครึ่งหนึ่งเลยนะ งานสบายรายได้ดีขนาดนี้ จะมัวเล่นตัวไปทำไม"

"ถุย! ไอ้พวกสารเลว ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ไม่มีวันยอมเป็นของเล่นขัดดอกให้ไอ้เสี่ยหน้าเหมือนกบหรอก" สโรชาถ่มน้ำลายใส่หน้ามันอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ศักดิ์ศรีและความจองหองในสายเลือดทำให้เธอเลือกที่จะสู้จนตัวตาย

เพียะ!!!

“ฤทธิ์มากนะมึง!!”

ชายคนนั้นตบหน้าสโรชาอย่างแรงจนร่างบางหน้าหัน รอยนิ้วมือแดงเถือกปรากฏขึ้นบนแก้มเนียนทันที แถมยังมีเลือดสีแดงจางๆไหลออกมาที่มุมปาก

"ลากตัวมันไปขึ้นรถ! เสี่ยรอจนรากงอกแล้ว"

พวกมันออกคำสั่งเตรียมจะหิ้วปีกสโรชาที่แทบจะหมดสติกลับไปที่บริษัท

แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความหวังของสโรชากำลังจะดับวูบลง เสียงทุ้มต่ำก็ดังก้องขึ้นทำลายความเงียบงันของซอกตึกเสียก่อน

“รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนี้ แถวบ้านกูเขาเรียกว่าหน้าตัวเมียว่ะ"

คำพูดเย้ยหยันนั้นทำให้พวกนักเลงลูกน้องเสี่ยเมฆาชะงักกึก พวกมันปล่อยมือจากสโรชาแล้วหันขวับไปตามต้นเสียงทันที

ที่บริเวณปากซอกตึกอีกฝั่ง ปรากฏร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนพิงรถสปอร์ตเปิดประทุนสีดำขลับ ดวงตาคู่คมกริบของเขาทอประกายเย็นเยียบจนน่าขนลุก ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบ ไม่ยี่หระต่อจำนวนคนที่มากกว่าของฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย

"มึงเป็นใครวะ! แส่ไม่เข้าเรื่อง" หนึ่งในลูกน้องเสี่ยเมฆาตะโกนถามพร้อมกับชักมีดพับออกมาข่มขู่ "อยากเป็นฮีโร่ช่วยหญิง ระวังจะตายไม่สวยนะเว้ย ไสหัวไป!"

ร่างสูงที่ยืนพิงรถสปอร์ตไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงแค่แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าพ้นจากเงามืดของซอกตึกออกมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงไปด้วยความดุดัน

กึก!!

สโรชาเบิกตากว้าง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ

"พี่ภาคษ์..."

เสียงหวานหลุดครางชื่อของเขาแผ่วเบา หยาดน้ำตาพังทลายลงมาอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้ มันคือน้ำตาแห่งความดีใจ เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าผู้ชายที่เพิ่งจะชี้หน้าด่าและประกาศกร้าวว่าเกลียดเธอจนเข้ากระดูกดำ จะเป็นคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยชีวิตเธอในวินาทีที่จวนตัวที่สุด

สโรชามองผ่านม่านน้ำตาไปยังร่างสูง ก่อนจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

"พี่ภาคษ์! ช่วยชาด้วย...ชากลัว!"

หมอภาคษ์ปรายตาคมกริบมองร่างบางที่ทรุดกองอยู่บนพื้น สภาพของสโรชาในตอนนี้ทำเอาสันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ชุดเดรสราคาแพงนั้นหลุดลุ่ยจนแทบจะปิดบังร่างกายไว้ไม่มิด ใบหน้าสวยเฉี่ยวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ซ้ำยังมีรอยแดงเถือกจากการถูกตบอย่างแรงที่แก้มซ้าย

แววตาของภาคษ์วูบไหวไปชั่วพริบตา แม้ปากจะพร่ำบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่พอเห็นภาพเธอถูกรังแกจนบอบช้ำขนาดนี้ ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายกลับร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างรุนแรง

"มึงเป็นใครวะ! แฟนอีคุณหนูนี่เหรอ" หัวหน้าแก๊งลูกน้องเสี่ยเมฆาตะคอกถาม ท่าทางระแวดระวังเมื่อเห็นรังสีความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม

“กูเป็นใครมันไม่สำคัญหรอก" ภาคษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่นัยน์ตาคมกริบเต็มไปด้วยความวาวโรจน์ มือหนาปลดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตแล้วพับขึ้นอย่างเชื่องช้า เตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ “ทางที่ดีอย่ารังแกผู้หญิงดีกว่า”

“มึงคิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหนวะไอ้หน้าหล่อ ถึงได้มาสั่งพวกกู!” หนึ่งในนั้นตะโกนถามกลับ 

"แต่พวกมึงหมาหมู่รุมรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนี้ มันกระจอกว่ะ" ภาคษ์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะชี้หน้าท้าทายหัวหน้าแก๊งนักเลงโดยตรง “แน่จริงมึงมาเดี่ยวกับกูดีกว่า ลูกผู้ชายเขาซัดกันตัวต่อตัว"

“หนอย ไอ้เวรนี่ ปากดีนักนะมึง! ได้! กูจะสงเคราะห์ให้มึงไปนอนหยอดน้ำข้าวที่โรงพยาบาลเอง!"

หัวหน้าแก๊งนักเลงโยนมีดพกให้ลูกน้อง หักข้อนิ้วเสียงดังกรอบแกรบ เตรียมพุ่งเข้าใส่ร่างสูงโปร่งที่ดูเหมือนจะเป็นแค่ไอ้หนุ่มหน้าหล่อเจ้าสำอาง

"เดี๋ยว" ภาคษ์ยกมือขึ้นปราม ก่อนจะปรายตามองไปยังร่างเล็กที่กำลังนั่งกอดตัวเองสั่นเทาอยู่บนพื้น แล้วตวัดสายตากลับมาจ้องหน้าศัตรูอย่างเด็ดเดี่ยว “ถ้ากูชนะ มึงต้องปล่อยผู้หญิงคนนั้นให้กู แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้ากูซะ”

"ได้! มึงวอนหาที่ตายเองนะเว้ยไอ้หน้าหล่อ"

หัวหน้าแก๊งนักเลงรับคำท้าด้วยความเดือดดาล มันคำรามลั่นแล้วพุ่งพรวดเข้าใส่ร่างสูงโปร่งทันที หมัดขวาเงื้อขึ้นสุดแขนหมายจะชกเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาให้คว่ำลงไปกองกับพื้นในหมัดเดียว

แต่มันหารู้ไม่ว่าภายใต้เสื้อกาวน์และภาพลักษณ์คุณหมอที่ดูสุขุมของภาคษ์ เขาซ่อนทักษะการต่อสู้ระดับเทควันโดสายดำเอาไว้

เมื่อหมัดหนักๆ พุ่งเข้ามา หมอภาคษ์เพียงแค่เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วและพลิ้วไหว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนของนักเลงร่างยักษ์ ออกแรงบิดล็อกข้อต่ออย่างชำนาญ แล้วใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเสียหลัก ทุ่มร่างอันหนักอึ้งของมันลงไปฟาดกับพื้นปูนซีเมนต์อย่างแรง

อั้ก!!

“โอ้ยยย!!!”

เสียงเนื้อกระแทกพื้นดังสนั่น ทำเอาพวกลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง ตกตะลึงกับความว่องไวและพละกำลังของคนที่พวกมันปรามาสว่าเป็นแค่ไอ้หนุ่มหน้าหล่อเจ้าสำอาง

แต่ความอับอายทำให้หัวหน้าแก๊งไม่ยอมแพ้ มันกัดฟันยันตัวลุกขึ้นมาด้วยความโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ สบถคำหยาบคายแล้วพุ่งเข้าใส่ภาคษ์อีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง

"อย่าอยู่เลยมึง ไอ้หน้าหล่อ!"

ทว่าคราวนี้ภาคษ์ไม่ปล่อยให้มันได้เข้าประชิดตัว ชายหนุ่มตวัดสายตาคมกริบ ก้าวเท้าเบี่ยงตัวพร้อมกับตวัดขาเตะสูงเข้าที่ปลายคางของหัวหน้านักเลงอย่างแม่นยำ

พลั่ก!!

“อึก!!” ร่างใหญ่โตชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเหลือกขึ้นบน ก่อนจะร่วงตึงลงไปนอนกองกับพื้น สลบเหมือดไม่ได้สติไปในพริบตา "อะ...ไอ้บ้า...เอ้ย!"

"เฮ้ย! ลูกพี่!!”

เมื่อเห็นลูกพี่ร่วงไปต่อหน้าต่อตา พวกลูกน้องที่เหลือก็ร้องเสียงหลง สลัดความเป็นลูกผู้ชายตัวต่อตัวทิ้งแล้วพากันวิ่งกรูเข้ามา หวังจะใช้พวกพ้องรุมกระทืบหมอหนุ่ม

ปัง!!

เสียงปืนพกตวัดยิงขู่ขึ้นฟ้าหนึ่งนัดดังกึกก้องไปทั่วซอกตึกแคบๆ หยุดฝีเท้าของพวกนักเลงที่กำลังวิ่งเข้ามาเอาไว้ได้อย่างชะงัด

หมอภาคษ์ยืนถือปืนพกสีดำขลับ ปลายกระบอกปืนยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่นจ่อไปที่พวกมัน นัยน์ตาดุดันกวาดตามองพวกมันทีละคนด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนพวกนักเลงหน้าซีดเผือด

“สัจจะต้องเป็นสัจจะสิวะ” ชายหนุ่มลดกระบอกปืนลงมาแล้วเล็งตรงไปที่หัวหน้ากลุ่ม “ในเมื่อแพ้ ก็ต้องส่งตัวผู้หญิงมาให้ฉัน"

พวกลูกน้องเสี่ยเมฆามองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อแตกพลั่กเมื่อเจอกับสายตาเอาจริงและกระบอกปืนที่จ่อรออยู่ พวกมันรู้ดีว่าขืนสู้ต่อก็มีแต่จะตายกับตาย หนึ่งในนั้นจึงตัดสินใจหันไปกระชากแขนสโรชาที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น

“ไปสิวะ! ผัวมึงมารับแล้ว" มันตะคอกใส่ ก่อนจะผลักร่างบางของสโรชาอย่างแรง

ร่างของหญิงสาวที่อยู่ในสภาพบอบช้ำ ชุดเดรสแบรนด์เนมตัวหรูหลุดลุ่ยขาดวิ่นจนแทบจะปกปิดร่างกายเอาไว้ไม่อยู่ ถลาพุ่งไปข้างหน้าตามแรงผลัก สโรชาหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการล้มกระแทกพื้น

แต่ทว่า...วงแขนแกร่งของหมอภาคษ์กลับยื่นออกมารับร่างของเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ร่างบางที่กำลังสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขาอย่างแนบแน่น

———————-

บทก่อนหน้า
บทถัดไป