บทที่ 7 07 สถานะคุณหนูใกล้อวสาน

07 สถานะคุณหนูใกล้อวสาน

ทันทีที่พวกมันพ้นสายตา วงแขนแกร่งที่ประคองสโรชาไว้ก็คลายออกราวกับจับต้องของร้อนจัด หมอภาคย์ขยับตัวถอยห่างทันทีจนหญิงสาวเซแทบจะล้มลงไปอีกรอบ

​"ฮึก...พี่ภาคย์" สโรชาสะอื้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาไปจับปลายแขนเสื้อเชิ้ตของเขา "ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ที่มาช่วยชา อึก! ชากลัวแทบแย่"

​หมอภาคย์ปรายตามองมือเล็กที่จับเสื้อของเขา ก่อนจะสะบัดออกอย่างไม่ไยดี

​"ปล่อย" เขาออกคำสั่งเสียงเย็น "แล้วก็เลิกบีบน้ำตา ทำหน้าเหมือนฉันเป็นอัศวินขี่ม้าขาวสักทีสโรชา"

​"ชาไม่ได้บีบน้ำตา" หญิงสาวส่ายหน้า รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม เธอไม่สนท่าทีรังเกียจของเขา แค่ผู้ชายที่เกลียดเธอเข้าไส้คนนี้ยอมลดตัวลงมาช่วย เธอคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ "ชาดีใจจริงๆ ถ้าไม่ได้พี่ ชาต้องแย่แน่ๆเลย พี่แอบตามชามาหรอคะ"

​"อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย" หมอภาคย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับกำลังมองขยะชิ้นหนึ่ง "ฉันแค่บังเอิญขับรถผ่านมา แล้วเห็นหมาหมู่รังแกผู้หญิงข้างถนน สัญชาตญาณความเป็นคนของฉันมันก็เลยทำงานก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นเก่งเหมือนตอนที่ด่าฉันฉอดๆ เลยนี่"

​คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปในใจ แต่สโรชาก็ยังคงยิ้มกว้างกว่าเดิม น้ำตายังคงรินไหล

​"ถึงพี่ภาคษ์จะไม่ได้เต็มใจช่วย ชาก็ขอบคุณอยู่ดีค่ะ อย่างน้อยชาก็ไม่ได้โดนพวกมันทำร้าย"

​“เหอะ" เสียงหัวเราะในลำคอที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ทำเอาสโรชาสะดุ้ง หมอหนุ่มปรายตามองร่างบางที่กำลังพยายามดึงทึ้งเศษผ้าขึ้นมาปิดบังเรือนร่าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “สภาพของเธอในตอนนี้ มองมุมไหนก็ดูไม่ต่างอะไรกับอีตัวที่กำลังวิ่งหนีแขกเลยนะ คุณหนูสโรชา"

ถ้อยคำผรุสวาทที่หลุดออกจากปากเขา เปรียบเสมือนใบมีดอาบยาพิษที่กรีดลึกลงไปบนบาดแผลในใจของคนฟัง สโรชาเงยหน้าขึ้นมองขวับ รอยยิ้มหุบลงทันที เธอกำหมัดแน่น อยากจะกรีดร้องและด่าทอเขากลับไปเหมือนทุกครั้ง 

แต่ในเวลานี้ลำคอของเธอกลับตีบตัน ไม่มีแม้แต่เสียงจะเล็ดลอดออกมา เธอไม่กล้าแม้แต่จะเถียง เพราะสภาพของเธอในตอนนี้มันก็น่าสมเพชอย่างที่เขาว่าจริงๆ

เมื่อเห็นอดีตคุณหนูผู้เย่อหยิ่งเอาแต่เงียบ ไม่ปากเก่งเหมือนเมื่อเช้า ภาคษ์ก็ยิ่งได้ใจ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัว ก่อนจะพูดตอกย้ำความจริงที่เธอพยายามซ่อนเร้น

"เมื่อเช้าฉันเห็นเธอหอบกระเป๋าไปเร่ขายทิ้งที่ร้านแบรนด์เนมมือสองเพื่อแลกกับเศษเงิน ตกบ่ายเธอก็มาโผล่ที่บริษัทปล่อยเงินกู้เถื่อน แถมยังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาในสภาพยับเยินแบบนี้” มือหนาเอื้อมไปเชยปลายคางมนที่เปื้อนคราบน้ำตาให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา แววตาของหมอหนุ่มวาวโรจน์ไปด้วยความสะใจ “แสดงว่าตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่ของเธอ คงจะล้มละลายจนเธอต้องกลายเป็นคุณหนูตกอับไปแล้วจริงๆ สินะ"

"พี่ภาคษ์..." สโรชาครางชื่อเขาเสียงสั่น น้ำตาเม็ดโตกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้มอีกระลอก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น กลัวว่าความลับที่ปกปิดเอาไว้จะถูกเปิดเผยออกมาให้เขาหัวเราะเยาะเล่น

“รู้ไหมว่าฉันรอคอยวันนี้มานานแค่ไหน" นิ้วแกร่งที่บีบปลายคางเธออยู่เพิ่มแรงขึ้นราวกับจะตอกย้ำความเกลียดชัง "ฉันรอวันที่คุณหนูสโรชาผู้แสนจะเย่อหยิ่ง จองหอง และเห็นแก่ตัว จะต้องตกลงมาจากฟ้าที่ตัวเองสถาปนาขึ้นมา รอวันที่เธอจะได้รู้ซึ้งถึงความลำบาก ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเหมือนกับที่เธอเคยจิกหัวใช้และเหยียบย่ำคนอื่นราวกับไม่ใช่คน!"

ชายหนุ่มสะบัดมือออกจากปลายคางของเธออย่างรังเกียจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปรายหางตามองร่างบางที่กำลังยืนตัวสั่นระริก

...วันที่เขารอคอยมาถึงเร็วกว่าที่คิด!

“ในที่สุด กรรมก็ตามสนองคนใจร้ายแบบเธอสักทีนะ หวังว่าความเจ็บปวดในวันนี้ มันจะทำให้เธอสำนึกได้บ้าง ว่าคนที่อยู่ต่ำกว่า…เขาจะรู้สึกยังไงเวลาโดนเธอรังแก” สายตาของเขาที่มองร่างบางนั้นไม่ได้มีความสงสารเลยสักนิด คนอย่างสโรชาถ้าไม่เจอด้วยตัวเอง จะไม่มีวันรู้สึกว่าสิ่งที่ทำกับคนอื่นมันแย่แค่ไหน “ขืนออกไปในสภาพนี้ มีหวังได้ขายตัวแน่ๆ เดินตามฉันมานี่”

สโรชาพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด ตอนนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปปะทะคารมกับผู้ชายคนนี้หรอก เพราะมันยังมีอีกหลายเรื่องที่เครียดมากกว่าการมายืนทะเลาะกับพี่ชายข้างบ้าน

แม้เขาจะด่าทอ เหยียดหยาม และดูถูกเธอสารพัด แต่อย่างน้อยเขาก็คือคนที่ดึงเธอขึ้นมาจากขุมนรกเมื่อกี้ ไม่อย่างนั้นคงได้ไปเป็นเมียไอ้เสี่ยอ้วนหน้าเหมือนกบแล้ว

ภาคย์หยุดยืนอยู่หน้าประตูรถฝั่งคนขับ เขามองข้ามหลังคาคันหรูมายังสโรชาที่เพิ่งเดินมาถึงประตูฝั่งผู้โดยสาร แววตาคมกริบของเขาหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกำลังประเมินและเยาะเย้ยอยู่ในที

​ "ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังเป็นบ้านของเธออยู่หรือเปล่า"

​"หมายความว่าไงคะ" สโรชาขมวดคิ้ว มือเล็กที่กำลังจะเอื้อมไปเปิดประตูหยุดชะงัก

​"ฉันก็แค่สงสัย" เขายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่อ่านไม่ออก "ว่าไอ้คฤหาสน์หลังใหญ่โตที่คุณหนูซุกหัวนอน ตอนนี้มันยังเป็นของตระกูลอัครเดชอยู่หรือเปล่า"

​ดวงตาโฉบเฉี่ยวของสโรชาเบิกกว้าง หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกชาวาบแล่นตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงสมอง ที่เขาพูดหมายความว่ายังไง หรือตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับที่บ้านของเธอ

​"พี่ภาคย์หมายความว่ายังไง" สโรชาถามกลับด้วยความร้อนรนใจ น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "พี่ภาคย์ไปรู้อะไรมา บ้านของชาทำไม เกิดอะไรขึ้นกับบ้านชา!"

​ภาคย์มองใบหน้าที่ซีดเผือดและท่าทางร้อนรนของหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความเห็นใจ เขายักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระต่อความทุกข์ร้อนของเธอเลยแม้แต่น้อย

​ "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเช้าเห็นคนมาติดประกาศที่หน้าบ้านของเธอ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย ก่อนจะกระชากประตูรถเปิดออก "ไปดูเอาเองเถอะ จะขึ้นก็รีบขึ้น ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมารอใครทั้งวันนะ"

​สโรชายืนนิ่งอึ้ง มือของเธอสั่นเทาขณะกำที่จับประตูรถ คำพูดสั้นๆ ของเขาเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่โยนลงมากลางใจ ทำให้ตลอดเส้นทางกลับบ้านยาวนานราวกับตกอยู่ในความฝัน

หรือว่าคฤหาสน์ของเธอโดนเจ้าหนี้ยึดไปแล้ว!

--------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป