บทที่ 9 09 ยินดีต้อนรับนังคนรับใช้คนใหม่

09 ยินดีต้อนรับนังคนรับใช้คนใหม่

คุณหญิงอิงอรประคองร่างที่บอบช้ำของสโรชาให้นั่งลงบนโซฟากำมะหยีสีแดง ก่อนจะหยิบกระดาษซับน้ำตาให้หญิงสาวด้วยความเวทนา

"ใจเย็นๆ นะหนูชา เล่าให้ป้าฟังซิว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ทำไมบ้านหนูถึงโดนยึด แล้วนี่กิตติภพหายไปไหน ทำไมปล่อยให้ลูกสาวต้องมาเผชิญหน้ากับพวกหน้าเลือดพวกนั้นคนเดียว"

“…” สโรชาสูดน้ำมูก ก้มหน้าบีบมือตัวเองแน่น แสร้งทำน้ำเสียงให้ดูน่าสงสารที่สุด “คุณพ่อโดนบริษัทปล่อยเงินกู้โกงค่ะ พวกมันหลอกให้คุณพ่อเซ็นเอกสารค้ำประกัน แล้วก็กว้านซื้อหนี้สินมาบีบบังคับ เอาหมายศาลมายึดทุกอย่างไปหมดเลย ฮือออ...ส่วนคุณพ่อก็หนีไปซ่อนตัวที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ทิ้งชาเอาไว้คนเดียว ชาไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะคุณป้า"

หญิงสาวจงใจบิดเบือนความจริงเรื่องหนี้แค้นของอนาคินให้กลายเป็นการถูกโกง เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากมารดาของภาคษ์ เพราะถ้าคุณหญิงอิงอรไม่รับเธอเข้ามาอยู่ด้วย เธอก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ถ้าจะไปอยู่กับเพื่อนก็กลัวจะโดนล้อว่าเป็นคุณหนูตกอับ

"ไม่ร้องนะหนูชา" คุณหญิงอิงอรดึงร่างบางเข้ามากอดลูบหลังลูบไหล่ "คนพวกนั้นมันเลวทรามจริงๆ แต่ไม่เป็นไรนะ หนูก็อยู่ที่นี่แหละ ถือซะว่าเป็นบ้านของหนูอีกหลังก็แล้วกัน ป้าเองก็รักและเอ็นดูหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ป้าไม่มีวันทิ้งหนูให้ไปตกระกำลำบากข้างนอกหรอก หนูอยู่ที่นี่จนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้นนะ"

“เหอะ! ละครฉากใหญ่ น้ำตาบีบสั่งได้ดั่งใจจริงๆ” เสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความซาบซึ้ง 

หมอภาคษ์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูฟังบทสนทนาอยู่นาน ก่อนจะก้าวอาดๆ เข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโซฟา นัยน์ตาคมกริบมองสโรชาราวกับมองทะลุเห็นถึงสันดานที่ซ่อนอยู่ข้างใน

"ตาภาคษ์! แกพูดจาอะไรของแก ไม่เห็นหรือไงว่าน้องกำลังขวัญเสีย เมื่อไหร่จะเลิกอคติกับน้องสักที" คุณหญิงอิงอรตวาดกลับด้วยสีหน้าไม่พอใจ

"คุณแม่ตาสว่างสักทีเถอะครับ" ภาคษ์สวนกลับเสียงกร้าว ไม่ยอมลงให้มารดา "ผู้หญิงคนนี้กำลังใช้มารยาบีบน้ำตาหลอกล่อคุณแม่อยู่นะครับ เธอมันก็แค่นังงูพิษ พอตกอับหน่อยก็เสแสร้งแกล้งบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจเพื่อหาที่ซุกหัวนอน ทำไมผมจะดูไม่ออก"

"พี่ภาคษ์..." สโรชาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อ น้ำตาปลอมๆ ไหลพรากอาบใบหน้า “ทำไมพี่ถึงมองชาในแง่ร้ายขนาดนี้ ชาไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ พี่จะให้ชาไปนอนข้างถนนให้พวกผู้ชายหน้าด้านมันฉุดไปย่ำยีหรือไงคะ"

"ก็ดีสิ! ผู้หญิงร่านๆ ร้ายๆ อย่างเธอ ไปอยู่ที่ไหนเขาก็รังเกียจทั้งนั้นแหละ!"

"ตาภาคษ์!! หยุดพูดจาหยาบคายเดี๋ยวนี้นะ นึกถึงตอนที่คุณกิตติภพช่วยเหลือครอบครัวเราบ้างสิ"

คุณหญิงอิงอรผุดลุกขึ้นยืนกางแขนปกป้องสโรชาอย่างเต็มที่ ทำให้เส้นความอดทนของหมอภาคษ์ขาดผึง ชายหนุ่มกัดกรามกรอด ก่อนจะยื่นคำขาดที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ

“ก็ได้ครับ ถ้าคุณแม่ยืนกรานจะรับผู้หญิงคนนี้เอาไว้ในบ้านให้ได้…ผมก็มีข้อเสนอ" ภาคษ์ปรายตามองสโรชาด้วยแววตาเหยียดหยามถึงขีดสุด “ถ้าสโรชาอยากจะอาศัยอยู่ที่นี่ เธอจะต้องอยู่ในฐานะคนรับใช้เท่านั้น"

"พี่ภาคษ์!" สโรชาเบิกตากว้าง ศักดิ์ศรีลูกคุณหนูถูกกรีดแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"แกจะบ้าหรือไงตาภาคษ์ หนูชาเป็นลูกผู้ลากมากดี จะให้มาเป็นคนรับใช้ได้ยังไง" คุณหญิงอิงอรแย้งเสียงหลง

"ไม่มีคำว่าผู้ลากมากดีสำหรับคนสิ้นเนื้อประดาตัวหรอกครับคุณแม่" ภาคษ์ตอกกลับเสียงแข็ง "หน้าที่กวาดบ้าน ถูพื้น ซักเสื้อผ้า ซักกางเกงใน ทุกอย่างที่พันทิวาเคยทำ ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนทำทั้งหมด เพื่อแลกกับเศษข้าวเศษน้ำและที่ซุกหัวนอน"

“ไม่นะ! ชะ…ชาต้องทำทั้งหมดนั่นเลยหรอคะ” สโรชาส่ายหน้าทั้งน้ำตา ทั้งชีวิตเธอไม่เคยทำอะไรเลย เพราะมีแม่บ้านและพันทิวาคอยทำให้ตลอด แต่จู่ๆจะให้มาทำงานบ้านแบบนี้ ก็ยากที่จะปรับตัวทัน "คือว่าชาแพ้..."

"แต่ถ้าคุณแม่ไม่ยอม หรือสโรชารับข้อเสนอนี้ไม่ได้..." น้ำเสียงของภาคษ์ดุดันและเด็ดขาดไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว "ผมก็จะเป็นคนเก็บเสื้อผ้า แล้วย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้เอง และผมก็จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก ตราบใดที่ยังมีผู้หญิงคนนี้ลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้าน"

คำขู่ของลูกชายเพียงคนเดียวทำเอาคุณหญิงอิงอรถึงกับสะอึก หล่อนรู้ดีว่าภาคษ์เป็นคนพูดจริงทำจริง และหล่อนก็ไม่มีวันยอมเสียลูกชายไปเพราะเรื่องนี้แน่ๆ ดังนั้นหล่อนต้องรีบหาทางออกเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ภาคษ์จะย้ายออกจริงๆ

ความเงียบอันน่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมห้องนั่งเล่น สโรชามองหน้าคุณหญิงอิงอรด้วยความหวังอันริบหรี่ แต่ทว่า...

“เฮ้อ!” เสียงลอบถอนหายใจยาวเหยียดของคุณหญิงอิงอรดังขึ้นทำลายความหวังของสโรชาจนหมดสิ้น มารดาของชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจและรู้สึกผิด “ป้าขอโทษนะหนูชา ป้าขัดใจตาภาคษ์ไม่ได้จริงๆ หนูอดทนยอมทำตามที่พี่เขาบอกไปก่อนนะ งานที่บ้านป้าไม่หนักหรอก"

สโรชาเข่าอ่อนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ หยาดน้ำตาไหลรินรดหลังมือ จากคุณหนูสโรชาผู้มีคนรับใช้ส่วนตัวถึงสามคน บัดนี้กำลังจะกลายมาเป็นคนรับใช้ซะเอง

ดูก็รู้ว่าภาคษ์จงใจกลั่นแกล้งเธอ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่เธอไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ แค่นี้ศักดิ์ศรีลูกคุณหนูก็ป่นปี้จนย่อยยับไปหมดแล้ว ถ้าคนอื่นรู้ว่าเธอกลายเป็นบุคคนล้มละลาย มีหวังได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ

...เธอไม่อยากให้ใครสมน้ำหน้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“เหอะ!" ภาคษ์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกนะ นังคนรับใช้คนใหม่ หวังว่าคงจะไม่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปฟ้องพ่อนะ"


บทก่อนหน้า
บทถัดไป