บทที่ 10 บทที่ 10.

“ปากหวานนะเรา..” ชายแดนหัวเราะเบาๆ กับคำชมของหญิงสาวแม้เขาจะลาออกมานานแล้วเพราะต้องมาช่วยงานในไร่ของครอบครัวแต่ความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาเขาก็ไม่เคยทิ้งและนำมันมาปรับใช้ในไร่ของตนและสอนคนอื่นๆ ซึ่งมันทำได้ง่ายกว่าตอนที่มีตำแหน่งเป็นเกษตรอำเภอเสียอีก เพราะไม่มีข้อจำกัดเยอะไม่ต้องนายอนุมัติ ไม่ต้องรองบประมาณที่กว่าจะมาถึงชาวบ้านก็ถูกกัดกร่อนมาจนเหลือเพียงแค่เศษเสี้ยวจากงบประมาณจริงๆ ไม่ต้องรอให้นายปลื้มเพื่อจะได้ผลงานสวยหรู แต่ทุกอย่างสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยแรงพลังของคนในชุมชนที่รวมตัวกันจนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้เหมือนอย่างขวัญชีวากับพี่ๆ ในไร่นั่นเอง 

หนุ่มสาวนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ จนได้เวลาอาหารกลางวันชายแดนก็อยู่รับประทานอาหารกับขวัญชีวาและช่วยดูผลผลิตในไร่ว่ามีตรงไหนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นซึ่งชายแดนจะสอนและแนะนำการทำเกษตรแบบผสมผสานและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยหมักเป็นหลัก และเน้นการผลิตเองใช้เองในไร่เพื่อลดต้นทุนและหลังจากสองปีให้หลัง ไร่ดวงใจก็กลับมาเขียวขจีพืชพรรณให้ผลผลิตออกสู่ตลาดได้บ้างแล้วจนตอนนี้ขวัญชีวาสามารถปลดหนี้ที่คุณดวงพรก่อไว้จนเกือบหมดแล้ว แต่ไร่ดวงใจที่เหลือพื้นที่ไม่มากนักก็ยังคงดูเป็นไร่ที่ยังทรุดโทรมอยู่เพราะพื้นที่ที่เหลือนั้นยังไม่ได้รับการปรับปรุงดูแลเท่าที่ควร แต่ขวัญชีวาก็ใช้พื้นที่ซึ่งเหลืออยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด เพราะผักปลอดสารพิษจากไร่ดวงใจนั้นมีคนมารับซื้อถึงที่เลยทีเดียว...

ใบหน้าหล่อเหลาตึงจัดเมื่อวันนี้เขาถูกบิดาเรียกมาเพียงเพื่อจะพูดถึงผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ตนไม่เคยใส่ใจหรือไม่คิดจะจดจำเลยสักนิด

“คุณพ่อก็รู้ว่าผมไม่ได้เต็มใจอยากจะเอาแม่นั่นเป็นเมีย”

“จะอยากได้หรือไม่เขาก็เป็นเมีย เอาน่า พ่อแค่อยากอุ้มหลานและหนูชีวาก็น่าจะเป็นแม่ที่ดีมีหลานที่น่ารักให้พ่อได้”

“อ้อ ชื่อชีวาหรอกหรือ ผมจำไม่ได้เลยว่าเมียผมชื่อนี้” ธีโอแค่ยิ้มหยันๆ

“หนูชีวา ชื่อขวัญชีวา สวยน่ารัก และเก่งมาก หึ.. พ่อล่ะอยากหนุ่มแน่นกว่านี้นัก รับรองเลยว่าจะไม่ปล่อยให้หนูชีวาหลุดมือไปเลยล่ะ..” คำพูดของบาดเหมือนเทน้ำมันราดบนกองไฟดวงตาคมของธีโอวาววับขึ้นมาทันที คุณธัชลอบยิ้มธีโอนั้นหวงตนมากไม่ยอมให้ใครเข้ามาวอแวซึ่งคุณธัชเองก็ไม่คิดจะหาหญิงสาวคนไหนมาแทนที่ภรรยาที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ซึ่งข้อนี้เองคุณธัชจึงพูดยั่วลูกชายและมันก็ได้ผล 

“อย่าคิดหาใครมาแทนที่แม่ของผมเสียให้ยาก นอกจากคุณแม่แล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนเหมาะกับคุณพ่อหรอก”

“แล้วแกล่ะ ผู้หญิงคนไหนจะเหมาะ.. อย่าบอกนะว่าแม่สาวๆ สังคมที่วันๆ เอาแต่แต่งตัวสวยอวดกัน แล้วก็ควงกันลอยไปลอยมางานการไม่ทำ ทำแต่จะจับผู้ชายหน้าโง่สักคนเป็นผัว”

“พวกเธอก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกครับคุณพ่อ มันคือธุรกิจแลกเปลี่ยนกันได้ความพอใจกันทั้งสองฝ่าย วินๆ อย่าหวงเลยผมรู้ว่าควรเลือกเมียแบบไหน”

“แบบไหนล่ะที่จะเป็นเมียแกไหนบอกมาสิ..” คุณธัชกอดอกมองลูกชาย

“ก็แบบที่พ่อบังคับให้ผมมีไงล่ะ” ได้ทีธีโอก็ย้อนกลับบิดา คุณธัชหัวเราะเบาๆ แต่แววตาท่านไม่มีรอยยิ้มสักนิด

“จะบอกอะไรให้นะธีโอ ผู้หญิงที่จะเป็นเมียและแม่ที่ดี ไม่ได้หมายความถึงผู้หญิงที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง หรือสวยงามชาติตระกูลดีมาจากไหน แต่เธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความดีงาม ดีพร้อมที่จะเป็นแม่และเมีย มีความรักเอาใจใส่ต่อสามี ซื่อสัตย์ ขยันและไม่ไร้ค่านั่นหมายถึงพวกเธอสามารถดูแลและยืนหยัดด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้ร่างกายแลกเงินหรือเพื่อความสุขสบายอันฉาบฉวยเหมือนผู้หญิงพวกนั้นของแก.. แน่นอน เหมือนแม่ของแก แม่ของแกเป็นผู้หญิงที่สวยสมบูรณ์แบบเธอเป็นแม่และเมียที่ดีและพ่อก็รักแม่ของแกมาก มากที่สุด..” คุณธัชยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงภรรยาผู้ล่วงลับ...

“แต่พ่อก็อยากจะมีเมียใหม่ เมียเด็กคราวลูก” ธีโอยังคงไม่ยอมแพ้เพราะหวงบิดา

“พ่อแก่แล้วธีโอ.. บางครั้งก็เหงาและอยากมีเพื่อนไว้ดูแลยามป่วยไข้ มีเพื่อนคุยเพื่อนคิด ไม่ได้มีความต้องการอย่างคนหนุ่มเลือดร้อนอย่างแกหรอก แต่ก็ไม่แน่ เพราะหนูชีวาสวยน่ารัก มีคุณสมบัติเหมือนแม่แกไม่มีผิด นั่นล่ะคือเหตุผลว่าทำไมพ่อเลือกหนูชีวา..”

“หึ ผมไม่เชื่อหรอกว่ายายเด็กบ้านนอกนั่นจะมีอะไรมาเทียบแม่ของผมได้”

“แกยังไม่เคยเห็นไม่แม้แต่จะสนใจหรือชายตาแล แกจะรู้ได้ยังไงว่าหนูชีวาเทียบแม่ของแกไม่ได้..”

“แต่ผม..”

“เอาล่ะฉันขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว หากไม่สามารถทำตามข้อตกลงได้ ก็ให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามพินัยกรรม..” พูดจบคุณธัชก็ตัดบทด้วยการเดินหนีลูกชายไปเสียเอง แต่ใบหน้าดุดันยามอยู่ลับหลังลูกชายนั้นกลับระบายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ธีโอจะต้องติดกับที่เขาวางไว้แน่นอน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป