บทที่ 2 บทที่ 2.
“ผมไม่แต่งหรอกนะครับคุณพ่อ ผมยังใช้เวลาหนุ่มโสดไม่คุ้มเลยผมเพิ่งจะยี่สิบเก้าเท่านั้นเองนะครับ แล้วจะให้แต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่เอาไม่แต่ง..” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แสนสมาร์ตใบหน้าหล่อเหลาชนิดที่ดารานายแบบบางคนยังต้องหลบให้บึ้งตึง ดวงตาคมใหญ่สีเทาเข้มขุ่นมัวด้วยความไม่พอใจ แล้วเมินหน้าหนีผู้เป็นพ่อซึ่งมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของลูกชายคนเดียว จมูกโด่งสวยเป็นสันงดงามรับกับเรียวปากหยักได้รูปสีแดงฉ่ำราวเรียวปากหญิงสาวเม้มสนิทไรเคราเขียวจางๆ ล้อมรอบใบหน้าเรียวของ ธีโอ ธราดล แอนเดอร์สัน นั้นทำให้ใบหน้าคมวาวหวานทรงเสน่ห์มากขึ้น และนี่ล่ะที่ทำให้คุณ ธัช ธีรเดช แอนเดอร์สัน รู้สึกกลุ้มใจที่มีหญิงสาวมากมายมาเกี่ยวพันลูกชายของตนและหญิงสาวบางคนก็เหลือรับจนเขาคิดอยากจะจับลูกชายมัดไว้กับพันธะทางใดทางหนึ่ง
“ก็ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าสมบัติของฉันเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ฉันจะยกให้ว่าที่เมียของแกไป.. เอาล่ะหมดธุระแล้วก็ออกไปได้ฉันจะพักผ่อน” คุณธัชบอกลูกชายพลางผายมือไปที่ประตูห้องทำงานของตน
“คุณพ่อ..” ผู้เป็นลูกเสียงสูงหน้าตึงทันที
“ฉันไม่ยอมยกสมบัติของฉันให้พวกผู้หญิงของแกผลาญหรอกนะ รวมถึงแกด้วย ถึงแกจะเก่งที่สร้างบริษัทอันยิ่งใหญ่ของตัวเองได้ ถึงแกจะฉลาดเฉลียวระดับอัจฉริยะขนาดไหน แต่ฉันก็ไม่คิดจะวางทุกอย่างไว้ในมือแกหรอกนะ” คุณธัชบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ดวงตาฉายแววจริงจังไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยจนผู้เป็นลูกขัดใจที่บิดาเห็นคนอื่นดีกว่าตน
“ผมไม่เข้าใจคุณพ่อเลย ทำแบบนี้เพื่ออะไรครับ”
“ก็เพื่อหาเมียดีๆ ให้แก แกจะได้เป็นผู้เป็นคนเป็นผู้ใหญ่เสียทีไงล่ะ”
“ที่ผมทำอยู่เนี่ยไม่เรียกว่าผู้ใหญ่เหรอครับ” ชายหนุ่มแย้งอย่างฉุนเฉียวประสาคนที่มั่นใจในตนเองและเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ แน่นอนล่ะก็เพราะธีโอนิสัยเหมือนแม่ไม่มีผิด ผู้เป็นพ่อนึกค่อนแคะลูกชายของตนในใจ
“เหอะ.. ออกไปได้แล้วฉันไม่อยากคุยกับแก แล้วช่วยโทรศัพท์เรียก ทนายสงกรานต์ ให้มาหาฉันด้วย..” เมื่อผู้เป็นพ่อตัดบทธีโอจึงลุกขึ้นอย่างเซ็งๆ แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของบิดา คุณธัชมองตามหลังลูกชายไปแล้วถอนหายใจเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนล้า ดวงตาคมไม่แพ้ลูกชายเหลือบไปมองรูปถ่ายของตนกับเพื่อนรักที่ล่วงลับไปแล้วหลายปีอย่างหนักใจ...
“เทวัญ ฉันจะพยายามช่วยลูกเมียแกเต็มที่นะ ฉันจะตอบแทนบุญคุณแกบ้าง หากไม่ได้แกช่วยเหลือฉันคงไม่มีวันนี้ ฉันสัญญาว่าจะช่วยพวกเขาเต็มความสามารถของฉัน..” มือแกร่งที่เคยจับทั้งปากกาจับทั้งปืนซึ่งเหี่ยวย่นตามวัยเอื้อมไปหยิบรูปถ่ายที่ตนตั้งไว้บนโต๊ะทำงานมามอง คุณธัชลูบใบหน้าเปื้อนยิ้มบนรูปถ่ายของเพื่อนรักอย่างโหยหาในวันคืนเก่าๆ ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เทวัญ พัฒนหิรัญรัตน์ เพื่อนยากที่เคยให้ความช่วยเหลือยามที่เขาตกทุกข์ได้ยาก เพื่อนที่ไม่เคยหันหลังให้เขายามที่ไม่มีใคร แต่ในขณะที่เขากลับไปดูแลธุรกิจของครอบครัวภรรยาที่อังกฤษเพียงไม่กี่ปีกลับมาอีกทีครอบครัวของเทวัญก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...
“อีกไม่นานหรอกฉันก็คงได้ไปอยู่กับแก.. แต่ฉันขออุ้มหลานก่อนนะจะได้คุยเกทับแกได้ แล้วฉันจะไปบอกว่าหลานๆ ของเราน่ารักแค่ไหน.. แกเอาใจช่วยฉันนะเทวัญ” คุณธัชยิ้มให้รูปเพื่อนรักด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นว่าสิ่งที่ตนคาดไว้จะสำเร็จ...
ธีโอเดินกลับห้องของตนด้วยความรู้สึกฉุนเฉียวไม่หายพลางนึกอยากจะเห็นหน้าหญิงสาวที่บิดาของตนพูดถึงนักว่าสวยหรือมีอะไรดีแค่ไหนจึงทำให้คนที่ไม่เคยเข้ามากะเกณฑ์หรือเข้มงวดกับตนเลยนั้นถึงกับต้องบังคับเขาถึงเพียงนี้ แม้ว่าทรัพย์สินที่เขามีไม่รวมเกี่ยวกับของที่บิดาและมารดาผู้ล่วงลับสร้างไว้จะมีมากมายพอที่เขาจะใช้ไปตลอดชาติก็ไม่หมด แต่เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นมาชุบมือเปิบสิ่งที่ควรจะเป็นของเขาไปหน้าตาเฉยแน่ๆ ที่สำคัญ ครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลแอนเดอร์สันก็เป็นของมารดาเขาครึ่งหนึ่งด้วย เขาไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาช่วงชิงมันไปหน้าด้านๆ แน่ๆ
“คุณแม่ดูสิครับ คุณพ่อทำแบบนี้ต้องหลงเสน่ห์แม่นั่นแน่ๆ คุณแม่ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ อย่าให้ผมต้องติดแหงกอยู่กับผู้หญิงหน้าเงินจอมมารยานั่น..” ชายหนุ่มพูดกับรูปถ่ายของมารดาซึ่งแขวนติดผนังเคียงคู่กับรูปบิดา คุณแคทเธอรีน มารดาของเขาเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ เดนมาร์ก ซึ่งงดงามสะดุดตาเป็นผู้หญิงเก่งและแกร่งทั้งยังฉลาดเฉลียว เขาสนิทกับมารดามากกว่าบิดาแต่ก็ได้รับความรักจากท่านทั้งสองเท่าเทียมกันแต่มารดาจะตามใจเขามากกว่าใครๆ ดังนั้นคุณธัชจึงมักเอ่ยประชดอยู่บ่อยๆ ว่าเขานิสัยถอดแบบแม่มาไม่มีผิด ซึ่งธีโอคิดว่าบิดาพูดไม่ผิดเลยสักนิด เมื่อมารดาเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อนด้วยโรคมะเร็งเขาถึงกับเสียใจจนไม่กินไม่นอนจมอยู่กับความเศร้าอยู่ครึ่งค่อนปี
แล้วคืนนั้นชายหนุ่มก็หลับไปพร้อมกับความฝันแสนดี เมื่อมารดามาหาเขาพร้อมกับมอบช่อดอกไม้งดงามให้เขาพร้อมทั้งแหวนประจำตระกูล
“แม่รอของขวัญอันล้ำค่าจากลูกอยู่นะธีโอ..” นางพูดกับเขาเบาๆ แล้ววางแหวนลงบนมือของเขาก่อนจากไปพร้อมรอยยิ้มสดใส...
