บทที่ 3 บทที่ 3.

วันรุ่งขึ้นชายหนุ่มก็เข้าทำงานที่บริษัทของบิดาตามปกติและช่วงบ่ายก็จะเข้าไปที่บริษัทของตนซึ่งเขาก่อตั้งมันขึ้นมาด้วยตนเองกับธุรกิจการออกแบบและผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ รวมไปถึงการออกแบบตกแต่งรีโนเวทต่างๆ ซึ่งธุรกิจของเขาก็กำลังไปได้สวย นอกจากนี้เขายังขยับขยายมาลงทุนเกี่ยวกับหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ด้วย

“เจ้านายครับ คุณลอร่า มารอพบครับ” เจมส์ บอดีการ์ดคนสนิทที่ติดตามเขาไปทุกที่รายงานเมื่อเจ้านายหนุ่มลงจากรถยนต์ส่วนตัว 

“วันนี้ฉันไม่ว่าง อารมณ์ไม่ดี”

“แต่เธอมาแล้วครับรออยู่ในห้องรับรองนะครับ”

“แล้วทำไมนายรายงานฉันช้าวะ”

“เธอเพิ่งโทร. มาเมื่อกี้ครับ ผมเองก็กำลังจะบอกเจ้านาย..” เจมส์พูดอ่อยๆ ธีโอถอนใจ

“งั้นนายไปรับหน้าฉันจะไปบริษัทนู้นกับปีเตอร์” ว่าแล้วชายหนุ่มก็กลับเข้าไปในรถแล้วขับออกไปทันทีตามด้วยรถยนต์คันหรูของ ปีเตอร์ บอดีการ์ดคนสนิทอีกคน ปล่อยให้เจมส์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับสาวๆ ของผู้เป็นนายที่แต่ละรายแสนจะเรื่องเยอะ โดยเฉพาะแม่สาวนามว่าลอร่า...

ธีโอไม่เคยโทรศัพท์หาหญิงสาวคนไหนที่เขาควงด้วยตัวเองและไม่เคยให้เบอร์ส่วนตัวกับใคร ดังนั้นเจมส์จึงเป็นทนายต้นหอหรือไม่ก็เลขาส่วนตัวของเจ้านายหนุ่มไปด้วย เพราะไม่ว่าหญิงสาวคนไหนอยากจะโทร. หาธีโอ ทุกนางจะต้องโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของเขาซึ่งธีโอมีไว้เฉพาะสาวๆ แต่ไม่เคยได้รับหรือโทร. เองเลยสักครั้ง ธีโอจะรับสายต่อจากเจมส์ก็เมื่อเขาให้ความสนใจเจ้าหล่อนคนนั้นจริงๆ เท่านั้น ซึ่งหากเจมส์พยักหน้าว่าคนนี้ใช้ได้ธีโอจึงจะรับ เจมส์เปรียบเสมือนเครื่องแสกนหญิงสาวให้เจ้านายชั้นดีเลยทีเดียว แต่เจมส์ไม่นิยมชมชอบหญิงสาวแต่พิสมัยชายหนุ่มมากกว่า

“งานเข้าเจมส์ตลอดเลยนะฮะ เห้อ... เกิดเป็นเกย์คอยสแกนชะนีเนี่ย มันลำบากเหมือนกันนะฮะ..” เมื่ออยู่คนเดียวเจมส์ก็ออกอาการท่าทาง ค้อนลมค้อนฟ้าอยู่คนเดียวก่อนจะเดินไปยังลิฟต์ผู้บริหารเพื่อออกรับหน้าแทนเจ้านาย...

“ทำไมต้องเป็นชีวันด้วยล่ะคะ คุณแม่ก็รู้ว่าชีวันมีคนรักอยู่แล้วและเขาก็รวยไม่แพ้อีตาธัชเสี่ยแก่อะไรนั่นด้วย” หญิงสาวซึ่งมีใบหน้าสวยจัดชนิดหาตัวจับยากเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อคุณดวงพรมารดาบอกเธอเกี่ยวกับการแต่งงานที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า...

“โธ่.. ลูกขา คุณธัชเขาไม่ใช่เสี่ยแก่ๆ หรอกนะลูก อีกย่างเขารวยมาก และค่าสินสอดของเขาก็มากพอที่จะกอบกู้ฐานะของเราได้ แต่งกับเขาเราจะสบายไปทั้งชาติเลยนะคะลูกขา” คุณดวงพรบอกลูกสาวสุดที่รักเสียงอ่อนหวานทั้งลูบหลังลูบไหล่อย่างเอาใจ

“แต่ชีวันไม่อยากแต่ง ถ้าคุณแม่บังคับชีวันมากๆ ชีวันจะหนีไปกับโรนัลโด้”

“อุ้ยตาย ไม่ได้ๆ อย่านะลูก อย่าทำแบบนั้น”

“ไม่รู้ล่ะ คุณแม่แก้ปัญหาเอาเองก็แล้วกัน” ดวงชีวันลุกขึ้นแล้วเดินหนีมารดาวิ่งขึ้นห้องของตนไปอย่างฉุนเฉียว คุณดวงพรได้แต่มองตามหลังลูกสาวสุดที่รักอย่างหนักใจ

“นังนวล นังนวลเว้ย มุดหัวอยู่ไหนวะ มานี่สิ” คุณดวงพรถอนหายใจหนักๆ แล้วหันมาตะโกนเรียกนวลตองข้ารับใช้ที่อยู่ด้วยกันมานานอย่างฉุนเฉียว ไม่นานนวลตองในวัยห้าสิบก็เดินออกมาหาผู้เป็นนายของบ้าน

“ค่ะ คุณพรมีอะไรให้นวลรับใช้คะ”

“นังชีวามันไปไหน วันนี้ทั้งวันไม่เห็นมันเดินนวยนาดในบ้าน”

“อ้อ.. วันนี้คุณหนูไปสอนดนตรีที่บ้านของน้องเปียโนค่ะ”

“เหรอ แล้วงานในบ้านในไร่เนี่ยคุณหนูเธอมันทำเสร็จหมดแล้วเหรอถึงได้ไปรับงานนอกบ้าน” คุณดวงพรกอดอกมองนวลตองตาขุ่น

“ค่ะ เสร็จแล้ว จะว่าไป งานไร่งานสวนเนี่ยมันคงไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะค่ะ คนงานก็ลาออกกันจะหมดแล้วเพราะทำไปก็ไม่ได้ค่าจ้าง” นวลตองประชดเจ้านายอย่างไม่เกรงกลัว เพราะรู้ดีว่าคุณดวงพรไม่กล้าจะอาละวาดกับตน

“อย่าให้มันมากนักนะนังนวล”

“แค่นี้ไม่มากหรอกค่ะ เทียบไม่ได้กับสิ่งที่คุณทำ” นวลตองพูดเท่านั้นก็เดินกลับเข้าครัวไป เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับผู้เป็นนาย คุณดวงพรได้แต่มองตามนวลตองไปอย่างเข่นเขี้ยว

“หึ เห็นแก่ว่าเป็นขี้เก่าเต่าเลี้ยงที่อยู่มานาน ที่คุณพี่ฝากฝังเอาไว้หรอกนะแกถึงได้ชูคอเถียงฉันคอเป็นเอ็นแบบนี้ นังขี้ข้า.. หึ้ยยย..” คุณดวงพรตวาดตามหลังอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นบน ร่างบางที่ยังคงความงดงามหยุดมองรูปถ่ายของคนที่ตนรักที่แขวนอยู่บนผนังบันไดทางขึ้น

“คุณพี่อย่าคิดว่าจะชนะน้องได้นะคะ รักมากใช่ไหมที่นี่ รักมันมากใช่ไหมไร่ดวงใจ หึ คอยดูเถอะ ดวงใจ ของคุณพี่จะต้องย่อยยับ..” คุณดวงพรเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นแล้วเดินตึงๆ เข้าห้องของตนไป โดยไม่รู้ว่าคำพูดของนางนั้นขวัญชีวาได้ยินพอดี

หญิงสาวยืนนิ่งฟังคำพูดของมารดาด้วยดวงใจร้าวรานขวัญชีวาไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาจึงจงเกลียดจงชังที่นี่นัก โดยเฉพาะตัวเธอนั้นคุณดวงพรทำอย่างกับว่าโกรธเกลียดกันมาร้อยชาติ ทำเหมือนกับว่าเธอไม่ใช่ลูกของนาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป