บทที่ 5 บทที่ 5.
“ชีวามีพี่ ชายแดน ช่วยค่ะ พี่แดนบอกว่าจะมาช่วยทำแปลงผักและจัดการวางระบบน้ำในส่วนผักให้” หญิงสาวยิ้มหวานให้พลางลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวซึ่งทุกวันขวัญชีวาจะรับประทานอาหารร่วมกับแม่นมและคนรับใช้ในบ้านโดยไม่มีโอกาสจะได้นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับแม่และพี่สาวตั้งแต่คุณเทวัญบิดาของเธอได้จากไปเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งเมื่อก่อนนี้ครั้งที่บิดายังมีชีวิตอยู่ มีคนทำงานบนเรือนหลังงามนี้อยู่ร่วมสิบคนแต่บัดนี้เหลือเพียงนวลตองกับสาวใช้อีกสองคนที่กำลังจะขอลาออกอีกไม่กี่วันข้างหน้า...
“แล้วนี่ พี่ต้อยกับพี่ติ่ง ไปไหนคะ หรือว่าลาออกไปแล้ว..” หญิงสาวถามหาสาวใช้สองพี่น้องซึ่งก็อยู่กับครับครัวเธอมากว่าสิบปีแล้ว
“ยังไม่ไปไหนหรอกค่ะคุณหนู พี่ต้อยไปเก็บผักมาค่ะ”
“ส่วนพี่ติ่งน่ะ ไปตกปลามาค่ะ.. นี่ได้ปลาช่อนตัวใหญ่มาด้วย พรุ่งนี้เราจะทำแกงส้มปลาช่อนทอดกรอบกันค่ะ” ต้อยสาวใช้ร่างท้วมเดินนำหน้าติ่งน้องสาวซึ่งมีรูปร่างผอมแกร็นแตกต่างจากตนมากมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“คุณหนูอย่าคิดผลักไสพี่ต้อยกับพี่ติ่งไปเสียให้ยาก”
“ใช่ค่ะ พวกเราจะอยู่เคียงข้างคุณหนูนะคะไม่ว่าคุณหนูจะไม่มีเงินเดือนให้พวกเรา พวกเราก็จะอยู่ที่นี่ค่ะ” สองพี่น้องบอกนายสาวด้วยรอยยิ้ม ขวัญชีวาน้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน
“ขอบคุณมากนะคะพี่ๆ” หญิงสาวพนมมือไหว้ทั้งสองอย่างซาบซึ้งน้ำใจจนทั้งสองพี่น้องต้องรีบเข้ามาประคองมือเรียวเล็กที่กรำงานหนักไว้อย่างสงสารและตื้นตันในความอ่อนน้อมของผู้เป็นนาย
“โธ่ คุณหนูขาอย่าไหว้พวกเราเลยค่ะ ที่พวกเราทำเนี่ยยังไม่คุ้มค่าข้าวแดงแกงร้อนที่คุณท่านเมตตาเราสองพี่น้องเลยนะคะ” ต้อยยิ้มให้อย่างจริงใจซึ่งน้องสาวก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะ เอาข้าวของไปเก็บก่อนไปแล้วมากินข้าวกัน” นวลตองบอกด้วยรอยยิ้มตื้นตันใจและนึกขอบคุณทั้งสองสาวที่ยังสำนึกในบุญคุณที่คุณเทวัญได้เมตตาชุบเลี้ยงมา
ทางด้านดวงชีวันที่ยังคงหงุดหงิดกับคำพูดของผู้เป็นแม่อยู่นั้นก็ได้โทรศัพท์หาแฟนหนุ่มชาวบราซิลของตนหวังว่าจะพูดคุยกับเขาเรื่องการเดินทางไปบราซิลด้วยกัน หญิงสาววาดฝันไว้นักหนาว่าจะต้องพบกับชีวิตที่เริดหรูอลังการกับแฟนหนุ่มชาวบราซิลซึ่งร่ำรวยล้นฟ้า เธอจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่ที่นี่อย่างแน่นอนหากได้แต่งงานกับ โรนัลโด้ โกเมซ นักธุรกิจหนุ่มชาวบราซิลซึ่งเป็นคนรักของเธอนั่นเอง
“มัวทำอะไรอยู่นะ ไม่รับโทรศัพท์.. โอ๊ย หงุดหงิด..” หญิงสาวโยนโทรศัพท์เครื่องหรูที่ได้มาจากเงินที่ขวัญชีวาไปสอนดนตรีไทย ซึ่งดวงชีวันไม่เคยคิดจะสนใจหรอกว่าน้องสาวฝาแฝดจะต้องทำงานวันละกี่ชั่วโมงหรือต้องทำงานหนักเท่าไหร่จึงสามารถนำเงินกว่าสองหมื่นบาทมาซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้ให้เธอ ในขณะที่คนหาเงินใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าซึ่งเป็นแบบปุ่มกดแสนธรรมดา...
“เอาไว้พรุ่งนี้เรากลับกรุงเทพฯ ดีกว่า คุณแม่นะคุณแม่ไม่รู้จะเรียกเรากลับมาทำไมกับเรื่องแค่นี้ ใครอยากจะแต่งงานกับคนแก่คราวพ่อกัน.. ให้นังชีวาแต่งกับตาแก่นั่นไปเถอะ ฮ่าๆ” ว่าแล้วหญิงสาวก็คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่คิดจะใส่ใจคนที่อยู่แบกรับภาระที่ตนคิดจะทิ้งมันไว้ให้กับคนที่เธอมองว่าเป็นเบี้ยล่างของตนมาตลอดยี่สิบสองปี..
“นังชีวา อยากรู้นักมันจะทำหน้ายังไงที่ได้ผัวแก่ ฮ่าๆ” หากเธอไม่แต่งงานกับตาแก่นั่นคุณแม่ของเธอก็ต้องให้ขวัญชีวาแต่งแทนซึ่งมันทำให้เธอพอใจมากที่ขวัญชีวาจะได้สามีแก่คราวพ่อ และความทุกข์ความลำบากตกต่ำของขวัญชีวาคือสิ่งที่เธอพอใจเป็นที่สุด...
แม้ก่อนหน้านี้ธีโอจะบ่ายเบี่ยงและประกาศต่อหน้าบิดาว่าไม่ยินยอมทำตามความประสงค์ของท่านเท่าไหร่ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมจำนนต่อพินัยกรรมและการ์ดเชิญสีชมพูที่บิดาวางลงตรงหน้า
“เอาล่ะ ฉันจะไม่พูดอะไรหรอกนะ ถ้ายังไงฉันก็เชิญแกไปร่วมงานแต่งงานของฉันกับเมียใหม่ด้วยละกัน อีกอย่างพินัยกรรมนี้ฉันให้แกดูไว้เพื่อจะได้เป็นพยานให้ฉันด้วย..”
“ผมจะยอมแต่งงานกับแม่นั่นก็ได้ครับ แต่ต้องตามข้อแม้ของผม”
“หึ ไม่ต้อง.. ฉันไม่ต้องการข้อแม้ของแกหรอกธีโอ..” คุณธัชทำเสียงสูงเมินหน้าหนีลูกชายอย่างเย็นชา ธีโอเม้มปากแน่นอย่างไม่ชอบใจ เขากับบิดาต้องมีเรื่องหมางใจกันเพราะผู้หญิงบ้านไร่บ้านสวนคนนั้นมันน่าโมโหนัก
“ผมแค่จะบอกว่าผมจะจดทะเบียนกับเจ้าหล่อนเท่านั้นส่วนพินัยกรรมของคุณพ่อก็จะยังคงเหมือนเดิม ผมไม่ใช่คนงกเงินขนาดที่จะไม่ยอมให้เมียมีแต่ตัวหรอกครับ คุณพ่ออย่าห่วงเลย..”
“เอาเป็นว่าฉันจะลองคิดดู แต่จริงๆ แล้วฉันก็อยากมีเมียเด็กนะ คงจะชุ่มชื่นหัวใจดี”
“คุณพ่อ..”
“หึหึ ฉันพูดจริง” คุณธัชหันมามองลูกชายด้วยแววตาเป็นประกายเท่านั้นเองคนเป็นลูกก็เดือดดาลทันที
“ผมไม่ยอมหรอก ผมจะรับผู้หญิงคนนี้เป็นเมียเองอย่างที่พ่อต้องการ จะไปหาเจ้าหล่อนวันไหนบอกมาเลย”
“โอเค ในเมื่อแกยืนยันแบบนั้น ก็ไปพรุ่งนี้เลย” ธีโอสะบัดหน้าหนีแล้วเดินตึงๆ ออกไปจากห้องทำงานของบิดาทันที จึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความพอใจของคุณธัช
“แกนี่มันเหมือนแม่ไม่มีผิดเล้ย ธีโอ..” คุณธัชยิ้มสมใจแล้วหยิบซองสีชมพูนั้นออกมาดูด้วยรอยยิ้มกว้างชอบใจ ในซองนั้นมีเพียงรูปถ่ายซึ่งถ่ายกันครบทั้งพ่อแม่ลูกโดยแคทเธอรีนภรรยาของตนอุ้มเด็กชายธีโอวัยห้าขวบตัวอ้วนตุ้ยนุ้ยที่แหกปากยิ้มกว้างให้กล้อง…
