บทที่ 6 บทที่ 6.
แล้ววันรุ่งขึ้นธีโอก็นั่งหน้าตูมมาเคียงข้างกับบิดาซึ่งดูจะอารมณ์ดีกว่าทุกวัน ชายหนุ่มเมินหน้าหนีอย่างไม่สบอารมณ์ในขณะที่รถคันหรูแล่นเข้าสู่เขต ไร่ดวงใจ ดวงตาคมกวาดมองสภาพไร่ส้มที่รกรื้อดูทรุดโทรมแห้งแล้งมีป้ายไม้เก่าๆ เขียนด้วยอักษรสีขาวที่ห้องต่องแต่งๆ อยู่กับคานไม้ผุพังซึ่งหญ้าขึ้นสูงจนแทบจะมองไม่เห็นป้าย แต่ยังดีที่ถนนทางลูกรังนั้นไม่เป็นหลุมเป็นบ่อแต่สองข้างทางก็มีหญ้าขึ้นครึ้ม มีต้นส้มบางต้นยืนต้นตายบรรยากาศโดยรอบดูวังเวงเหมือนไร่รกร้าง
“นี่เหรอครับที่คุณพ่อบอกว่าเป็นไร่ส้มเพื่อนรักของคุณพ่อ ที่บอกว่าเขาเคยช่วยคุณพ่อตอนที่เกือบล้มละลาย” ธีโอหันไปถามบิดาซึ่งใบหน้าที่ดูสดชื่นอารมณ์ดีเมื่อครู่หายไป ใบหน้าของบิดาดูเศร้าหมองแววตาหดหู่ คุณธัชไม่ตอบแต่พยักหน้าให้ลูกชายเท่านั้น
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาล่ะครับไร่ที่เคยยิ่งใหญ่จึงได้ทรุดโทรมขนาดนี้”
“พวกเขามีปัญหาบางอย่างที่เขาไม่เคยบอกพ่อ.. ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน” ธีโอพยักหน้าช้าๆ แล้วมองไปข้างหน้าเมื่อรถแล่นเข้าสู่บริเวณบ้านหลังงามซึ่งมีร่องรอยของความงดงามรุ่งเรืองในอดีต บ้านหลังงามใหญ่โตท่ามกลางแมกไม้สองข้างทางร่มรื่นแต่ดูเงียบเหงาวังเวงยิ่งสายลมพัดกรูมาใบไม้แห้งก็ปลิดปลิวลงจากต้นบ้างก็ล่องลอยกระจายไปกับสายลม หากเขาไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่ธีโอก็คิดว่ามันต้องเป็นบ้านผีสิงแน่นอน...
“นี่ถ้าคุณพ่อไม่บอกว่า ว่าที่เมียของผมอยู่ที่นี่ผมคิดได้อย่างเดียวเลยว่าที่นี่เป็นบ้านผีสิง” ธีโออดที่จะพูดออกไปไม่ได้จนผู้เป็นพ่อหันมามองอย่างระอาใจในความปากเสียของลูกชาย
“ปากแกนี่นะไอ้ธีโอ..” คุณธัชเดินลงจากรถพอดีกับที่มีหญิงวัยสี่สิบวิ่งออกมาต้อนรับหน้าตื่นก่อนจะยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนเป็นใคร...
“คุณธัชใช่มั้ยคะ คุณธัชจริงๆ ด้วย” ต้อยถามอย่างตื่นเต้น
“ใช่ฉันเองล่ะต้อย.. แล้วเป็นไงบ้างสบายดีไหม” คุณธัชรับไหว้จากพี่ต้อยด้วยรอยยิ้มยินดีไม่ต่างกัน
“สบายดีค่ะ เชิญข้างในเลยค่ะ คุณผู้หญิงไม่บอกเลยว่าเป็นคุณธัช” ต้อยชวนคุยด้วยความคุ้นเคย
“เขาคงไม่ได้คิดว่าฉันจะมาจริงจังล่ะมั้ง อ้อ ลืมแนะนำ นี่ธีโอ ลูกชายฉันเอง” ธีโอไหว้ผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อมไม่เคอะเขินเพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าหากบิดาคุยกับใครอย่างสนิทสนมนั่นแสดงว่าบุคคลนั้นต้องสำคัญอยู่ไม่น้อยแม้ว่าฐานะจะแตกต่างกันก็ตาม
“เอ้อ สะ สวัสดีค่ะ ไม่ต้องไหว้ก็ได้ค่ะ ต้อยแค่คนรับใช้” พี่ต้อยรับไหว้แทบไม่ทันเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาระดับพระเอกหนังไหว้ตน
“คนทุกคนมีคุณค่าเท่ากันนะต้อย ดีแล้วที่ธีโอไหว้เธอ อีกหน่อยฉันจะฝากฝังเขาไว้ให้เธอดูแล” คุณธัชบอกยิ้มๆ พี่ต้อยยิ้มรับบางๆ แล้วก็ต้องรีบหลบออกไปเมื่อเดินมาส่งแขกถึงห้องโถงของบ้านซึ่งคุณดวงพรนั่งรออยู่แล้วพร้อมกับลูกสาวสุดที่รัก...
“สวัสดีค่ะคุณธัช แหม.. มาถึงไวจังนะคะฉันคิดว่าคุณจะมาถึงเย็นๆ เสียอีก” คุณดวงพรยิ้มกว้างพร้อมทั้งไหว้คุณธัชอย่างชดช้อย
“ไหว้คุณธัชเสียสิลูกชีวัน” นางหันมาบอกลูกสาวซึ่งก็ไหว้ผู้สูงวัยอย่างอ่อนน้อม คุณธัชมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้านิ่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ คุณดวงพรอย่างเอ็นดู
“ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ฉันไม่ได้มาที่นี่แค่เกือบยี่สิบปี ที่นี่ราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว” คุณธัชพูดตรงๆ
“แหม ก็ที่นี่มีแต่ผู้หญิงนี่คะ ก็คุณพี่เทวัญน่ะด่วนจากเราไป หากคุณพี่ยังอยู่ที่นี่ก็คงจะรุ่งโรจน์งดงามเหมือนเดิมล่ะค่ะ ฉันน่ะเสียอกเสียใจมากเลยนะคะที่ไม่สามารถทำให้ไร่ดวงใจคงอยู่ในสภาพเดิมได้..” คุณดวงพรพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยคุณธัชมองยิ้มๆ อย่างรู้เท่าทันจริตหญิงในขณะที่ธีโอเอาแต่เมินหน้ามองไปรอบๆ บ้านไม่คิดแม้แต่จะหันมามองเจ้าของบ้านซึ่งคุณธีก็ไม่ว่าอะไร
