บทที่ 7 บทที่ 7.

“เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลยนะ ฉันมีสินสอดทองหมั้นมาตามที่เธอเรียกร้องและข้อตกลงระหว่างเราที่ฉันได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ เธอคงไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรหรอกใช่ไหม..” คุณธัชกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานน้ำเสียงดูห่างเหินไว้ตัวอย่างเห็นได้ชัด

“ค่า ไม่มีค่า ฉันขอแค่สินสอดทองหมั้นตามที่ตกลงไว้เพื่อจะได้เอามาพัฒนาปรับปรุงไร่ของเราเท่านั้นล่ะคะ ไม่อยากให้ความฝันของคุณพี่ต้องล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา”

“งั้นก็ดี นี่สัญญาและนี่คือเงินสินสอด แต่รอสักครู่คนของฉันกำลังพานายอำเภอมา..” คุณธัชเอ่ยขึ้นทำให้คุณดวงพรซึ่งกำลังจะเอื้อมมือมายกพานใส่เงินสินสอดไปนั้นชะงักหดมือกลับยิ้มแหยๆ แล้วเมินหน้าหนีแววตาของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ คุณธัชปรายตามองอย่างสมเพชแล้วมองเลยไปยังหญิงสาวที่นั่งก้มหน้านิ่งไม่พูดไม่จาอยู่อย่างสนใจ

“เป็นไงบ้างหนูชีวัน จำลุงได้ไหม”

“คือ มะ ไม่ค่อยได้ค่ะ”

หญิงสาวตอบเบาๆ น้ำเสียงกังวานไพเราะถูกใจคุณธัชนักซึ่งเขามั่นใจได้เลยว่าลูกสาวของเพื่อนรักจะเป็นภรรยาที่ดีของลูกชายได้

“ก็อย่างว่านะ ลุงไม่ได้อยู่เมืองไทยเกือบยี่สิบปี..”

“อุ้ย นายอำเภอมาแล้ว เชิญเลยค่ะท่าน นวลเอ๊ยหาน้ำหาท่ามาให้นายอำเภอเร็วๆ” คุณดวงพรเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นรีบเดินไปต้อนรับนายอำเภออย่างออกนอกหน้า และดีใจที่นายอำเภอมาขัดจังหวะก่อนที่คุณธัชจะพูดคุยอะไรไปมากกว่านี้และนางอยากให้งานนี้มันสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว...

“เป็นไงบ้างธัชไม่เจอกันนานเลยนะพวกเรา” นายอำเภอวันชัย ทำเพียงพยักหน้ายิ้มให้บางๆ ให้คุณดวงพรเท่านั้นแล้วหันมาถามไถ่คุณธัชอย่างเป็นกันเอง นายอำเภอวันชัยเป็นหนึ่งในเพื่อนเรียนร่วมสถาบันเดียวกันเอ่ยทักคุณธัชโดยไม่สนใจคุณดวงพรนักซึ่งคุณดวงพรได้แต่แอบเม้มปากอย่างไม่พอใจ

“ธีโอไหว้ลุงวัยชัยสิลูก”

“สวัสดีครับคุณลุง”

เป็นคำพูดแรกของชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ บิดามาตั้งแต่ต้นทำให้หญิงสาวที่ก้มหน้านิ่งแอบปรายตามองเขาเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้ามองพื้นนั่งเงียบดังเดิม

“ไอ้เสือของแกโตเป็นหนุ่มแล้วรึนี่ มิน่าเล่ารีบให้คนไปฉุดกระชากฉันมานี่”

“แกก็พูดเกินไป ให้คนไปเชิญเว้ย หึหึ” คุณธัชหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“เอาล่ะ มาทำธุระเราให้เสร็จก่อนดีกว่า” แล้วนายอำเภอวันชัยก็หันมายิ้มให้ทั้งสองแม่ลูกและเมื่อเห็นหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณดวงพรนายอำเภอก็ชะงักเล็กน้อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี...

“ผมขอตัวกลับเลยนะครับพ่อ..” เมื่อจรดปากกาเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรสโดยไม่ได้เงยหน้ามองคู่สมรสเลยแม้แต่น้อยนั้นธีโอรีบก็บอกบิดาแล้วเดินออกไปทันทีโดยไม่ฟังคำพูดอะไรของใคร ซึ่งคุณธัชได้แต่มองตามลูกชายไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“เอาล่ะเมื่อเสร็จแล้วฉันก็ขอกลับเลยนะ มีงานอื่นต้องทำอีก แกอยู่ที่นี่อีกวันสิธัช มีเรื่องจะคุยด้วยเยอะแยะเลย”

“ไม่ต้องชวนก็กะจะอยู่ด้วยสักวันสองวัน เดี๋ยวคืนนี้ฉันไปค้างที่บ้านแกนั่นล่ะไม่ได้จองโรงแรมไว้”

“ยินดีเลยเพื่อน เสร็จธุระแล้วลุงไปนะ หนูเล็ก..” นายอำเภอวันชัยหันมาพูดกับคนที่นั่งเงียบอยู่ตลอดเวลาอย่างเอ็นดู

“ถ้าอย่างนั้นลุงก็กลับก่อนนะ แล้วลุงจะแวะมาเยี่ยมอีก” คุณธัชหันมาพูดกับหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นสะใภ้ของตนอย่างอ่อนโยน

“ค่ะคุณลุง” หญิงสาวไหว้ผู้สูงวัยอย่างนอบน้อม ในขณะที่คุณดวงพรมองนายอำเภออย่างไม่พอใจที่เรียกขวัญชีวาว่า หนูเล็ก ซึ่งเป็นอีกชื่อเล่นหนึ่งของขวัญชีวาส่วน หนูใหญ่ ก็คือชื่อเล่นของดวงชีวัน...

“อย่าสาระแนพูดอะไรที่มันทำให้ฉันเสื่อมเสียล่ะ..” คุณดวงพรหันมาตวาดเสียงเขียวใส่ขวัญชีวาเมื่อลับหลังผู้อื่น

เมื่อวานดวงชีวันได้กลับกรุงเทพฯ ไปพร้อมทั้งบังคับขวัญชีวาให้มาทำหน้าที่แทนตน ซึ่งคุณดวงพรก็เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้ดวงชีวันแต่งงานกับคุณธัชซึ่งเป็นเพื่อนของสามี แต่กลายเป็นว่าคุณธัชให้ลูกชายสุดหล่อจดทะเบียนแทนเสียนี่ หากว่าดวงชีวันเห็นธีโอไม่แน่ก็อาจจะเปลี่ยนใจแต่เมื่อเห็นในสัญญาแล้วว่านอกจากสินสอดห้าสิบล้านแล้วพวกตนจะไม่ได้อะไรจากคุณธัชอีกทั้งภายในสัญญาห้าปีมันก็ยาวนานเกินกว่าที่นางจะทนรอให้ไร่ดวงใจเป็นของตนดังเดิม และดวงชีวันคงทนอยู่ในสภาพของหญิงที่มีสามีที่ตนไม่รักได้แน่นอนเพราะดูท่าทางธีโอแล้วก็คงไว้ตัวไม่น้อยแม้แต่จะไหว้นางก็ไม่คิดจะทำซ้ำยังไม่ยอมมองหน้าคนที่เป็นภรรยาเลยสักนิด...

แต่ก็ดีเพราะไม่มีใครใส่ใจว่าคนที่จดทะเบียนกับเขาคือขวัญชีวา แม้จะผิดแผนไปนิดเพราะคุณธัชระบุมาว่าเป็นลูกสาวคนโตแต่เมื่อทั้งสองเป็นฝาแฝดกันก็สามารถทดแทนกันได้ล่ะเพราะดวงชีวันกับขวัญชีวาเกิดห่างกันแค่นาทีเดียวจะบอกว่าคนไหนเป็นลูกสาวคนโตก็ได้.. คุณดวงพรคิดอย่างเข้าข้างตัวเองและดีใจที่ได้เงินสินสอดจำนวนมหาศาลมาครอบครอง...

“ค่ะ คุณแม่..”

“เอ้า.. นี่เงินค่าที่ว่าหล่อนอุตส่าห์มาสวมรอยแทนชีวัน แล้วอย่าสะเออะพูดมากล่ะ ให้จำไว้ว่าที่แกทำไปก็คือการทดแทนบุญคุณฉันกับพี่สาวแก ขอให้มีความสุขนะยะ” คุณดวงพรโยนเงินให้ขวัญชีวาซึ่งนั่งนิ่งมาตลอดการเจรจาของผู้ใหญ่หนึ่งปึกแล้วเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ขวัญชีวามองตามมารดาของตนไปด้วยใบหน้าที่นองน้ำตาไม่ได้ใส่ใจกับเงินจำนวนนั้นเลยแม้แต่น้อยเพราะเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เธอแบกรับแล้วใช่ว่าจะพอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป