บทที่ 15 แล้วความบรรลัยก็พลันบังเกิด...
แรกๆ เขาก็ชอบในความเป็นธรรมชาติแบบนั้น แต่นานไปมันก็เริ่มชินตาและกลายเป็นเฉยชาเบื่อหน่าย ไม่มีอะไรดึงดูดใจเหมือนกับคนใหม่ที่เพิ่งพบกัน ได้ทำงานด้วยกันทุกวัน
จริงอยู่ที่เจนิสาสวย ทำงานเก่ง แถมช่างเจรจาฉอเลาะออดอ้อนเอาใจ แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่เขาอดเปรียบเทียบกับอดีตคนรักไม่ได้ ความใส่ใจของอีกฝ่ายเมื่อเทียบกับมิรันดายังห่างไกลนัก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขากับอีกฝ่ายจึงยังไม่ได้เกินเลยกันมากไปกว่าเพื่อนร่วมงาน เพื่อนคุย
“พอดีวันนี้พี่มีธุระน่ะครับเลยรีบกลับก่อน”
“แล้วตอนนี้เสร็จธุระหรือยังคะ”
“ครับ เสร็จแล้ว ทำไมเหรอ”
“งั้นคืนนี้ออกมาเจอกันไหมคะ ที่ผับแถวทองหล่อ มานะคะ เจนี่อยากเจอพี่ดิว คิดถึง...” ปลายสายไม่วายออดอ้อนเสียงหวาน
ชายหนุ่มกำลังจะตอบปฏิเสธไปเพราะความเซ็ง แต่พอมองไปที่โต๊ะอาหารที่มีสร้อยรูปหัวใจเส้นนั้นวางอยู่ คำตอบเลยเปลี่ยนไปทันใด
“ได้สิครับ งั้นคืนนี้เจอกันนะ”
ดิฐกรตอบพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะอาหาร และคว้าสร้อยแทนใจเส้นนั้นไปหย่อนลงในก้นลิ้นชักตู้เก็บของไม่ใช้แล้ว
ในเมื่อเธอไปแล้ว เขาก็ควรเริ่มต้นกับคนใหม่อีกครั้งโดยไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร
ไม่แน่ว่าวันนี้เขาอาจได้เมียใหม่แซ่บๆ มาแทนที่เมียเก่าแสนจืดชืดที่เลิกรากันไปอย่างมิรันดาก็เป็นได้ ดิฐกรคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
/////////
ดิฐกรเดินเข้าไปในผับที่นัดหมาย ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรก็มองเห็นหญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงโดดเด่นดึงดูดสายตาใครต่อใครให้ต้องมองเจ้าหล่อนจนเหลียวหลัง
“พี่ดิวคะ ทางนี้ค่ะ”
เจนิสาร้องเรียกเสียงหวาน พลางโบกไม้โบกมือให้คนมาใหม่จนผู้ชายแถวนั้นพากันมองมาเป็นตาเดียวด้วยความอิจฉา ดิฐกรเดินตรงไปหาลูกน้องสาวสวยด้วยความรู้สึกลำพองใจนิดๆ
“รอพี่นานไหมครับ”
“ไม่หรอกค่ะ เจนี่ก็เพิ่งมาถึงไม่นาน ดื่มอะไรดีคะ บรั่นดีหรือวิสกี้...”
“ขอวิสกี้แบบนี้ทแล้วกัน” ชายหนุ่มหันไปสั่งบริกรที่เดินมารับเมนู “เจนี่ล่ะดื่มอะไรดี”
“ขอเซ็กซ์ออนเดอะบีชแล้วกันค่ะ”
ชื่อเครื่องดื่มที่สั่งไม่เท่าสายตาที่มองมาอย่างยั่วยวน ซึ่งปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวของบุรุษคึกคักขึ้นมาทันที อีกใจก็อดนึกเปรียบเทียบกับใครอีกคนที่เวลามาเที่ยวกับเขาทีไรก็สั่งแต่น้ำเปล่า ไม่ก็น้ำส้ม
ช่างจืดชืดไม่เร้าใจเอาเสียเลย
“เจนี่นึกว่าพี่จะไม่ยอมมาเสียอีก”
ดิฐกรมองริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดตรงหน้าเจรจาเสียงหวาน ดวงตาที่แสนโฉบเฉี่ยวมองมาที่เขาอย่างมีเสน่ห์ชวนให้น่าหลงใหล ทำให้หัวใจที่ขุ่นมัวเพราะอดีตคนรักกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
หากจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการคบใครสักคนเพื่อแทนที่คนรักเก่า เจนิสาก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย ผู้หญิงสวยเซ็กซี่ที่ทั้งทำงานเก่ง เข้าสังคมเก่ง สามารถยืนเคียงข้างเขาได้โดยไม่ต้องอายใคร แถมเป็นผู้หญิงที่ตรงสเปกสุดๆ
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ”
“ใครจะรู้ล่ะคะ พี่ดิวอาจมีนัดกับคนที่สำคัญกว่าเจนี่ก็ได้นี่คะ”
“ไม่มีหรอก ตอนนี้พี่เป็นโสดสนิท ไม่มีใคร”
“โสดจริง หรือโสดพาร์ทไทม์กันน้า...” หญิงสาวแกล้งหรี่ตามองเขาอย่างขี้เล่น
“โสดแบบ...”
‘พี่ดิวคะ...คำถามสุดท้าย พี่ยังรักมี่อยู่ไหม’
ทันใดนั้นเองคำถามของมิรันดาก็ผุดขึ้นในสมอง พร้อมกับใบหน้าสวยหวานที่มีรอยน้ำตาทาบทับภาพของผู้หญิงสุดเซ็กซี่ตรงหน้าจนเขาถึงกับผงะไป
“พี่ดิว เป็นอะไรไปคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
ดิฐกรต้องสะบัดหน้าไปมา เพื่อไล่ความรู้สึกผิดที่ก่อกวนหัวใจออกไปทันที
ไปคิดถึงเธอทำไมกัน เราเลิกกันแล้ว ทำไมยัยนั่นยังตามหลอกหลอนเขาอยู่ได้
“เปล่าครับ พี่ไม่ได้เป็นอะไร”
“จริงเหรอคะ ทำไมดูหน้าซีดๆ จังคะ หรือว่า...ตื่นเต้น” ไม่พูดเปล่ามือเรียวสวยเลื่อนไปลูบข้างแก้มของชายหนุ่มเบาๆ ก่อนไล้ปลายนิ้วลงมาที่ริมฝีปากหยักน่าจูบ นัยน์ตาซุกซนมองสบตาคมอย่างยั่วยวน
“เจนี่...”
“ขา...” ใบหน้าสวยโน้มเข้าใกล้ ก่อนประทับริมฝีปากที่ปลายคางบึกบึนของเขาเบาๆ
จังหวะนั้นบริกรก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้เสียก่อน แต่แทนที่เจนิสาจะหยิบแก้วของตัวเอง เธอกลับเอื้อมมือไปที่แก้ววิสกี้ของชายหนุ่มขึ้นจรดริมฝีปากของเขาอย่างเอาใจ พร้อมกับอิงกายแนบชิดใกล้ แกล้งบดทรวงอกอิ่มกับแผงอกแน่นๆ พลางคลอเคลียริมฝีปากจูบที่ต้นคอของเขาไปอีกหนึ่งที ดวงตาหวานเยิ้มทอดมองสบตาราวกับจะสื่อความนัย
“ดื่มเพื่อความสุขของเราค่ะ...”
ดิฐกรโอบรอบเอวบางเข้ามาใกล้ หัวใจเขาตอนนี้คึกคักราวกับมีม้าร้อยตัวมาวิ่งวน กลิ่นกายสาวหอมรัญจวนแตะจมูกทำให้เขาเคลิ้มไปตามแรงยั่ว หากเมื่อแก้ววิสกี้จรดที่ริมฝีปาก กลิ่นแอลกอฮอล์ก็ตีขึ้นจมูกของเขาจนรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาในฉับพลัน เป็นจังหวะเดียวกับที่เจนิสาดึงแก้วออกพร้อมกับยื่นริมฝีปากของตนไปแทนที่วิสกี้แก้วนั้น
แล้วความบรรลัยก็พลันบังเกิด...
เพล้ง!
“อุ๊บ! แหวะ...”
