บทที่ 8 สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

“แล้วแกจะเอาไง จะเลิกกันทั้งที่มีลูกด้วยกันแบบนี้เหรอ”

คำถามนั้นมิรันดาก็ถามตัวเองตั้งแต่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว แต่กลับไม่มีคำตอบอื่นใดนอกจาก...

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น เพราะฉันคงไม่เอาลูกออกแน่ เขาไม่อยากได้ก็ช่าง ลูกฉันทั้งคน ฉันเลี้ยงเองก็ได้”

“แต่เลี้ยงลูกคนเดียวมันเหนื่อยนะเว้ย กว่าจะโตต้องใช้เงินเท่าไหร่ แกดูฉันสิ ขนาดมีคนช่วยเลี้ยงทั้งผัว ทั้งพ่อแม่ผัว พ่อแม่ตัวเอง ไหนจะจ้างพี่เลี้ยงอีก ฉันยังแทบสลบเลย ตั้งแต่มีลูกมาฉันแทบไม่รู้จักคำว่านอนตื่นสาย ไม่ได้ช็อปปิ้งเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าเลยเพราะต้องเก็บเงินให้ลูก ฉันว่าแกลองคุยกับผัวแกอีกทีดีกว่า เป็นซิงเกิ้ลมัมมันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะแก”

มิรันดาคิดภาพตามที่เพื่อนสาธยายก็แอบนึกหวั่นใจ แต่เมื่อนึกถึงผัวเฮงซวยที่ตัดรอนเธออย่างเลือดเย็นในวันนั้นขึ้นมา หญิงสาวก็ถอนใจ

“ไม่คุยแล้วล่ะ แกมาช่วยฉันหาที่อยู่ใหม่ดีกว่า”

“อะไร แกจะย้ายออกจากคอนโดนี้งั้นเหรอ” คนเป็นเพื่อนถามเสียงดังลั่น

“ก็นี่มันคอนโดเขา ชื่อเขา เขาเป็นคนดาวน์คนผ่อนนี่นา เลิกกันแล้วฉันจะหน้าด้านอยู่ที่นี่ได้ไง เกิดเขามีเมียใหม่แล้วพาเข้ามา ฉันจะทำไงล่ะ อยู่แบบเป็นส่วนเกินงี้”

พูดเองก็เจ็บเอง เมื่อคิดว่าผัวเฮงซวยนั่นจะพาผู้หญิงอื่นเข้ามาทับที่เธอ หากวันนั้นมาถึงแล้วเขาไล่เธอออกจากบ้านต่อหน้าเมียใหม่คนนั้นล่ะ เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหน

สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

“เออๆ เดี๋ยวฉันถามผัวฉันให้แล้วกัน เพื่อนเขาเป็นเซลล์ขายคอนโดอยู่คนหนึ่ง”

“แพงไหมแก ฉันว่าแค่อยู่ห้องเช่าหรืออะพาร์ตเมนต์ไปก่อน พอเก็บเงินได้ค่อยย้ายน่าจะเข้าท่ากว่านะ”

“งั้นไปอยู่บ้านฉันก่อนไหมล่ะ” คนเป็นเพื่อนบอกอย่างใจป้ำ

มิรันดาส่ายหน้า

“ไม่ล่ะ ฉันเกรงใจแก ฉันต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเอง เมื่อก่อนฉันเอาแต่พึ่งพี่ดิวทุกอย่าง ต่อไปนี้ฉันต้องพยายามพึ่งตัวเอง และเป็นที่พึ่งให้ลูกที่จะเกิดมาด้วย”

หญิงสาวลูบหน้าท้องของตนเบาๆ เมื่อคิดถึงสิ่งมีชีวิตที่นอนในนั้น ความรู้สึกตื้นตันก็จู่โจมเข้ามาในหัวใจเต็มรัก

ลูกแม่...แม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุด ถึงไม่มีพ่อ แต่หนูจะมีแม่คนนี้ที่เป็นทุกอย่างให้เองนะลูกนะ แต่หนูก็อย่าทรมานให้แม่แพ้ท้องหนักแล้วกันนะคะ ถ้าหนูอยากเล่นงานก็ไปทรมานพ่อบ้างก็ได้ เอาให้หนักจนคลานไปเลยจะได้สาสมกับที่เขาใจร้ายทิ้งเราสองคนไป

หลังจากตัดสินใจย้ายออกจากคอนโด มิรันดาก็ตรวจดูเงินเก็บที่เธอสะสมมา แต่ยังมีอีกบัญชีที่เธอและเขาร่วมกันฝากเงินสำหรับอนาคต แต่ตอนนี้เธอและเขาคงไม่มีอนาคตร่วมกันแล้ว เงินนี่ควรจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าจะถอนแบ่งครึ่งมาก็ต้องมีเขาเซ็นชื่อร่วมกันถึงถอนได้ เอทีเอ็มเขาก็เป็นคนถืออีก

แต่ตอนนี้เธอจะไปหาเขาได้ที่ไหนล่ะ ในเมื่อเขาตัดขาดการติดต่อแล้วก็ล่องหนไปดื้อๆ ติดต่อที่ทำงานของเขาก็ไม่ได้เรื่องได้ราว พอโทรไปหาพิรามเพื่อนสนิทของเขาที่ดิฐกรบอกว่าจะไปพักด้วย อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือได้แต่บอกว่าไม่รู้ท่าเดียว

งั้นก็ช่างแม่ง หาไม่เจอก็ไม่หาแล้ว เงินเก็บเธอถึงมันจะไม่มากเท่าไหร่ แต่มันก็มากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อสักระยะถ้าเธอไม่งอมืองอเท้า หรือไม่ก็คงต้องหาทางเอามันไปต่อยอดให้งอกเงย

แต่ทำยังไงล่ะ

“ลอตเตอรี่จ้า ลอตเตอรี่...พรุ่งนี้รวยๆ”

ขณะที่กำลังงมหาทางอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงสวรรค์ก็แทงทะลุเข้ามาในหู

“รับโชคสักใบไหมคะคุณ พรุ่งนี้หวยออกแล้วนะ”

“คะ...” มิรันดามองแผงลอตเตอรี่ตรงหน้าอย่างครุ่นคิด พลางลูบหน้าท้องเบาๆ แล้วส่งโทรจิตผ่านสายสะดือไปถึงคนในท้องว่า...

ลูกแม่...ใบไหนดี!

พลันสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นเลขหนึ่งในแผงที่สะดุดตาโดนใจ จึงรีบชี้ให้แม่ค้าดึงออกจากแผงให้

“เอาใบนี้ค่ะ”

หญิงสาวมองลอตเตอรี่ในมืออย่างงงๆ ปกติเธอเป็นคนไม่มีดวงด้านนี้ ซื้อหวยทีไรก็ถูกกินตลอด ขนาดจับฉลากตอนวันครบรอบบริษัทถ้าไม่ได้หม้อไห อย่างดีก็ได้ถ้วยจาน ไม่เคยได้หรอกรางวัลใหญ่ๆ กับเขาน่ะ

แต่งวดนี้เธอซื้อหวยถึงสองใบ หากถูกรางวัลที่หนึ่งล่ะก็ มันจะได้เท่าไหร่นะ

หนึ่งใบก็หกล้าน ถ้าสองใบก็...สิบสองล้าน!

ไม่เลวแฮะ ถึงไม่มีดิฐกรแต่ถ้าเธอมีสิบสองล้านในกระเป๋าล่ะก็ คงเลี้ยงลูกได้สบายๆ ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ

“เพ้อเจ้อละแก เอาสองตัวให้ถูกก่อนไหมอีมี่เอ๊ย...”

ว่าที่คุณแม่บอกตัวเองอย่างขำๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงมือถือดังขึ้น

ไม่ใช่ดิฐกรตามเคย ตอนนี้เธอเริ่มจะชินแล้วที่อีกฝ่ายหายหัวไปจากชีวิต ทั้งที่ตอนแรกเธอเคยกลัวว่าหากไม่มีเขาเธอจะอยู่ได้อย่างไร แต่ตอนนี้เธอก็ยังไม่ตายนี่นา ถ้าไม่คิดสั้นโดดตึกไปเสียก่อน เธอก็ยังมีชีวิตอยู่ได้นี่นา

“ว่าไงนิ”

“แกอยู่ไหนน่ะ”

“ออกมาหาข้าวเที่ยงกินน่ะ กำลังจะกลับไปทำงานต่อแล้วล่ะ แกมีอะไรหรือเปล่า”

“เรื่องห้องเช่าที่แกอยากได้น่ะ ฉันหาให้ได้แล้วนะเป็นคอนโดญาติผัวฉัน เขาปล่อยเช่า พอรู้ว่าแกเป็นเพื่อนฉันก็เลยลดราคาให้ถูกๆ พอดีเขาจะย้ายไปทำงานที่เมืองนอกน่ะ”

“ถูกของแกนี่มันเท่าไหร่”

“ก็เดือนละสี่พันห้า ค่าน้ำค่าไฟก็คิดตามที่แกใช้ คอนโดอยู่ไม่ไกลที่ทำงานแกด้วยนะ”

พอได้ฟังมิรันดาก็สนใจ คอนโดใกล้ที่ทำงานเธอหาราคานี้ได้ที่ไหนล่ะ อย่างถูกก็ปาไปเจ็ดแปดพันต่อเดือนแล้ว

“สนสิแก งั้นเดี๋ยวเลิกงานฉันเข้าไปดูเลยได้ไหม จะได้รีบทำสัญญาเช่ากันเลย”

“ได้ๆ งั้นเดี๋ยวฉันไปรับแกที่ทำงานเย็นนี้แล้วกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป