บทที่ 1 ตอนที่ 1 คืนที่ความเกลียดกลายเป็นพันธะ
ตอนที่ 1
คืนที่ความเกลียดกลายเป็นพันธะ
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบที่ผิดปกติของชั้นผู้บริหาร ทั้งที่เวลายังไม่ถึงเก้าโมงเช้า แต่บรรยากาศภายในสำนักงานใหญ่กลับตึงเครียดราวกับมีพายุลูกใหญ่ก่อตัวอยู่เหนืออาคารสูงระฟ้าแห่งนี้ พนักงานหลายคนหลบสายตากันเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก และหญิงสาวในชุดทำงานสีครีมก้าวออกมาพร้อมแฟ้มเอกสารแนบอยู่กับอก
กชมนรู้ตั้งแต่วินาทีแรกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ปกติฝ่ายเลขานุการผู้บริหารจะเต็มไปด้วยเสียงโทรศัพท์ เสียงพนักงานปรึกษางาน และเสียงเครื่องพิมพ์เอกสารทำงานแทบไม่หยุด ทว่าวันนี้ทุกอย่างเงียบลงราวกับมีใครสั่งให้ทุกคนหยุดหายใจ
เธอเดินผ่านโต๊ะทำงานของเพื่อนร่วมแผนก ก่อนจะเห็นสายตาหลายคู่ลอบมองมาแล้วรีบหลบ
หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร โทรศัพท์ภายในบนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้น
“คุณกชมนคะ คุณเกริกวิทย์ให้เข้าพบทันทีค่ะ ตอนนี้ท่านอยู่ในห้องประชุมเล็กกับฝ่ายกฎหมายและฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศค่ะ” เสียงเลขานุการอาวุโสบอกอย่างระมัดระวัง ขณะที่น้ำเสียงซึ่งปกติเป็นมิตรกลับฟังดูเคร่งเครียดกว่าทุกวันอย่างเห็นได้ชัด
“ได้ค่ะ ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้” กชมนตอบพลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ และความรู้สึกหนักอึ้งบางอย่างก็เริ่มกดทับกลางอกโดยที่เธอยังไม่รู้ต้นเหตุ
เธอหยิบสมุดจดกับปากกาติดมือไปตามความเคยชิน ก่อนเดินตรงไปยังห้องประชุมเล็กที่อยู่ถัดจากห้องทำงานของประธานบริษัทเพียงไม่กี่เมตร
ยิ่งเข้าใกล้ หัวใจของกชมนยิ่งเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล ประตูกระจกฝ้าถูกเปิดจากด้านในเมื่อเธอเคาะเบา ๆ
ภาพแรกที่เห็นคือชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มนั่งอยู่หัวโต๊ะ เกริกวิทย์ไม่ได้เงยหน้ามองเธอทันที เขากำลังเปิดเอกสารบางอย่างตรงหน้า สีหน้าของเขานิ่งเย็นจนแทบอ่านความรู้สึกไม่ได้ แต่กชมนที่ทำงานใกล้ชิดเขามาหลายปีรู้ดีว่า ความนิ่งเช่นนี้หมายความว่าอารมณ์ของผู้ชายคนนี้กำลังอยู่ในระดับอันตรายที่สุด
รอบโต๊ะยังมีหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย หัวหน้าฝ่ายไอที และผู้บริหารระดับสูงอีกสองคน
“นั่งสิ” เกริกวิทย์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่ความเย็นชาที่ซ่อนอยู่กลับทำให้กชมนรู้สึกเหมือนอุณหภูมิในห้องลดลงอีกหลายองศา
หญิงสาวนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขาอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์
“มีเรื่องอะไรหรือคะ ถ้าเป็นเอกสารการประชุมโครงการ ฉันตรวจฉบับล่าสุดแล้ว และเมื่อวานก็ส่งไฟล์ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องครบทั้งหมดค่ะ” กชมนบอกอย่างสุภาพพลางวางสมุดลงตรงหน้า และความสงสัยในสายตาของเธอก็ยิ่งชัดเมื่อไม่มีใครตอบในทันที
เกริกวิทย์หยุดพลิกกระดาษจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นสายตาของเขาทำให้คนถูกมองเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“ผมไม่ได้เรียกคุณมาถามเรื่องเอกสารประชุม แต่ผมอยากรู้ว่าคุณมีอะไรจะอธิบายเกี่ยวกับข้อมูลการประมูลโครงการที่หลุดไปถึงบริษัทคู่แข่งหรือเปล่า” เขาถามช้า ๆ ทุกคำชัดเจนจนความหมายของมันกระแทกเข้ากลางอกของกชมนอย่างแรง
หญิงสาวนิ่งไปหลายวินาที“ข้อมูลหลุดหรือคะ” กชมนถามกลับด้วยสีหน้าตกใจจริง ๆ ขณะมือที่วางบนตักเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ใช่ ข้อมูลทั้งหมดที่มีคนเข้าถึงได้เพียงไม่กี่คน ทั้งราคากลาง กลยุทธ์ในการประมูล เงื่อนไขการเจรจา รวมถึงตัวเลขที่ฝ่ายบริหารตกลงกันเป็นการภายใน บริษัทคู่แข่งรู้แทบทุกอย่างก่อนกำหนดยื่นซองเพียงไม่กี่วัน” เกริกวิทย์อธิบายพลางผลักแฟ้มตรงหน้าไปหาเธอ และแววตาของเขาไม่ละจากใบหน้าหญิงสาวแม้แต่วินาทีเดียว
กชมนก้มมองเอกสารเพียงไม่กี่บรรทัดแรกก็ทำให้ใบหน้าของเธอซีดลงมันคือบันทึกการเข้าใช้ระบบ
ชื่อบัญชีที่ปรากฏอยู่ในเอกสารนั้นเป็นชื่อของเธอ
“แต่นี่ไม่ใช่ฉันนะคะ” กชมนพูดทันทีแล้วเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยความตกใจ ขณะที่ลมหายใจเริ่มติดขัดจากสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิด
“บัญชีผู้ใช้งานเป็นชื่อของคุณ รหัสผ่านเป็นของคุณ และไฟล์ถูกเปิดในช่วงเวลาหลังเลิกงานเมื่อคืนก่อนวันข้อมูลรั่ว คุณจะบอกผมว่าไม่ใช่คุณแล้วอยากให้ผมเชื่อแค่นั้นหรือ” เกริกวิทย์ถามพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทีของเขาสงบนิ่งแต่ถ้อยคำกลับกดดันคนฟังอย่างไม่ปรานี
“ฉันไม่รู้ว่าใครใช้บัญชีของฉัน แต่ฉันไม่ได้เอาข้อมูลออกไปแน่นอนค่ะ และฉันไม่เคยส่งเอกสารของบริษัทให้ใครที่ไม่มีสิทธิ์รับรู้ด้วย” กชมนยืนยันหนักแน่น แม้ปลายนิ้วจะเริ่มเย็นเฉียบจากความกลัวที่ ค่อย ๆ ก่อตัว
เกริกวิทย์มองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนหัวหน้าฝ่ายไอทีจะเลื่อนภาพบางอย่างขึ้นบนจอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องทำงานของเกริกวิทย์
วันที่และเวลาปรากฏชัดเจน
ในภาพ กชมนกำลังเปิดประตูเข้าไปในห้องหลังเวลาทำการ
“ภาพนี้คุณก็คงจะบอกว่าไม่ใช่คุณเหมือนกันสินะ” เกริกวิทย์ถามด้วยน้ำเสียงเจือความเยาะหยันบางเบา ขณะกรามของเขาขบแน่นจนเห็นเป็นสัน
