บทที่ 6 ตอนที่6 ปล่อยฉัน

ตอนที่6

ปล่อยฉัน

เกริกวิทย์ยืนนิ่งเขาไม่เคยเตรียมใจสำหรับคำตอบนี้ภาพหลายอย่างวิ่งผ่านความคิดกาแฟที่วางบนโต๊ะตรงเวลาอาหารที่เธอมักเตือนให้กินเอกสารทุกชุดที่พร้อมก่อนเขาจะถามยาที่เธอเคยยื่นให้ตอนปวดศีรษะแม้แต่วันที่เขาป่วย กชมนเป็นคนอยู่จัดงานแทนจนดึกและกลับมาในเช้าวันถัดไปราวกับไม่เคยเหนื่อย

ที่ผ่านมาเขาคิดว่าเธอเป็นเพียงเลขานุการที่ทำหน้าที่ดีเกินมาตรฐานแต่เมื่อนำทุกอย่างมาวางต่อกันหลังคำสารภาพ ความหมายของรายละเอียดเหล่านั้นเปลี่ยนไปทั้งหมดและที่ทำให้เขาสับสนยิ่งกว่าคือ เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจเมื่อรู้ว่าเธอรักตรงกันข้ามมีความรู้สึกร้อนวาบบางอย่างแล่นผ่านกลางอก

“คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่” เกริกวิทย์ถามช้า ๆ พลางมองริมฝีปากที่ยังสั่นของหญิงสาว และน้ำเสียงของเขาไม่เย็นจัดเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว

กชมนหัวเราะทั้งน้ำตา“รู้ค่ะ และฉันก็รู้ด้วยว่าพรุ่งนี้ฉันคงเสียใจที่พูดมันออกมา แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะอย่างน้อยหลังจากคืนนี้ฉันจะไม่ต้องเจอคุณทุกวันแล้ว ฉันจะได้เลิกรักคุณเสียที” เธอตอบพร้อมเช็ดน้ำตาแรง ๆ ก่อนหันไปหยิบเสื้อผ้าบนเตียงใส่กระเป๋า เพราะไม่อยากยืนรับความเงียบที่อาจกลายเป็นคำปฏิเสธต่อหน้าเขา

คำว่า เลิกรักคุณ ทำให้บางอย่างในตัว              เกริกวิทย์กระตุกแรงเขาควรปล่อยเธอแต่แทนที่จะทำอย่างนั้น ชายหนุ่มกลับก้าวตามไปคว้าข้อมือเธอไว้

กชมนหันกลับมาทันที“ปล่อยฉันค่ะ” เธอบอกพร้อมพยายามดึงมือกลับ ขณะที่ความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจของทั้งสองเริ่มไม่เป็นจังหวะ

“เมื่อกี้คุณบอกว่ารักผม แต่ตอนนี้บอกว่าจะเลิกรักง่าย ๆ คุณคิดว่าความรู้สึกของคนมันเปิดปิดได้เหมือนสวิตช์หรือไง” เกริกวิทย์ถามเสียงต่ำพลางมองเธอไม่วางตา และความหงุดหงิดที่แฝงอยู่ในคำถามนั้นกลับฟังคล้ายคนกำลังไม่พอใจที่ถูกทิ้งมากกว่าคนได้รับคำสารภาพรัก

“แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันคะ คุณไม่เชื่อว่าฉันเป็นคนดีด้วยซ้ำ แล้วจะสนใจทำไมว่าฉันรักหรือเลิกรักคุณ คุณควรดีใจไม่ใช่หรือที่ต่อจากนี้จะไม่มีเลขานุการโง่ ๆ คนหนึ่งคอยมองคุณเหมือนคุณสำคัญที่สุดอีกแล้ว” กชมนถามกลับยาว ๆ พลางสบตาเขาทั้งน้ำตา และความเจ็บในคำพูดทำให้มือที่จับข้อมือเธอคลายแรงลงโดยไม่รู้ตัว

เกริกวิทย์ควรปล่อยแต่เขากลับไม่ยอม“ผมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนเลว ผมแค่ต้องการคำตอบกับหลักฐานที่มันอยู่ตรงหน้า” เขาพูดเสียงเข้มพลางพยายามอธิบายเหตุผลของตัวเอง ทั้งที่ลึกลงไปเริ่มรู้สึกว่าความเป็นเหตุเป็นผลที่ยึดถือมาตลอดกำลังสั่นคลอนเพราะผู้หญิงตรงหน้า

“สำหรับคนถูกกล่าวหา มันไม่ต่างกันหรอกค่ะ คุณไม่ต้องเรียกฉันว่าเลวตรง ๆ แค่สายตาที่คุณมองก็ชัดพอแล้ว” กชมนตอบเบา ๆ พลางมองมือเขาที่จับอยู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาอ่อนล้า

เกริกวิทย์ตามสายตาเธอก่อนยอมปล่อยข้อมือ

กชมนถอยออกหนึ่งก้าวแต่ระยะห่างเพียงเล็กน้อยกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเธอกำลังหายไปจากตรงหน้า

“คุณจะไปไหนหลังจากนี้” เขาถามโดยไม่ทันคิด และคำถามนั้นทำให้กชมนชะงักเล็กน้อย

“กลับบ้านค่ะ แล้วก็หางานใหม่ ใช้ชีวิตของฉันต่อไปเหมือนก่อนที่จะรู้จักคุณ” เธอตอบตรง ๆ พลางรูดซิปกระเป๋า และประโยคธรรมดากลับสร้างความรู้สึกไม่พอใจแปลกประหลาดขึ้นในอกของชายหนุ่ม

“แล้วบริษัทคู่แข่งที่คุณติดต่ออยู่ล่ะ ไม่ได้ชวนคุณไปทำงานด้วยหรือ” เกริกวิทย์ถามออกไปเพราะความระแวงเดิมผสมกับความหึงหวงที่ตัวเองยังไม่รู้จัก และทันทีที่ได้ยิน กชมนก็หยุดมือ

เธอเงยหน้ามองเขาครั้งนี้ความเสียใจเปลี่ยนเป็นความโกรธจริง ๆ

“พอเถอะค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพยายามพิสูจน์อะไร แต่ถ้าการขึ้นมาหาฉันคืนนี้มีไว้เพื่อเหยียบซ้ำว่าฉันเป็นผู้หญิงขายความลับบริษัทแลกเงิน คุณก็กลับลงไปได้แล้ว เพราะฉันรับฟังมามากพอแล้ว และไม่จำเป็นต้องยืนให้คุณดูถูกถึงในห้องพักของฉันอีก” กชมนพูดด้วยเสียงหนักแน่นพลางชี้ไปทางประตู และเป็นครั้งแรกที่เธอแสดงท่าทีไล่เขาอย่างชัดเจน

เกริกวิทย์ไม่ขยับเขาไม่ชอบที่เธอพูดถึงการจากไปไม่ชอบที่เธอจะไปทำงานที่อื่นไม่ชอบยิ่งกว่านั้นเมื่อคิดว่าในอนาคตอาจมีผู้ชายอีกคนได้รับความใส่ใจทั้งหมดที่เธอเคยมอบให้เขาแต่เขาไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนั้นว่าอะไรความโกรธที่สะสมมาตลอดวันจึงกลายเป็นเกราะกำบังง่ายที่สุด

“ถ้าคุณอยากให้ผมเลิกสงสัย คุณก็พิสูจน์สิ อย่าทำตัวเหมือนคนมีความผิดแล้วหนีไปจากทุกอย่างแบบนี้” เขาพูดเสียงเข้มพลางก้าวเข้าไปหา และอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงทำให้ทั้งสองไม่ได้สังเกตว่าระยะห่างแทบไม่เหลือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป