บทที่ 7 ตอนที่7 สองคนสบตากัน
ตอนที่7
สองคนสบตากัน
กชมนเงยหน้ามองเขา“ฉันไม่หนีค่ะ แต่ฉันจะไม่ยืนอยู่ตรงนี้ให้คุณทำร้ายฉันไปเรื่อย ๆ เพียงเพราะฉันเคยรักคุณ ถ้าคุณคิดว่าฉันเลวขนาดนั้น ต่อจากวันนี้ก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก เพราะฉันเองก็เหนื่อยที่จะรักคนที่มองฉันเหมือนเป็นขยะเต็มทีแล้วเหมือนกัน”
เธอพูดออกมาทั้งน้ำตาและความโกรธ ก่อนยกมือขึ้นผลักอกเขาเพื่อให้ถอยออกไปมือใหญ่คว้าข้อมือเธอไว้ตามสัญชาตญาณแต่ครั้งนี้ไม่ได้บีบแรงสองคนสบตากันห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเพียงเสียงหายใจของกันและกัน
กชมนควรดึงมือกลับเกริกวิทย์ควรปล่อย
แต่ไม่มีใครทำดวงตาของชายหนุ่มเลื่อนลงไปยังริมฝีปากเธอเพียงเสี้ยววินาทีก่อนกลับขึ้นมาสบตาอีกครั้ง
“อย่าพูดเหมือนผมไม่เคยรู้สึกอะไรกับคุณ” เขาพูดช้า ๆ ราวกับคำสารภาพนั้นหลุดออกไปก่อนสมองจะห้ามทัน และทันทีที่ได้ยิน กชมนก็นิ่งทั้งตัว
“คุณหมายความว่ายังไงคะ” เธอถามเสียงเบาจนเกือบเป็นกระซิบ ขณะที่ความหวังซึ่งควรดับไปแล้วกลับสั่นไหวขึ้นมาอย่างน่าเจ็บปวด
เกริกวิทย์ขบกรามเขาไม่ใช่ผู้ชายที่พูดเรื่องความรู้สึกง่าย ๆยิ่งในเวลาที่ยังมีข้อสงสัยระหว่างกัน เขายิ่งไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
“ผมไม่รู้ว่าควรเรียกมันว่าอะไร แต่ถ้าผมไม่รู้สึกอะไรเลย ผมคงไม่ตามคุณขึ้นมาถึงนี่ และคงไม่หงุดหงิดขนาดนี้ที่คุณยื่นใบลาออกแล้วบอกว่าจะหายไปจากชีวิตผม” เขายอมรับด้วยเสียงต่ำพลางยังจับมือเธออยู่ และความซื่อตรงเพียงชั่วขณะนั้นทำให้ดวงตาของกชมนสั่นไหวน้ำตาไหลลงจากหางตาอีกหยด
“แล้วทำไมคุณถึงทำกับฉันเหมือนเกลียดฉันขนาดนี้คะ” กชมนถามเสียงสั่น ขณะที่หัวใจทั้งหวังทั้งกลัวพร้อมกันจนแทบเจ็บทนไม่ไหว
เกริกวิทย์มองเธอ“เพราะถ้าคุณเป็นคนทำจริง คนที่ผมโกรธที่สุดอาจไม่ใช่คุณ แต่เป็นตัวผมเองที่เคยไว้ใจคุณมากเกินกว่าจะคิดว่าคุณจะหักหลังกันได้” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา และแววตาที่แข็งมาตลอดวันเผยความผิดหวังของเขาออกมาเป็นครั้งแรก
คำตอบนั้นทำให้กชมนนิ่งเธอเพิ่งเข้าใจว่าเบื้องหลังความโกรธของเขาก็มีความรู้สึกถูกทรยศอยู่จริง
แต่ความเข้าใจไม่ได้ลบความเจ็บ
“ฉันไม่ได้หักหลังคุณค่ะ ฉันพูดได้แค่นี้ และฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรอีกถึงทำให้คุณเชื่อ” เธอบอกพลางส่ายหน้าอย่างหมดแรง และน้ำเสียงอ่อนลงจนเหลือเพียงความเหนื่อยล้า
เกริกวิทย์มองน้ำตาบนแก้มบางแรงผลักดันทำให้เขายกมือขึ้นเช็ดมันออกด้วยปลายนิ้ว
กชมนสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยสัมผัสนั้นอ่อนโยนจนแตกต่างจากคำพูดทั้งหมดก่อนหน้านี้
ดวงตาทั้งสองคู่สบกันอีกครั้งคราวนี้ไม่มีเรื่องบริษัทอยู่ตรงกลางเพียงอย่างเดียวมีความรู้สึกที่ต่างคนต่างเก็บมานานมีความโกรธความน้อยใจความผิดหวังและแรงดึงดูดที่ไม่เคยถูกยอมรับ
เกริกวิทย์โน้มลงช้า ๆแต่หยุดก่อนริมฝีปากจะสัมผัสกัน
“ถ้าคุณไม่ต้องการ บอกผมตอนนี้ ผมจะหยุด” เขาพูดเสียงแหบต่ำพร้อมมองดวงตาเธอตรง ๆ และแม้อารมณ์จะรุนแรงเพียงใด เขาก็ยังเว้นพื้นที่ให้หญิงสาวเป็นคนตัดสินใจ
กชมนหายใจสั่นสิ่งที่ถูกต้องคือถอยพรุ่งนี้พวกเขายังต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาเดิมไม่มีอะไรถูกแก้ไข
แต่หัวใจที่รักเขามานานกลับอ่อนแอเกินกว่าจะปฏิเสธวินาทีที่ผู้ชายคนนี้มองเธอเหมือนต้องการเธอจริง ๆ
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ให้หยุด คุณจะเสียใจทีหลังไหมคะ” เธอถามเสียงเบาพลางมองเขาอย่างต้องการคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุด และคำถามนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องสัมผัสตรงหน้า แต่หมายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากคืนนี้ด้วย
เกริกวิทย์นิ่งไปครู่หนึ่ง“ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ผมจะคิดยังไงกับทุกเรื่อง แต่ตอนนี้ผมรู้ว่าผมไม่อยากปล่อยคุณไป และถ้าคุณยืนยันว่าคุณต้องการเหมือนกัน สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะไม่ใช่เพราะผมบังคับคุณ” เขาตอบชัดเจนพลางลดมือลงจับมือเธอแทน และคำตอบซึ่งไม่ได้สัญญาความรักกลับซื่อตรงมากพอให้กชมนรู้ว่าตัวเองกำลังเลือกอะไร
หญิงสาวหลับตาเพียงครู่ก่อนเปิดขึ้นอีกครั้ง
“ฉันต้องการค่ะ” กชมนตอบช้า ๆ พร้อมน้ำตาที่คลออยู่ตรงขอบตา และการตัดสินใจนั้นเกิดขึ้นโดยรู้เต็มหัวใจว่าอาจต้องเจ็บในวันพรุ่งนี้
เกริกวิทย์จึงจูบเธอคราวนี้ไม่มีคำถามเรื่องข้อมูลรั่วไม่มีตำแหน่งประธานบริษัทกับเลขานุการ
มีเพียงชายหญิงสองคนที่ต่างเก็บความรู้สึกมานานเกินไป และปล่อยให้อารมณ์ซึ่งถูกกดไว้ทะลักออกมาพร้อมกันจูบแรกเต็มไปด้วยความสับสนและรุนแรงตามอารมณ์ที่เพิ่งทะเลาะกัน แต่เมื่อกชมนเผลอกำเสื้อสูทเขาแน่น เกริกวิทย์กลับผ่อนความเร่งร้อนลง เขายกมือประคองใบหน้าเธออย่างระมัดระวังราวกับเพิ่งตระหนักว่าคนตรงหน้าไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้เธอเป็นผู้หญิงที่เพิ่งร้องไห้เพราะเขาและเป็นผู้หญิงที่สารภาพว่ารักเขามาหลายปี
“ถ้าคุณอยากให้ผมหยุดเมื่อไรก็บอก ผมจะไม่ทำอะไรที่คุณไม่ต้องการ” เขาพูดชิดหน้าผากเธอด้วยเสียงต่ำ ขณะที่ลมหายใจยังไม่สม่ำเสมอและมือใหญ่หยุดนิ่งไม่ก้าวล้ำไปกว่านั้นจนกว่าเธอจะตอบ
“ฉันรู้ค่ะ และฉันยังยืนยันเหมือนเดิม” กชมนตอบพลางมองเขาตรง ๆ แม้แก้มจะร้อนและหัวใจเต้นแรง แต่แววตากลับชัดเจนว่าเธอมีสติและเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง
หลังจากนั้น ความใกล้ชิดของทั้งคู่ค่อย ๆ ก้าวข้ามเส้นที่ไม่เคยข้ามมาก่อน
เกริกวิทย์ไม่ได้เร่งรัดกชมนไม่ได้ถูกบังคับ
ทุกครั้งที่เห็นความลังเล เขาจะหยุดให้เธอมีโอกาสตัดสินใจ และทุกครั้งหญิงสาวเป็นฝ่ายยืนยันว่าไม่ต้องการให้เขาถอยจากจูบกลายเป็นอ้อมกอด
จากอ้อมกอดกลายเป็นการมอบความใกล้ชิดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าจนท้ายที่สุด คืนนั้นทั้งสองได้มีความสัมพันธ์ทางร่างกายกันจริงเป็นครั้งแรกเส้นแบ่งระหว่างเจ้านายกับลูกน้องที่เคยมีอยู่พังลงอย่างสมบูรณ์
