บทที่ 9 ตอนที่9 มองเธอผ่านกระจก

ตอนที่9

มองเธอผ่านกระจก

แสงเช้าสีอ่อนลอดผ่านช่องม่านเข้ามาในห้อง

กชมนรู้สึกตัวก่อนความเมื่อยล้าตามร่างกายยืนยันชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันเธอนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปมองข้างตัว

เกริกวิทย์ไม่ได้อยู่บนเตียงแล้วชายหนุ่มยืนอยู่หน้ากระจกในเสื้อเชิ้ตสีขาว กำลังติดกระดุมข้อมือ           สีหน้าของเขากลับไปสุขุมเย็นชาเหมือนทุกวันหัวใจของกชมนตกลงไปอยู่ที่ปลายเท้าเธอค่อย ๆ ลุกนั่ง

ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว

“คุณตื่นนานแล้วหรือคะ” กชมนถามเสียงเบา เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะวางตัวกับเขาอย่างไรหลังจากคืนที่ผ่านมา

เกริกวิทย์มองเธอผ่านกระจกก่อนหันกลับมา

“สักพักแล้ว ผมมีประชุมตอนแปดโมง” เขาตอบพลางหยิบนาฬิกาข้อมือขึ้นสวม และท่าทีที่ดูเหมือนทุกอย่างเมื่อคืนเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งจบลงแล้วทำให้กชมนเริ่มหนาวทั้งที่อากาศในห้องไม่ได้เย็น

เธอพยักหน้า“ค่ะ” กชมนตอบสั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ พลางก้มหน้ามองมือของตัวเองเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ

เกริกวิทย์ยืนเงียบเขามองหญิงสาวบนเตียง

ภาพเมื่อคืนยังชัดเจนในความทรงจำทั้งน้ำตาคำสารภาพและความใกล้ชิดที่ไม่มีทางย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกส่วนหนึ่งในใจเขาอยากเดินกลับไปหา

อยากถามว่าเธอเป็นอย่างไรแต่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง โทรศัพท์ของเขามีข้อความจากฝ่ายกฎหมายซึ่งแจ้งว่า ทีมตรวจสอบพบหลักฐานการติดต่อระหว่างคนในบริษัทกับเบอร์ที่เชื่อมโยงฝ่ายคู่แข่งเพิ่มเติม และกำลังตรวจสอบว่าต้นทางคือใครโลกแห่งความจริงกลับเข้ามาในทันทีความระแวงที่ถูกอารมณ์เมื่อคืนกลบไว้จึงฟื้นขึ้นอีกครั้ง

เกริกวิทย์หยิบโทรศัพท์กชมนมองท่าทีเขาเธอกลัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

“เรื่องเมื่อคืน...” เธอเริ่มพูดพลางเงยหน้าขึ้น และหัวใจเต้นแรงเพราะต้องการรู้ว่าเขาจะให้ความหมายกับมันอย่างไร

เกริกวิทย์วางโทรศัพท์ลงก่อนหันมามองตรง ๆ

“เรื่องเมื่อคืนเกิดขึ้นเพราะเราสองคนยินยอม ผมจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนของผม และผมไม่ได้คิดว่าคุณทำอะไรผิดที่เรื่องมันเลยมาถึงตรงนี้” เขาพูดช้า ๆ พลางเลือกคำอย่างระมัดระวัง แต่ความเป็นทางการที่แฝงอยู่กลับทำให้สีหน้าของกชมนซีดลงทีละน้อยเธอเงียบรอฟังต่อและประโยคถัดมาคือสิ่งที่ทำลายความหวังทั้งหมด

“แต่อย่าคิดว่าเพราะเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แล้วสถานะของคุณในเรื่องงานจะเปลี่ยน ผมยังไม่เชื่อว่าคุณบริสุทธิ์จนกว่าการตรวจสอบจะพิสูจน์ได้ และผมไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาทำให้การตัดสินใจของผมผิดไปจากสิ่งที่ควรเป็น” เกริกวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางสบตาเธอโดยไม่รู้เลยว่า ทุกคำที่เลือกเพราะคิดว่ากำลังวางขอบเขตอย่างยุติธรรมกลับกรีดหัวใจคนฟังทีละชั้น

กชมนไม่พูดทันทีเธอรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

เมื่อคืนเธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตื่นมาแล้วขอเป็นคนรักไม่ได้คาดหวังคำว่ารักแต่ลึก ๆ เธอหวังอย่างน่าสมเพชว่า หลังจากเขากอดเธอไว้ทั้งคืน อย่างน้อยเช้านี้สายตาของเขาจะไม่มองเธอเหมือนผู้ต้องสงสัยคนเดิมอีกเธอผิดไม่มีอะไรเปลี่ยนแม้แต่การที่เธอมอบตัวให้เขาไปทั้งหัวใจ ก็ไม่ได้ทำให้เขาเชื่อในตัวเธอเพิ่มขึ้นแม้แต่นิดเดียว

กชมนสูดลมหายใจลึกก่อนลงจากเตียงโดยดึงผ้าห่มพันตัวไว้เธอหยิบเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างเงียบ ๆเกริกวิทย์มองตาม

“กชมน” เขาเรียกพลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นเธอไม่มีปฏิกิริยาอย่างที่คิด

หญิงสาวหยุดตรงประตูห้องน้ำแต่ไม่หันกลับ

“คะ” เธอตอบเพียงเท่านั้น ขณะที่น้ำตาเริ่มคลอจนต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสั่น

“คุณเข้าใจใช่ไหมว่าผมไม่ได้พูดเพื่อลดค่าคุณ ผมแค่แยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องบริษัท” เขาอธิบายเพิ่มเติมพลางก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว เพราะความเงียบของเธอทำให้รู้สึกว่าบางอย่างกำลังผิดไป

กชมนหลับตาน้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมา

เธอรีบเช็ดก่อนหันกลับสีหน้ากลับสงบอย่างน่าประหลาด

“เข้าใจแล้วค่ะ ต่อจากนี้ฉันจะไม่พยายามทำให้คุณเชื่ออะไรอีก คุณตรวจสอบไปตามหน้าที่ของคุณได้เลย ถ้าฉันผิดจริงก็ทำตามกฎหมาย แต่ถ้าฉันไม่ได้ทำ ฉันก็หวังว่าสักวันหลักฐานจะพูดแทนฉันได้ เพราะดูเหมือนคำพูดของฉันคงไม่มีความหมายพอสำหรับคุณอยู่แล้ว” กชมนพูดช้า ๆ น้ำเสียงไม่ดัง แต่ความนิ่งของเธอกลับทำให้เกริกวิทย์รู้สึกเหมือนถูกผลักออกไปไกลกว่าตอนที่เธอโกรธเสียอีก

เขาขมวดคิ้วแน่น“คุณไม่จำเป็นต้องประชดผม” เขาตอบพลางยืนนิ่ง เพราะไม่รู้จะรับมือกับท่าทีแบบนี้อย่างไร

กชมนยิ้มบาง“ฉันไม่ได้ประชดค่ะ ฉันแค่เข้าใจสถานะตัวเองดีขึ้นแล้ว เมื่อคืนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะฉันยินยอม ฉันจะไม่ใช้มันเรียกร้องอะไรจากคุณ และคุณก็ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะเอาเรื่องนั้นไปผูกมัดคุณ ฉันลาออกแล้ว หลังจากนี้เราก็แทบไม่ต้องเจอกัน นอกจากวันที่ฝ่ายกฎหมายเรียกฉันไปให้ข้อมูล” เธอบอกด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุด พลางความเจ็บปวดในแววตาค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยกำแพงเย็นชาบาง ๆ ที่เพิ่งสร้างขึ้นในเช้าวันนั้น

เกริกวิทย์รู้สึกไม่ชอบประโยค เราแทบไม่ต้องเจอกัน อย่างรุนแรง

“ผมยังไม่ได้รับใบลาออกของคุณ” เขาพูดทันทีพลางสีหน้าตึงขึ้นอีกครั้ง เพราะอย่างน้อยเรื่องนี้เป็นสิ่งเดียวที่เขายังควบคุมได้

กชมนมองเขา“แต่ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ และครั้งนี้ต่อให้คุณไม่พอใจ ฉันก็คงต้องเลือกตัวเองบ้าง” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแต่หนักแน่น ก่อนหันกลับเดินเข้าห้องน้ำและปิดประตูลงช้า ๆทันทีที่ประตูปิด กชมนยกมือปิดปากน้ำตาที่กลั้นไว้ทะลักออกมาเธอทรุดลงนั่งข้างอ่างอาบน้ำพยายามร้องไห้ให้เบาที่สุดไม่อยากให้คนด้านนอกได้ยินเมื่อคืนเธอคิดว่าตัวเองอาจได้เข้าใกล้หัวใจของเขา

เช้านี้จึงเพิ่งรู้ว่า ความใกล้ชิดของร่างกายไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ระยะห่างของหัวใจสั้นลง

มันอาจยิ่งทำให้เจ็บกว่าเดิมด้วยซ้ำกชมนใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าปกติเมื่อออกมาอีกครั้ง เกริกวิทย์ไม่อยู่แล้วมีเพียงห้องเงียบ ๆชุดสูทของเขาหายไป

โทรศัพท์บนโต๊ะหายไปไม่มีข้อความไม่มีโน้ตไม่มีคำลา

หญิงสาวยืนมองเตียงที่ยังยับจากคืนที่ผ่านมา

ก่อนหลับตาลงแล้วเดินไปจัดผ้าปูส่วนที่ยับให้เรียบอย่างช้า ๆ ราวกับกำลังลบร่องรอยของความอ่อนแอของตัวเองเธอเก็บของชิ้นสุดท้ายลงกระเป๋ามองห้องพักอีกครั้งก่อนลากกระเป๋าออกไประหว่างลงลิฟต์ โทรศัพท์ดังขึ้นเป็นข้อความจากฝ่ายบุคคล

แจ้งว่าได้รับใบลาออกแล้ว และจะประสานเรื่องเอกสารกับเธอภายหลัง

กชมนอ่านข้อความนั้นจนจบถอนหายใจยาว

คราวนี้เธอไม่ได้ร้องไห้อย่างน้อย การตัดสินใจหนึ่งในชีวิตยังเป็นของเธอเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป