บทที่ 14 ตอนที่ 14 อย่าดื้อ
ตอนที่ 14
อย่าดื้อ
อชิรญากัดริมฝีปากแน่น พยายามดันตัวลุก “ฉันไม่เป็นไร ดูปอนด์ก่อนค่ะ เด็กตกลงมา เขาอาจเจ็บ”
กฤตนัยจับไหล่เธอไว้ ไม่ให้ฝืนลุก “เด็กมีคนดูแล้ว คุณตอบผมก่อนว่าเจ็บตรงไหน”
“ข้อเท้านิดหน่อยค่ะ”
“นิดหน่อยของคุณเชื่อไม่ได้”
“คุณกฤตนัย ฉันบอกว่า...”
“อชิรญา” เขาเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ หนักแน่นจนเธอชะงัก “เลิกพูดว่าไม่เป็นไรสักครั้งได้ไหม คุณเพิ่งล้มแรงมาก ถ้าข้อเท้าพลิกแล้วฝืนเดิน อาการอาจแย่กว่าเดิม”
เธอมองเขาอย่างตกใจ ไม่ใช่เพราะถูกดุ แต่เพราะในดวงตาของเขามีความเป็นห่วงชัดเจนเกินกว่าจะตีความเป็นอย่างอื่นได้
เมษารีบวิ่งมาถึงพอดี เธอก้มดูข้อเท้าอชิรญาแล้วหน้าตึง
“บวมแล้ว ต้องไปสถานีอนามัยให้หมอดู”
“ฉันเดินไหว”
“ไม่ได้” เมษาตอบทันที “อย่าดื้อ”
“ฉันยังต้องดูเด็ก ๆ กับโรงเรียน...”
“โรงเรียนไม่พังเพราะครูอชิรญาหายไปทำแผลครึ่งชั่วโมงหรอกค่ะ แต่ข้อเท้าเธออาจพังถ้ายังฝืนเดิน” เมษาพูดเสียงเข้ม ก่อนหันไปมองกฤตนัย “คุณช่วยพยุงเธอไปที่รถได้ไหมคะ”
กฤตนัยไม่ตอบด้วยคำพูด เขาช้อนตัวอชิรญาขึ้นอุ้มทันที
อชิรญาตกใจจนเผลอจับไหล่เขา “คุณ! ปล่อยฉันลงนะคะ ฉันเดินเองได้ คนมองกันหมดแล้ว”
“ให้มองไป”
“คุณกฤตนัย!”
“ถ้าคุณดิ้นแล้วผมทำแผลที่แขนปริ คุณจะต้องทำแผลให้ผมอีก เพราะฉะนั้นอยู่นิ่ง ๆ จะดีกับเราทั้งคู่”
อชิรญาอ้าปากจะเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าเขาจริงจังจนไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ อีกทั้งรอบข้างมีเด็ก ๆ และชาวบ้านมองอยู่เต็มไปหมด เธอจึงจำใจเงียบ ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่
เด็กชายปอนด์ที่เพิ่งหยุดร้องไห้พูดทั้งสะอื้น “ครูครับ ผมขอโทษ ผมทำให้ครูเจ็บ”
อชิรญารีบหันไปยิ้มให้ แม้อยู่ในอ้อมแขนของกฤตนัย “ครูไม่เป็นไรจริง ๆ ปอนด์ไม่ต้องร้องนะคะ แต่คราวหลังห้ามปีนขึ้นไปแบบนั้นอีก เข้าใจไหม ถ้าปอนด์เจ็บ ครูจะเสียใจกว่านี้มาก”
เด็กชายพยักหน้าทั้งน้ำตา
กฤตนัยก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แม้เจ็บอยู่เอง เธอยังห่วงเด็กก่อนตัวเองเสมอ
อชิรญารู้สึกถึงสายตาของเขา จึงรีบพูดเพื่อกลบความประหม่า “คุณไม่ต้องมองฉันแบบนั้นค่ะ”
“แบบไหน”
“แบบเหมือนกำลังคิดว่าฉันเป็นคนดื้อ”
“ผมไม่ได้คิด”
“จริงหรือคะ”
“ผมแน่ใจแล้ว ไม่ต้องคิด”
“คุณนี่...” เธอเม้มปากอย่างหงุดหงิด แต่กลับไม่อาจหาคำเถียงได้
กฤตนัยอุ้มเธอไปที่รถท่ามกลางสายตาแซวของชาวบ้าน ธามเดินตามมาพร้อมรอยยิ้มกว้างเกินเหตุ
“ต้องให้ผมขับไหมครับ หรือคุณจะอุ้มครูอชิรญาไปถึงสถานีอนามัยเลย”
กฤตนัยมองนิ่ง “ขับรถ”
“ครับผม”
เมษานั่งไปด้วยเพื่อดูอาการ ระหว่างทางเธอหันไปมองธามที่ขับรถอย่างระวังเกินปกติจนช้าเหมือนเต่า
“คุณขับเร็วกว่านี้อีกนิดได้ไหมคะ คนเจ็บไม่ได้ทำจากแก้ว แต่ก็ไม่ควรนั่งชมวิวไปถึงปีหน้าค่ะ”
ธามถอนหายใจ “เมื่อกี้ผมถอยรถเร็วก็โดนดุ ตอนนี้ขับช้าก็โดนดุ สรุปมาตรฐานของคุณพยาบาลอยู่ตรงไหนครับ”
“อยู่ตรงคำว่าพอดีค่ะ ซึ่งดูเหมือนคุณจะไม่ค่อยรู้จัก”
“ผมเริ่มคิดแล้วว่าคุณอาจไม่ได้ดุเพราะสถานการณ์ คุณอาจดุเป็นนิสัย”
“แล้วฉันก็เริ่มคิดว่าคุณอาจไม่ได้กวนเพราะตื่นเต้น คุณอาจกวนเป็นนิสัยเหมือนกันค่ะ”
อชิรญาที่นั่งเบาะหลังเจ็บข้อเท้าอยู่ยังอดยิ้มไม่ได้ ส่วนกฤตนัยมองรอยยิ้มเล็ก ๆ นั้นเงียบ ๆ ความรู้สึกบางอย่างเคลื่อนผ่านหัวใจเขาเบา ๆ
เมื่อคืนเขาเห็นเธอท่ามกลางพายุ วันนี้เขาเห็นเธอท่ามกลางเด็ก ๆ และชุมชนทุกครั้งที่เห็น เธอเหมือนมีอีกด้านหนึ่งให้เขาเรียนรู้เสมอ
