บทที่ 2 ตอนที่ 2 ประตูเปิดออก
ตอนที่ 2
ประตูเปิดออก
ประตูเปิดออกพร้อมเสียงโลหะครูดดังน่ากลัว ร่างของชายหนุ่มเอนมาทางเธอเล็กน้อย อชิรญาประคองเขาไว้ ก่อนรีบปลดเข็มขัดนิรภัย
“คุณต้องช่วยฉันหน่อยนะคะ ถ้าได้ยินก็ขยับตัวหน่อย อย่าหลับลึกไปกว่านี้ ฉันคนเดียวลากคุณออกมาไม่ไหวหรอกนะ”
ชายหนุ่มยังไม่รู้สึกตัว ดินด้านบนไหลลงมาอีกครั้ง คราวนี้ก้อนหินขนาดใหญ่ตกกระแทกท้ายรถ เสียงดังสนั่นจนเธอสะดุ้ง ตัวรถเลื่อนลงไปอีกเล็กน้อย
อชิรญาหน้าซีด แต่ไม่มีเวลาหวาดกลัว เธอสอดแขนใต้รักแร้เขา พยายามดึงร่างสูงใหญ่ออกจากรถ
เขาหนักมาก หนักเกินกำลังของหญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่ทั้งเปียกฝนและเหนื่อยมาทั้งวัน
“คุณ...ช่วยตื่นมาดุฉันก็ได้ จะหาว่าฉันทำคุณเจ็บก็ได้ แต่คุณต้องออกมาก่อน ได้ยินไหมคะ”
เธอพูดไปหอบไป น้ำฝนไหลเข้าตาจนแสบ มือทั้งสองเจ็บจากเศษกระจกและแรงฉุดดึง แต่สุดท้ายร่างของชายหนุ่มก็หลุดออกจากรถครึ่งหนึ่ง
ในจังหวะนั้นเขาครางต่ำในลำคอ ดวงตาคมค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างพร่าเลือน
“ที่นี่...”น้ำเสียงแหบต่ำนั้นเบามาก แทบจมหายไปกับสายฝน
อชิรญารีบก้มหน้าเข้าไปใกล้ “คุณประสบอุบัติเหตุค่ะ รถตกข้างทาง ฉันกำลังช่วยคุณออกมา อย่าเพิ่งขยับแรงนะคะ คุณอาจบาดเจ็บ”
ดวงตาของเขายังพร่า แต่มีแววระแวงแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว แม้ในสภาพหมดแรง เขายังพยายามยกมือผลักเธอออก
“คุณ...เป็นใคร”
“คนที่กำลังช่วยชีวิตคุณอยู่ค่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้อย่าเพิ่งถามมากได้ไหมคะ ดินจะถล่มแล้ว คุณต้องออกจากรถเดี๋ยวนี้”
“ใครส่งคุณมา”
อชิรญาชะงักไปเสี้ยววินาที ความตกใจเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจทันที “ฝนส่งมาค่ะ ฟ้าผ่าส่งมา หรือจะให้ฉันตอบว่าดวงชะตาส่งมาก็ได้ แต่ถ้าคุณยังเสียเวลาระแวงฉันอยู่แบบนี้ ดินทั้งเขาคงส่งเราสองคนลงไปข้างล่างพร้อมกันแน่”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนพยายามจับความหมาย เขายังดูมึนงงจากบาดแผล แต่ท่าทางดื้อรั้นของเขาทำให้อชิรญาอยากทั้งโกรธทั้งถอนใจ
“ผมไม่ต้องการให้ใครแตะต้องตัวผม”
“งั้นคุณก็ลุกเองสิคะ”
เธอปล่อยมือทันที ชายหนุ่มพยายามขยับ แต่แค่ยกตัวขึ้นเล็กน้อยก็หน้าซีดและทรุดลง เสียงหายใจหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อชิรญาก้มลงคว้าตัวเขาไว้อีกครั้ง “เห็นไหมคะ คุณยังเดินเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นเลิกถือศักดิ์ศรีไว้ก่อน ถ้ารอดแล้วค่อยกลับไปหยิ่งต่อก็ยังทัน”
เขามองเธอผ่านม่านฝน สีหน้าอ่านยาก แต่คราวนี้ไม่ได้ผลักเธอออกอีก
อชิรญาใช้แรงทั้งหมดลากเขาออกจากรถทีละนิด ฝนกระหน่ำใส่ทั้งคู่ไม่หยุด ดินด้านบนไหลลงมาแรงขึ้นเหมือนกำลังไล่หลัง เมื่อเธอพาเขาออกห่างจากรถได้เพียงไม่กี่ก้าว ก้อนดินขนาดใหญ่ก็ถล่มลงมาทับส่วนหน้ารถพอดี เสียงกระแทกดังสนั่น
อชิรญาสะดุ้งสุดตัว ก่อนร่างสูงของชายหนุ่มจะเสียหลักล้มลงทับเธอ ทั้งสองกลิ้งไปบนดินเละ ๆ เธอเจ็บจนหายใจสะดุด แต่ยังรีบประคองศีรษะเขาไว้ไม่ให้กระแทกพื้น
ชายหนุ่มพยายามลืมตาอีกครั้ง สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรถที่ถูกดินทับอยู่ด้านหลัง
หากเธอมาช้ากว่านี้อีกเพียงไม่กี่นาที เขาอาจไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาถามว่าเธอเป็นใคร
“คุณ...” น้ำเสียงของเขาเบาลง “ทำไมถึงช่วยผม”
อชิรญาหอบหายใจ มองเขาด้วยสายตาเหนื่อยล้าและหงุดหงิด “เพราะฉันยังไม่ใจดำพอจะยืนดูคนตายต่อหน้าค่ะ คุณถามเหมือนการช่วยคนต้องมีเหตุผลซับซ้อนนัก”
เขาเงียบไป คล้ายคำตอบนั้นกระแทกบางอย่างในใจ แต่ความอ่อนแรงทำให้เขาไม่มีแรงโต้ตอบ
อชิรญามองไปรอบ ๆ กระท่อมเก็บใบชาหลังเล็กอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เป็นกระท่อมที่ชาวไร่ใช้หลบฝนและเก็บอุปกรณ์ เธอตัดสินใจทันที
“เราไปที่กระท่อมก่อนค่ะ เดินไหวไหม”
ชายหนุ่มกัดฟันพยักหน้าเล็กน้อย แต่เมื่อพยายามลุกก็เซจนเกือบล้ม อชิรญารีบเข้าไปพยุง แขนของเขาพาดลงบนบ่าเธอ น้ำหนักตัวเขากดลงมาจนไหล่เธอแทบทรุด
“ถ้าเจ็บให้บอกนะคะ อย่าฝืนจนหมดสติกลางทาง ไม่อย่างนั้นฉันลากคุณต่อไม่ไหวแน่”
“คุณพูดมากกับคนเจ็บทุกคนหรือเปล่า”
“เฉพาะคนเจ็บที่ดื้อและระแวงคนช่วยชีวิตค่ะ”
เขาไม่ได้ยิ้ม แต่แววตาแข็งกระด้างคล้ายอ่อนลงเพียงนิดเดียว
