บทที่ 7 ตอนที่ 7 ที่ดินผืนเล็ก

ตอนที่ 7

ที่ดินผืนเล็ก

อชิรญาสูดลมหายใจลึก ก่อนพูดต่อช้า ๆ “ฉันไม่ได้โกรธที่คุณระแวง เพราะบางทีคุณอาจมีเหตุผลของคุณ แต่ฉันอยากให้คุณเข้าใจว่า คนบนดอยก็มีเหตุผลที่จะระแวงคนจากเมืองเหมือนกัน คุณไม่รู้หรอกว่าเราต้องเสียอะไรไปบ้างกว่าจะเหลือผืนดินเล็ก ๆ ให้เรียกว่าบ้าน”

“งั้นก็บอกผมสิ” กฤตนัยพูด “ถ้าคุณคิดว่าผมไม่เข้าใจ คุณก็ควรอธิบาย ไม่ใช่ปิดประตูใส่ผมตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”

“บางเรื่องอธิบายไป คนที่ไม่เคยสูญเสียก็ไม่มีวันเข้าใจค่ะ”

“คุณคิดว่าผมไม่เคยสูญเสียอะไรเลยหรือ”

น้ำเสียงนั้นเย็นลง แต่แฝงรอยเจ็บบางอย่าง อชิรญานึกถึงเสียงละเมอในคืนที่ผ่านมา เสียงที่ขอร้องใครบางคนไม่ให้ทิ้งเขาไว้ ใจเธอกระตุกเล็กน้อย แต่เธอยังไม่ยอมอ่อนลง เพราะผืนดินนี้สำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ความสงสารมาทำให้หวั่นไหว

“ฉันไม่รู้ว่าคุณสูญเสียอะไรค่ะ และฉันไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตคุณ แต่เรื่องไร่ชา ฉันตัดสินใจแล้ว”

กฤตนัยพยายามลุกขึ้น ธามซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลทำท่าจะเข้ามาห้าม แต่เขายกมือบอกว่าไม่เป็นไร

เขายืนตรงหน้าอชิรญา แม้ยังซีดและมีผ้าพันแผล แต่รัศมีความเป็นคนที่คุ้นเคยกับการเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์กลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

“เมื่อคืนคุณช่วยชีวิตผมไว้ เรื่องนั้นผมจะไม่ลืม และผมจะตอบแทนอย่างเหมาะสม”

ดวงตาของอชิรญาไหววูบ ความเจ็บแล่นผ่านใบหน้าเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนกลายเป็นความนิ่ง

“ฉันไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนค่ะ”

“ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะใช้เงินซื้อบุญคุณ”

“แต่คุณกำลังพูดเหมือนทุกอย่างมีราคาค่ะ แม้แต่ชีวิตที่ฉันช่วยไว้”

กฤตนัยขมวดคิ้ว “ผมไม่ได้ตั้งใจให้คุณเข้าใจแบบนั้น”

“งั้นฉันจะพูดให้ชัดนะคะ” อชิรญาเงยหน้าสบตาเขา น้ำเสียงไม่ดัง แต่ชัดเจนจนคนรอบข้างเงียบลง “เมื่อคืนฉันช่วยคุณเพราะคุณเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะคุณเป็นใคร ไม่ใช่เพราะคุณมีเงิน ไม่ใช่เพราะคุณเป็นเจ้าของโครงการ และไม่ใช่เพราะฉันหวังว่าคุณจะเมตตาฉันในวันนี้”

เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ราวกับต้องการคืนระยะห่างที่ถูกพายุเมื่อคืนลบไปให้กลับมาอีกครั้ง

“แต่เรื่องที่ดิน ต่อให้คุณเอาชีวิตที่ฉันช่วยไว้มาแลก ฉันก็ไม่ขายค่ะ”

กฤตนัยมองเธอนิ่ง คำพูดนั้นควรทำให้เขาโกรธ เพราะไม่เคยมีใครปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาดเช่นนี้ โดยเฉพาะหลังจากเขาเพิ่งรอดชีวิตมาเพราะคนตรงหน้า แต่แทนที่จะโกรธอย่างเดียว เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากดวงตาคู่นั้น ดวงตาของคนที่กลัว แต่ไม่ถอยดวงตาของคนที่เจ็บ แต่ไม่ยอมแพ้

ดวงตาของคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในคืนที่มืดที่สุด แล้วเช้าวันต่อมาก็พร้อมจะยืนเป็นศัตรูกับเขาเพื่อปกป้องสิ่งที่เธอรัก

กฤตนัยพูดช้า ๆ “ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องทำให้คุณฟังข้อเสนอของผมให้ได้”

อชิรญาตอบทันที “และฉันคงต้องทำให้คุณเข้าใจให้ได้ว่า บางอย่างบนโลกนี้ไม่ได้มีไว้ขาย”

ทั้งสองสบตากันท่ามกลางหมอกยามเช้า เสียงฝนหยุดไปแล้ว แต่เหมือนพายุอีกลูกเพิ่งเริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างคนสองคน คนหนึ่งมาพร้อมแผนธุรกิจและความตั้งใจจะพิสูจน์ตัวเอง อีกคนยืนอยู่บนผืนดินของบรรพบุรุษ พร้อมหัวใจที่ไม่ยอมให้ใครพรากบ้านไปง่าย ๆไม่มีใครรู้เลยว่า จากวินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของทั้งสองจะพันเกี่ยวกันแน่นกว่าที่ใครคาดคิดและไม่มีใครรู้ว่า การช่วยชีวิตในคืนพายุครั้งนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่งดงามที่สุด และเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของพวกเขา

อีกด้านหนึ่ง ธามยืนอยู่ข้างรถที่ถูกดินถล่มทับไปครึ่งคัน สีหน้าขี้เล่นตามปกติหายไปจนหมด เขาสวมถุงมือ ตรวจดูซากรถอย่างละเอียดร่วมกับช่างประจำทีม ตอนแรกเขาคิดเหมือนคนอื่นว่าอุบัติเหตุเกิดจากฝน ถนนลื่น และดินถล่ม แต่เมื่อก้มดูใต้ท้องรถบริเวณระบบเบรก หัวใจเขากลับเย็นวาบ

สายเบรกมีรอยขาดและรอยนั้นไม่เหมือนถูกกระแทกจากอุบัติเหตุมันเรียบเกินไป จงใจเกินไป

ธามเงยหน้ามองถนนเปียกชื้นที่ทอดผ่านแนวหมอก ก่อนหันกลับไปทางลานหมู่บ้านที่กฤตนัยยืนอยู่กับอชิรญาในระยะห่างที่เต็มไปด้วยแรงปะทะ

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปหลักฐานไว้หลายมุม แล้วพึมพำเสียงต่ำ

“คุณกฤตนัย...ดูเหมือนอุบัติเหตุเมื่อคืนจะไม่ใช่แค่พายุแล้วครับ”

ลมเช้าพัดผ่านไร่ชาอย่างเย็นเยียบ ใบชาสั่นไหวเบา ๆ ราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังเก็บความลับบางอย่างเอาไว้ความลับที่เพิ่งเริ่มเปิดปมเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป