บทที่ 8 ตอนที่ 8 คู่เจรจาที่ไม่ยอมแพ้

ตอนที่ 8

คู่เจรจาที่ไม่ยอมแพ้

หมอกยามเช้าบนดอยยังลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือไร่ชา ราวกับภูเขาทั้งลูกยังไม่ยอมตื่นจากคืนพายุ

ใบชาที่เปียกฝนส่องประกายเมื่อแสงแรกของวันแตะลงบนหยดน้ำเล็ก ๆ กลิ่นดินชื้น กลิ่นหญ้า และกลิ่นไม้หลังฝนลอยปะปนกันอยู่ในอากาศ ความสดชื่นควรทำให้หัวใจคนที่ได้สูดลมหายใจในยามเช้ารู้สึกปลอดโปร่ง แต่สำหรับกฤตนัย ภาพตรงหน้ากลับไม่อาจลบเงาดำบางอย่างในใจได้

เขายืนอยู่ริมระเบียงบ้านรับรองหลังเล็กที่บริษัทเตรียมไว้ให้ชั่วคราว ผ้าพันแผลยังพันอยู่เหนือขมับและต้นแขน รอยปวดจากอุบัติเหตุเมื่อคืนยังคงเต้นตุบ ๆ เป็นระยะ ทุกครั้งที่ขยับตัวมากเกินไป ความเจ็บจะแล่นจากหัวไหล่ลงมาถึงปลายนิ้ว ราวกับร่างกายกำลังเตือนให้เขาจำไว้ว่าชีวิตของตนเกือบจบลงกลางถนนเปียกลื่นบนภูเขาแต่สิ่งที่ทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืนหลังถูกพากลับมาถึงบ้านรับรอง ไม่ใช่บาดแผล เป็นรอยตัดบนสายเบรก

ธามยืนอยู่ด้านหลังเขา มือหนึ่งถือแฟ้มรายงาน อีกมือถือแก้วกาแฟที่เย็นชืดไปนานแล้ว สีหน้าของชายหนุ่มผู้มักมีรอยยิ้มขี้เล่นติดหน้า วันนี้กลับจริงจังผิดปกติ

“ผมให้ช่างดูซ้ำสองรอบแล้วครับ รอยขาดเรียบเกินกว่าจะเกิดจากแรงกระแทกตอนรถตกข้างทาง ถ้าถามผมแบบไม่ต้องรักษาน้ำใจใคร ผมคิดว่ามีคนจงใจทำจริง ๆ”

กฤตนัยไม่หันกลับไป เขามองทะเลหมอกนิ่ง ๆ สายตาเย็นเยียบกว่าลมหนาวที่พัดผ่านระเบียงเสียอีก

“มีใครรู้บ้างว่าผมจะขึ้นดอยเมื่อวาน”

“ในบริษัทมีหลายคนรู้ครับ ตารางเดินทางถูกส่งให้ทีมโครงการ ทีมประสานงาน ผู้รับเหมา แล้วก็คนของคุณวรเมธด้วย แต่เวลาเดินทางจริง ๆ มีไม่กี่คนที่รู้ เพราะคุณเปลี่ยนกำหนดขึ้นมาก่อนหนึ่งวัน”

“แปลว่าคนที่ลงมือไม่ใช่แค่เดาสุ่ม”

“ครับ คนคนนั้นต้องรู้ว่าคุณใช้รถคันไหน รู้เส้นทาง และรู้ว่าช่วงฝนตกถนนเส้นนั้นอันตรายแค่ไหน ถ้ารถเสียหลัก ทุกคนจะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุจากพายุ”

กฤตนัยเงียบไปครู่หนึ่ง ความทรงจำเมื่อคืนแล่นกลับมาเป็นภาพไม่ปะติดปะต่อ เสียงยางเบียดถนน เสี้ยววินาทีที่เหยียบเบรกแล้วรถไม่ตอบสนอง แสงไฟหน้ารถสะท้อนม่านฝน ก่อนทุกอย่างหมุนคว้างและจบลงด้วยแรงกระแทกที่พรากสติของเขาไปหากอชิรญาไม่ผ่านมาพอดี... มือของเขากำราวระเบียงแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ธามมองแผ่นหลังของเจ้านาย ก่อนเอ่ยเสียงเบาลง “ผมว่าตอนนี้คุณควรกลับกรุงเทพฯ ก่อน อย่างน้อยก็รอให้เราตรวจสอบคนในทีมให้ชัด คุณยังบาดเจ็บอยู่ แล้วถ้าคนที่ลงมือรู้ว่าคุณรอด เขาอาจลงมือซ้ำ”

“ผมจะอยู่ที่นี่”

“คุณกฤตนัยครับ”

“ถ้ามีคนต้องการให้ผมออกไปจากพื้นที่นี้ แปลว่าบนดอยมีบางอย่างที่เขาไม่อยากให้ผมเห็น” กฤตนัยหันกลับมาในที่สุด ดวงตาคมกริบจับอยู่ที่ธาม “ผมไม่กลับจนกว่าจะรู้ว่าใครทำ”

ธามถอนหายใจยาว เขารู้จักกฤตนัยดีพอจะรู้ว่า เมื่อชายคนนี้ตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนได้ง่าย ๆ

“ถ้าอย่างนั้นผมจะเพิ่มคนดูแลรอบบ้านรับรอง แล้วจะตรวจสอบรายชื่อทุกคนที่แตะรถก่อนออกเดินทาง แต่คุณต้องรับปากผมอย่างหนึ่ง”

“อะไร”

“อย่าเดินทางคนเดียว อย่าขึ้นเขาคนเดียว และถ้าจะไปเจรจากับครูอชิรญา ช่วยบอกผมก่อน ผมไม่อยากตามหาคุณตามข้างทางอีกเป็นครั้งที่สอง”

เมื่อได้ยินชื่อของอชิรญา สีหน้าของกฤตนัยก็เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย น้อยจนคนอื่นอาจไม่ทันสังเกต แต่ธามซึ่งอยู่กับเขามานานมองออก

“คุณยังจะไปหาเธอวันนี้ใช่ไหมครับ”

“ใช่”

“เมื่อคืนเพิ่งปะทะกันหน้าลานหมู่บ้านไม่ใช่เหรอครับ ผมเห็นสายตาครูอชิรญาแล้ว เธอคงไม่ได้เปลี่ยนใจเพราะข้อเสนอธรรมดาแน่”

“ผมไม่ได้ขึ้นมาบนดอยเพื่อให้เธอเปลี่ยนใจภายในวันเดียว”

“แต่คุณขึ้นมาพร้อมเงินจำนวนมากและเอกสารซื้อขายใช่ไหมครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป