บทที่ 9 ตอนที่ 9 แผนชดเชย
ตอนที่ 9
แผนชดเชย
กฤตนัยไม่ตอบทันที เขาหยิบแฟ้มหนังสีดำบนโต๊ะขึ้นมา ด้านในเป็นเอกสารข้อเสนอซื้อไร่ชา รายละเอียดโครงการ และแผนชดเชยที่เขาเตรียมมาอย่างครบถ้วน เป็นข้อเสนอที่หากอยู่ในห้องประชุม คงไม่มีใครปฏิเสธง่าย ๆแต่ภาพอชิรญายืนตัวเปียกฝนในคืนพายุ มือเล็ก ๆ เต็มไปด้วยรอยแผลจากการช่วยเขาทุบกระจก ยังคงติดอยู่ในความทรงจำผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ปฏิเสธเพราะต้องการต่อรองราคา
เธอปฏิเสธเหมือนกำลังปกป้องชีวิตทั้งชีวิตของตนเอง
“ผมอยากรู้ว่าเธอจะปฏิเสธเงินจำนวนนี้ด้วยเหตุผลเดิมหรือเปล่า” กฤตนัยพูดเสียงเรียบ
ธามเลิกคิ้ว “คุณกำลังทดสอบเธอ?”
“ผมกำลังทำความเข้าใจคู่เจรจาของผม”
ธามยิ้มบาง ๆ แต่ไม่ใช่รอยยิ้มขี้เล่น “ถ้าอย่างนั้นระวังนะครับ คู่เจรจาคนนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนคนที่คุณเคยเจอในเมือง เธอช่วยชีวิตคุณโดยไม่ถามด้วยซ้ำว่าคุณมีประโยชน์กับเธอไหม คนแบบนี้อาจไม่ได้เล่นเกมเดียวกับเรา”
กฤตนัยมองแฟ้มในมือ ก่อนพูดเบา ๆ “นั่นแหละที่ทำให้ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่”
บ้านของอชิรญาอยู่กลางไร่ชาผืนใหญ่ที่ลดหลั่นตามไหล่เขา ตัวบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นหลังไม่ใหญ่ ทาสีขาวหม่นตามกาลเวลา มีระเบียงเล็ก ๆ หันหน้าออกไปทางแนวภูเขา รอบบ้านปลูกดอกไม้เมืองหนาวแทรกอยู่ตามขอบทางเดิน แม้ทุกอย่างไม่ได้หรูหรา แต่สะอาด เรียบง่าย และมีชีวิตชีวาเหมือนมือของเจ้าของบ้านคอยดูแลทุกเช้าเย็น
หญิงสาวกำลังตากสมุดการบ้านของเด็ก ๆ ที่เปียกฝนเมื่อคืนบนราวเชือกใต้ชายคา กระดาษหลายเล่มบวมจนขอบงอ เธอลูบมันอย่างเสียดาย เพราะรู้ว่าเด็กบางคนไม่มีเงินซื้อสมุดใหม่ง่าย ๆ
เสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้านทำให้เธอชะงัก
เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นกฤตนัยก้าวลงจากรถพร้อมแฟ้มเอกสาร หัวใจที่เพิ่งสงบลงหลังคืนวุ่นวายก็กลับมาตึงขึ้นทันที
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มทับด้วยแจ็กเก็ตเรียบหรู แม้มีผ้าพันแผลและใบหน้ายังซีดอยู่เล็กน้อย แต่ท่าทางสงบนิ่งของเขากลับทำให้ดูเหมือนคนที่ไม่เคยเสียหลักให้สิ่งใดนานเกินไป
อชิรญาไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับเขา เมื่อคืนเขาคือคนเจ็บที่เธอช่วยชีวิต เธอได้เห็นความเปราะบางในยามเขาละเมอ ได้ยินเสียงร้องขอไม่ให้ใครบางคนทิ้งเขาไว้ ได้สัมผัสมือเย็นเฉียบที่กุมมือเธอราวกับยึดเหนี่ยวความมืดทั้งคืนแต่เช้านี้ เขาคือคนที่มาพร้อมเอกสารซื้อขายที่ดิน
“คุณควรพักผ่อน ไม่ใช่ขับรถมาที่นี่ค่ะ” เธอเอ่ยก่อน น้ำเสียงสุภาพแต่ห่างเหิน
กฤตนัยหยุดยืนห่างจากระเบียงพอสมควร ราวกับรู้ว่าหากขยับเข้าใกล้เกินไป เธออาจถอยหนี
“ผมไม่ได้ขับเอง ธามขับมาส่ง”
“ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังควรไปตรวจที่โรงพยาบาลให้ละเอียด”
“ผมตรวจแล้ว หมอบอกว่าต้องพัก แต่ไม่มีอาการร้ายแรง”
“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นธุระของคุณคืออะไรคะ”
ตรงไปตรงมา ไม่มีคำถามอ้อมค้อม ไม่มีการต้อนรับแบบเอาใจ
