บทที่ 8 ตอนที่ 8 เปิดตัวคู่หมั้น
ตอนที่ 8 เปิดตัวคู่หมั้น
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านกระจกหน้าร้านละมุนลงบนเคาน์เตอร์ไม้ พริมกำลังจัดขนมเข้าตู้ ขณะที่แหวนวงสีเงินจากเมื่อคืนวางอยู่ในกล่องเล็กข้างเครื่องคิดเงิน หลังกลับจากมื้อค่ำ เธอถอดมันคืนให้คีรินทร์ตามที่บอกไว้ และคิดว่าเรื่องแหวนคงจบเพียงเท่านั้น
จนกระทั่งข้อความจากแม็กซ์เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์
{ วันนี้มีงานเลี้ยงรับรองพันธมิตรของกลุ่มวรเมธาครับ คุณคีรินทร์ขอเชิญคุณพริมไปด้วย ในฐานะคู่หมั้นตามข้อตกลง หากไม่สะดวกสามารถปฏิเสธได้ครับ }
พริมอ่านซ้ำสองรอบ ก่อนวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ
“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่พริม” เด็กฝึกงานเอ่ยถามขึ้นทันที
“คืนนี้มีงานค่ะ”
“งานของคุณคีรินทร์เหรอคะ”
“รู้ได้ยังไง”
เด็กฝึกงานคลี่รอยยิ้มสดใสทันที
“พี่พริมอ่านข้อความแล้วทำหน้าเหมือนกำลังคิดว่าจะอบขนมเพิ่มกี่ถาดค่ะ”
“พี่แค่คิดว่าจะใส่ชุดอะไร”
“งั้นก็ไปใช่ไหมคะ”
พริมไม่ได้ตอบทันที เธอมองกล่องแหวนบนเคาน์เตอร์แล้วนึกถึงเมื่อคืน คีรินทร์ถามก่อนจับมือ รอฟังเธอตอบ และไม่แทรกเวลามีคนถามเรื่องร้าน เขาทำตามสัญญาได้ดี แต่การไปงานต่อหน้าคนมากมายย่อมต่างจากการนั่งกินข้าวในห้องส่วนตัว
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง เป็นข้อความจากคีรินทร์โดยตรง
คีรินทร์ : ถ้าคุณไม่สะดวก ผมปฏิเสธคำเชิญได้
พริมพิมพ์ตอบกลับไปทันทีที่อ่านจบ
พริม : ฉันไปได้ค่ะ ขอรายละเอียดงานกับกำหนดการด้วยนะคะ
คีรินทร์ : แม็กซ์จะส่งให้ครับ ผมจะไปรับคุณหลังร้านปิด
พริมคลี่รอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า เธอไม่ได้ตอบตกลงเพราะกลัวทำให้เขาเสียหน้า แต่เพราะอยากเห็นด้วยตัวเองว่างานของคนในแวดวงธุรกิจเป็นอย่างไร และในเมื่อเธอรับปากเป็นคู่หมั้นกำมะลอแล้ว ก็ควรเรียนรู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
ช่วงบ่าย แม็กซ์ส่งกำหนดการและรายละเอียดมาให้ครบ งานจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของโรงแรม มีผู้บริหาร พันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชนบางส่วนเข้าร่วม จุดประสงค์หลักคือเปิดตัวโครงการพัฒนาตลาดกุหลาบ และแนะนำผู้บริหารที่ดูแลแผนงาน
ชื่อของพริมอยู่ในกำหนดการช่วงแนะนำแขกพิเศษ
เธออ่านบรรทัดนั้นแล้วหรี่ตา ก่อนโทรหาแม็กซ์ทันที
“คุณแม็กซ์คะ ทำไมชื่อฉันอยู่ในกำหนดการด้วยคะ”
(คุณคีรินทร์อยากให้คุณได้รับการแนะนำในฐานะเจ้าของร้านละมุนและผู้ร่วมเสนอแผนตลาดครับ ไม่ใช่แค่คู่หมั้นของเขา)
“แล้วทำไมเขาไม่บอกฉันเอง”
ปลายสายเงียบไปอึดใจเดียว ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา
(นายบอกว่าจะอธิบายตอนมารับครับ แต่ผมเดาว่าอยากให้คุณเห็นข้อมูลก่อน จะได้ตัดสินใจได้เต็มที่)
พริมถอนหายใจเบาๆ
“ขอบคุณค่ะ อย่างน้อยก็ส่งกำหนดการมาให้ก่อน”
(ยินดีครับ แล้วก็เรื่องแหวน คุณคีรินทร์ฝากมาถามว่าคุณอยากใส่วงเดิมไหม หรือจะไม่ใส่ก็ได้ครับ)
พริมเหลือบมองกล่องแหวน
“ฉันขอคิดก่อนค่ะ”
(ได้ครับ)
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน คีรินทร์มาถึงหน้าร้านพร้อมรถคันเดิม เขารออยู่ข้างรถ ไม่ได้เข้ามาเร่งเธอ พริมล็อกประตูร้านแล้วเดินเข้าไปหาในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มเรียบง่าย รองเท้าส้นเตี้ยที่ใส่เดินสะดวก เธอถือกระเป๋าใบเล็กกับกล่องแหวนไว้ในมือ
คีรินทร์มองเธอครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยทักทายเธอ
“ชุดนี้เหมาะกับคุณ”
“ขอบคุณค่ะ วันนี้ชมตรง ๆ ได้แล้วเหรอคะ” พริมคลี่รอยยิ้มตอบ
“ผมชมตรง ๆ อยู่แล้ว”
“ไม่ใช่เมื่อก่อนที่บอกว่า ‘ดูไม่แย่’ เหรอคะ”
“ผมกำลังปรับปรุง”
“รับทราบค่ะ” เธอยื่นกล่องแหวนให้เขาดู “ฉันจะใส่วงเดิม แต่ขอใส่มือขวาเหมือนเมื่อคืน”
“ได้”
คีรินทร์เปิดกล่องให้เธอหยิบแหวนเอง พริมสวมมันลงบนนิ้วนางข้างขวา ขนาดพอดีกับนิ้วอย่างน่าประหลาด เธอหมุนวงแหวนเล็กน้อยแล้วปิดฝากล่องเก็บใส่กระเป๋า
“พร้อมไหม” เขาถาม
“พร้อมค่ะ แต่ถ้าฉันไม่สบายใจ ฉันขอกลับได้ใช่ไหม”
“ได้”
“แล้วคุณห้ามทำหน้าบึ้งใส่ฉันด้วย”
“ผมจะพยายาม”
“ไม่ใช่พยายามค่ะ ต้องทำให้ได้”
คีรินทร์พยักหน้า
“ครับ”
รถแล่นเข้าสู่โรงแรมที่จัดงาน แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกระจกสูงตั้งแต่โถงทางเข้า พนักงานต้อนรับเปิดประตูให้ ขณะที่แม็กซ์เดินนำไปยังห้องบอลรูม เสียงดนตรีคลอเบา ๆ ปะปนกับเสียงสนทนาของแขกในงาน พริมรู้สึกถึงสายตาหลายคู่หันมามองเมื่อคีรินทร์เดินเข้ามา
เขาไม่ได้จับมือเธอทันที เพียงหันมาถามเบา ๆ ว่า
“ผมขอจับมือคุณได้ไหม”
พริมยื่นมือให้
“ได้ค่ะ แค่จับมือนะคะ”
“ครับ”
มือของเขาอบอุ่นและจับไว้อย่างพอดี ไม่แน่นจนเธอรู้สึกถูกบังคับ พริมก้าวเดินเคียงข้างเขาไปตามพรมสีเข้ม มีเสียงทักทายจากคนรู้จักของคีรินทร์เป็นระยะ เขาแนะนำเธออย่างที่ตกลงกันไว้
“นี่พริม เจ้าของร้านละมุนในตลาดกุหลาบครับ เธอกำลังทำแผนกิจกรรมร่วมกับร้านค้าในตลาด”
ไม่ใช่คำว่าแฟนสาว ไม่ใช่คู่หมั้นที่มีไว้ประดับภาพลักษณ์ แต่เป็นการบอกว่าเธอทำอะไรและเป็นใคร
พริมรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอทักทายแขกด้วยรอยยิ้ม เมื่อผู้บริหารหญิงคนหนึ่งถามเรื่องร้าน เธอก็เล่าแนวคิดตลาดทดลองและการเก็บข้อมูลจากร้านค้าจริง คีรินทร์ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ไม่ขัดจังหวะ ไม่แย่งตอบ และเมื่อเธอพูดจบ เขาก็เสริมเพียงข้อมูลที่ช่วยให้แผนชัดเจนขึ้น
“แผนของคุณน่าสนใจนะคะ” ผู้บริหารคนนั้นเอ่ย “คุณคีรินทร์ไม่ค่อยพาใครมาออกงานแบบนี้”
“พริมมาเพราะเธอทำงานกับโครงการครับ” คีรินทร์ตอบทันที
พริมเหลือบมองเขา เขายังคงสีหน้าเรียบเหมือนเดิม แต่แววตาบอกชัดว่าไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าเธออยู่ที่นี่เพราะสถานะส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
ไม่นานนัก พิธีกรประกาศเริ่มช่วงแนะนำบุคคลสำคัญ คีรินทร์ต้องขึ้นเวทีเพื่อพูดถึงโครงการพัฒนาตลาดกุหลาบ เขาวางมือบนหลังเก้าอี้ของพริมแล้วหยุดอยู่ตรงนั้น
“ผมขอให้คุณขึ้นไปแนะนำตัวพร้อมกันได้ไหม” เขาเอ่ยถาม “ถ้าคุณไม่สะดวก ผมจะบอกเฉพาะเรื่องโครงการ”
พริมมองเวทีที่มีแสงไฟสว่างจ้า ก่อนมองผู้คนที่นั่งอยู่เต็มห้อง เธอไม่ได้ชอบเป็นจุดสนใจ แต่การได้พูดเรื่องตลาดด้วยตัวเองเป็นโอกาสที่ดี
“ฉันขึ้นไปได้ค่ะ แต่ฉันขอพูดเรื่องแผนตลาดด้วย”
“ได้ครับ”
ทั้งคู่เดินขึ้นเวทีด้วยกัน คีรินทร์เริ่มพูดถึงการรับฟังความเห็นจากร้านค้าและการวางแผนพัฒนาพื้นที่โดยไม่กระทบชุมชน จากนั้นเขาหันมาทางพริม
“ส่วนคุณพริมเป็นเจ้าของร้านละมุน และเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยให้เราเห็นว่าตลาดต้องการอะไรจริง ๆ ครับ เธอจะเล่าแนวคิดเพิ่มเติม”
พริมรับไมโครโฟนมา เล่าถึงตลาดที่ไม่ได้มีแค่ร้านค้า แต่เป็นพื้นที่ทำมาหากินและความทรงจำของคนในชุมชน เธอพูดถึงการทดลองจัดกิจกรรมหนึ่งวัน การปรับทางเดิน และการเปิดโอกาสให้ร้านค้าร่วมออกแบบแผน ไม่มีคำหวาน ไม่มีถ้อยคำเกินจริง มีเพียงข้อมูลที่เธอเตรียมมาและความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนเข้าใจ
เมื่อพูดจบ เสียงปรบมือดังขึ้น พริมยิ้มขอบคุณ ก่อนส่งไมโครโฟนคืนให้พิธีกร
“คุณพริมพูดเก่งมากค่ะ” นักข่าวหญิงคนหนึ่งถามหลังจบช่วงบนเวที “คุณคีรินทร์คงภูมิใจมากที่มีคู่หมั้นแบบนี้”
พริมกำลังจะตอบ แต่คีรินทร์หันมามองเธอก่อนเหมือนรอให้เธอเลือกว่าจะพูดเองหรือไม่ เธอจึงรับไมโครโฟนกลับมา
“ขอบคุณค่ะ แต่เรื่องแผนตลาดเป็นงานของพริมเองค่ะ คุณคีรินทร์ช่วยเปิดโอกาสให้เสนอข้อมูล และพริมก็หวังว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างเท่าเทียมกับข้อเสนออื่น”
นักข่าวคลี่รอยยิ้ม
“แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นยังไงคะ”
พริมชำเลืองมองคีรินทร์
“เราเริ่มรู้จักกันจากการคุยเรื่องตลาดค่ะ แล้วก็ตกลงหมั้นกันตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ”
คำตอบสั้นและตรงกับข้อตกลง นักข่าวคนอื่นยกกล้องขึ้นถ่ายรูป คีรินทร์ยืนข้างเธอโดยไม่แตะตัว จนกระทั่งพิธีกรขอถ่ายภาพคู่ พริมเป็นฝ่ายหันไปหาเขาแล้วพยักหน้า เขาจึงวางมือแตะข้อศอกเธอเบา ๆ ตามที่ขออนุญาตไว้ก่อนหน้านี้
หลังลงจากเวที ทั้งคู่เดินมาหยุดตรงมุมพักของห้องบอลรูม แม็กซ์ส่งน้ำให้พริมและเอ่ยชมว่าเธอทำได้ดีมาก
“ขอบคุณค่ะ คุณแม็กซ์ช่วยส่งข้อมูลให้ละเอียด ฉันเลยเตรียมตัวทัน”
“ผมแค่ทำตามที่คุณคีรินทร์สั่งครับ”
คีรินทร์รับแก้วน้ำจากถาด
“กูไม่ได้สั่งให้ชมเธอ”
“ผมชมเองครับ” แม็กซ์ตอบหน้าตาย
พริมหลุดหัวเราะ ขณะเดียวกันแขกกลุ่มหนึ่งเดินผ่านไป เธอได้ยินหญิงสาวคนหนึ่งพูดว่าเธอดูเหมาะกับคีรินทร์ดี อีกคนเสริมว่าไม่นึกว่าเจ้าพ่อจะเลือกคนอายุน้อยกว่า
คีรินทร์ได้ยินเช่นกัน สีหน้าของเขาเข้มขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูด พริมก็แตะปลายแขนเขาเบา ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันได้ยิน”
“พวกเขาไม่ควรพูดถึงคุณเหมือนคุณไม่ได้อยู่ตรงนี้”
“ฉันจัดการเองได้ค่ะ”
พริมเดินไปหาหญิงสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มสุภาพ
“ขอโทษนะคะ พอดีได้ยินที่พูดถึงฉัน ถ้าสงสัยอะไรถามกันตรง ๆ ได้ค่ะ ฉันอยู่ตรงนี้”
ทั้งคู่หน้าเสียเล็กน้อย ก่อนรีบขอโทษและเปลี่ยนเรื่อง พริมรับคำขอโทษโดยไม่ต่อความยาว เธอเดินกลับมาหาคีรินทร์ซึ่งยืนรออยู่ที่เดิม
“คุณไม่ต้องไปขอโทษแทนฉันนะคะ” เธอบอก
“ผมไม่ได้จะขอโทษแทน”
“แล้วจะทำอะไรคะ”
“กำลังคิดว่าจะชมคุณยังไงให้ไม่ฟังเหมือนคำพูดทางธุรกิจ”
“ลองพูดมาตรง ๆ สิคะ”
คีรินทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังหาคำที่เหมาะสมที่สุด
“คุณฉลาดที่สุดในห้องนี้”
“ชมแบบนี้ใช้ได้ค่ะ”
เขาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าพูดดังจนแม็กซ์ได้ยิน
“ผมหมายถึงฉลาดที่สุดในเรื่องการจัดการสถานการณ์” เขารีบเอ่ยเสริม “ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่ฉลาด”
“ยิ่งแก้ก็ยิ่งยาวนะคะ”
“ผมแค่ชี้แจง”
“ค่ะ คุณคีรินทร์~”
เสียงหัวเราะของพริมเบาและสดใส คีรินทร์มองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปสนใจแขกที่กำลังเดินเข้ามาทักทาย ทว่าสีหน้าแข็ง ๆ ของเขาดูผ่อนลงกว่าตอนมาถึงงาน
ค่ำคืนนั้นพริมได้แนะนำตัวในฐานะเจ้าของร้านละมุนและผู้ร่วมทำแผนตลาดอย่างที่ต้องการ ส่วนข่าวเรื่องคู่หมั้นก็ยังคงเป็นที่สนใจของผู้คน แต่เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกกลืนหายไปในสถานะนั้น
ก่อนออกจากโรงแรม คีรินทร์หยุดรอข้างรถและถามตามเดิม
“คืนนี้เหนื่อยไหม”
“นิดหน่อยค่ะ แต่ถือว่าดีกว่าที่คิด”
“ถ้ามีอะไรที่คุณไม่ชอบในงาน บอกผมได้”
“ฉันไม่ชอบตอนคุณพูดว่าฉันฉลาดที่สุดในห้องค่ะ คนอื่นจะคิดว่าคุณคลั่งรัก”
“ผมไม่ได้คลั่งรัก”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าคุณคลั่งรักนะคะ”
คีรินทร์เงียบไป ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง ส่วนแม็กซ์ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มอยู่หลังพวงมาลัย
พริมมองแหวนสีเงินบนมือขวา มันยังเป็นเพียงแหวนที่เธอเลือกใส่สำหรับคืนนี้ แต่ภาพที่ถ่ายบนเวทีคงถูกส่งต่อออกไปอีกไม่นาน เธอรู้ว่าจากนี้จะมีคนสนใจความสัมพันธ์ของพวกเขามากขึ้น
อย่างน้อยในคืนนี้ เธอกับคีรินทร์ก็ทำตามข้อตกลงได้ดี
และคีรินทร์ก็ชมเธอตรง ๆ ตั้งหนึ่งครั้ง ก่อนจะรีบแก้คำพูดตามนิสัยปากแข็งของตัวเองเสียอีก
