บทที่ 6 การไล่ต้อนของเสือร้าย
แรงกระแทกจากแผงอกหนั่นแน่นทำเอาอากาศในปอดถูกรีดออกจนหมด กลิ่นกายดิบเถื่อนของชายหนุ่มอัดแน่นเข้ามาจนโรสรู้สึกวิงเวียน ฝ่ามือสากที่โอบรัดเอวคอดไม่ได้ผ่อนแรงลงแม้แต่น้อย
พายุไม่รอให้เธอตั้งสติ เขาออกแรงรั้งร่างบางให้ก้าวตาม ฝ่าฝูงชนไปยังทิศทางที่เงียบสงบกว่า โรสพยายามขืนตัว แต่แรงของอดีตเฮดว้ากนั้นมหาศาลเกินกว่าเธอจะต้านทาน
หางตาเหลือบเห็นมิ้นท์อ้าปากจะร้องเรียก แต่กลับถูกผู้ชายชื่อคินน์ขยับเข้าขวางพร้อมรอยยิ้มยียวน รูมเมทสาวจึงทำได้เพียงส่งสายตาคาดโทษมาทางพายุ
โรสหันมองแผ่นหลังกว้าง... ความหวาดหวั่นเริ่มก่อตัว
นี่เธอเล่นกับไฟก้อนใหญ่เกินไปหรือเปล่า ?
ทว่าเมื่อนึกถึงคำพูดเหยียดหยามที่ลานเกียร์ ความดื้อรั้นก็กดทับความกลัวลงไปจนหมดสิ้น
พายุดันร่างระหงเลี้ยวพ้นมุมทางเดินหน้าห้องน้ำ VIP ทิ้งแสงแฟลชและเสียงดนตรีหนักหน่วงไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงแสงสลัวสีส้มอิฐและความเงียบที่ชวนอึดอัด
ปึก !
แผ่นหลังเปลือยเปล่าสัมผัสผนังเย็นเฉียบ พายุก้าวประชิด ทาบทับลงมาปิดกั้นเส้นทางหลบหนีด้วยวงแขนแกร่ง
โรสหอบหายใจจนหน้าอกภายใต้ผ้าซาตินขยับขึ้นลง นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อน
“หนีเพื่อนมาแบบนี้... ไม่กลัวเพื่อนเป็นห่วงหรือไงคะ ?” เสียงทุ้มต่ำเจือความแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก
“ฉันไม่ได้หนี... พี่ต่างหากที่ลากฉันมา” เธอเถียงกลับ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
พายุแค่นหัวเราะ โคนนิ้วสากเชิดปลายคางมนขึ้นช้า ๆ ความเย็นของแหวนเกียร์บดครูดผิวแก้มเนียน สัมผัสของโลหะตัดกับอุณหภูมิร่างกายที่เดือดพล่านของเขาอย่างสิ้นเชิง
เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาสีนิล มันไม่มีแววหยอกล้อ มีเพียงความหิวกระหายที่ลุกโชน
หญิงสาวเผลอยกมือแตะติ่งหูตัวเองด้วยความเคยชิน พายุกดสายตามองกิริยานั้นและต่างหูเพชรเม็ดเล็กอย่างไม่วางตา แววตาเข้มจัดขึ้นราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังสนุกกับความตื่นกลัวของเหยื่อ
“สั่นขนาดนี้... สรุปว่าเก่งจริง หรือแค่ปากดีไปงั้น ?” เขาเลิกคิ้วท้าทาย
คำว่า ‘ปากดี’ ปลดล็อกความกลัวทิ้งไป ประโยคดูถูกวันนั้นดังก้อง โรสละมือออกจากใบหู วางฝ่ามือลงบนแผงอกแกร่งของเขา และสิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจขึ้น คือก้อนเนื้อใต้แผงอกซ้ายที่กำลังเต้นกระหน่ำรุนแรงไม่แพ้กัน
“ฉันจะเก่งหรือไม่... ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนสอน ‘เอาดุ’ อย่างที่คุยไว้รึเปล่า”
โรสเชิดหน้า นัยน์ตาฉายแววดื้อรั้น จงใจกรีดปลายนิ้วลากผ่านกระดุมเสื้อที่ปลดออก สัมผัสผิวร้อนระอุเบา ๆ กล้ามเนื้อหน้าท้องของพายุหดเกร็งวูบ เสียงหายใจสะดุดกึก
เขากัดฟันกรอด ก้มลงปัดป่ายปลายจมูกตรงลาดไหล่เนียน ลมหายใจร้อนจัดสาดรดจนโรสห่อไหล่หนี เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ดอมดมความหอมละมุนจากผิวกายเธอ
“กลิ่นตัวหอมดีนี่... ใช้น้ำหอมอะไร ?” เขากระซิบชิดแอ่งชีพจร เสียงแหบพร่า
“ความลับค่ะ... ถ้าอยากรู้ พี่พายุก็ต้องหาคำตอบเอาเอง”
ชื่อที่หลุดจากริมฝีปากเคลือบสีเชอร์รี่ทำให้พายุชะงัก เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย หรี่ตาจับผิด
“เรารู้จักชื่อพี่ ?”
โรสใจกระตุกที่เผลอหลุดปาก รีบปั้นยิ้มเย้ายวนกลบเกลื่อน
“ใครบ้างจะไม่รู้จักอดีตเฮดว้ากสุดโหดคะ... พี่พายุดังจะตายไป”
พายุจ้องมองนัยน์ตาสีน้ำตาลที่พยายามหลบตา ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มอันตรายแฝงความปรารถนาลึกล้ำ
“งั้นก็ดี...”
ฝ่ามือสากเลื่อนลงมากอบกุมเอวคอด รั้งร่างบางให้แนบชิดจนหน้าอกเบียดเสียดแผงอกกว้าง ความร้อนแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าจนโรสสะท้านไปทั้งตัว
“พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัว... ว่าแต่ไม่บอกชื่อของเราสักหน่อยเหรอ”
ปลายนิ้วโป้งที่สวมแหวนเกียร์กดขยี้มุมปากสีเชอร์รี่ บังคับให้กลีบปากอิ่มเผยอรับลมหายใจร้อนจัด แต่เธอเงียบงันไม่ปริปาก เขาจึงยกยิ้ม
“ไม่เป็นไร พี่ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อเราก็ได้ แต่ต่อจากนี้... พี่จะทำให้เราครางแต่ชื่อพี่ทั้งคืนเลย”
สิ้นคำรามทุ้มต่ำ พายุกดล็อกกรอบหน้าเธอไว้แน่น
ก่อนจะก้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกอย่างไม่ปรานี !
