บทที่ 7 รสชาติของเหยื่อที่หอมหวาน
วินาทีที่ริมฝีปากบดเบียดลงบนกลีบปากอิ่ม สติสัมปชัญญะของอดีตเฮดว้ากผู้เยือกเย็นพลันขาดสะบั้น
พายุกดจูบหนักหน่วง ไร้ซึ่งความอ่อนโยน ฝ่ามือสากล็อกกรอบหน้าเธอแน่น ความเย็นเยียบของแหวนเกียร์บนนิ้วชี้กดแนบสันกราม บังคับไม่ให้หญิงสาวหันหนีการรุกราน
เขาตั้งใจลงโทษเด็กอวดดีให้ยอมศิโรราบ แต่เมื่อได้สัมผัสความนุ่มหยุ่นและรสหวานล้ำเจือแอลกอฮอล์จาง ๆ พายุกลับเป็นฝ่ายถูกสูบเรี่ยวแรงเสียเอง
ร่างระหงสะดุ้งเฮือก แผ่นหลังเบียดผนังเย็นเฉียบขณะที่ด้านหน้าถูกแผงอกร้อนระอุกดทับจนไร้ช่องว่าง มือน้อยที่เคยวางทาบอกเขาเปลี่ยนเป็นกำขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีดำจนยับยู่ยี่
พายุรับรู้ถึงความเกร็งขึง คนที่ทำใจกล้าต่อปากต่อคำเมื่อครู่ บัดนี้ยืนตัวแข็งทื่อ ปิดปากเงียบราวกับรับมือไม่ถูก
‘หึ... ที่แท้ก็แค่ลูกแมวขู่ฟ่อ’
ความจริงนั้นยิ่งสาดน้ำมันลงกองเพลิงสัญชาตญาณนักล่า พายุแค่นเสียงในลำคอ ปลายนิ้วโป้งกดขยี้มุมปาก บีบปลายคางมนเบา ๆ บังคับให้กลีบปากที่เม้มสนิทเผยอออก
ทันทีที่เปิดทาง ลิ้นร้อนชื้นก็สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างไม่ปรานี เขาเกี่ยวตวัดเรียวลิ้นเล็กที่พยายามหนี รีดเค้นทุกหยาดหยดจนเกิดเสียงน่าอายสะท้อนทางเดินสลัว
“อื้อ...”
โรสประท้วงอู้อี้เมื่ออากาศในปอดเริ่มหมด ทว่าพายุกลับสอดมือเข้าใต้กลุ่มผม รั้งท้ายทอยทุยสวยให้แหงนหน้ารับจุมพิตลึกล้ำดุดันขึ้นกว่าเดิม
กลิ่นหอมละมุนจากผิวเนื้อเนียนกำลังทำให้เขาเป็นบ้า พายุไม่เคยรู้สึกหิวกระหายขนาดนี้มาก่อน ความบริสุทธิ์ขัดแย้งกับเดรสซาตินเว้าหลังจนเขาต้องเลื่อนมือลงไปกอบกุมสะโพกกลมกลึง บีบเค้นเนื้อผ้าลื่นมือจนร่างบางสะท้านเฮือก
โรสหอบหายใจกระชั้น หน้าอกอวบอิ่มเบียดเสียดแผงอกกว้าง ความนุ่มหยุ่นที่เสียดสีปลุกปั่นให้ความแกร่งขึงเบื้องล่างปวดหนึบขึ้นอย่างรวดเร็ว
พายุถอนริมฝีปากออกอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอหอบอากาศเข้าปอด เขากดสายตามองผลงานตัวเอง...
ริมฝีปากเคลือบสีเชอร์รี่บวมเจ่อแดงช้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาลที่เคยดื้อรั้นบัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใส ไหวระริกสับสน
ภาพตรงหน้าโคตร... ปลุกเร้า
เขากดจมูกลงบนลาดไหล่เนียน สูดความหอมเข้าปอด ก่อนลากริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ขึ้นตามลำคอ ขบเม้มแอ่งชีพจรที่เต้นกระหน่ำ
“อ๊ะ... พี่พายุ...”
เสียงหวานสั่นพร่าครางเรียก ทำเอาเส้นสติพายุขาดผึง เขาพรมจูบขึ้นถึงใบหู ขบเม้มติ่งหูอย่างมันเขี้ยว สัมผัสความเย็นของต่างหูเพชรเม็ดเล็กที่สลักลึกในสมองโดยไม่รู้ตัว
“สั่นขนาดนี้... ยังคิดว่าตัวเองเก่งอยู่อีกไหม ?” เขากระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มแหบสั่นสะเทือนขั้วหัวใจคนฟัง
ฝ่ามือสากเลื่อนจากสะโพกขึ้นลูบไล้แผ่นหลังเปลือย ไถลปลายนิ้วตามแนวร่องหลัง รับรู้แรงสั่นสะท้านจากร่างในอ้อมแขน
เธอไม่ใช่ผู้หญิงเจนจัด... แต่คือลูกแมวหลงทางที่กล้าแหย่หนวดเสือ และตอนนี้เสือก็กำลังจะขย้ำให้แหลกคามือ
“พี่พายุ... พอแล้ว” โรสพยายามดันแผงอกเขาออก หลบตาสีนิลที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนา
“ใครบอกว่าพี่จะพอ ?”
พายุรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงผนังเหนือศีรษะ ร่างสูงใหญ่แทรกท่อนขาแกร่งระหว่างเรียวขาเนียนที่โผล่พ้นรอยผ่าเดรส บังคับให้เธอรับรู้ถึงความตื่นตัวขึงตึงที่เสียดสีหน้าขาผ่านกางเกงยีนส์
โรสเบิกตากว้าง หายใจสะดุดเมื่อรับรู้ความอันตรายแนบชิด
“พี่บอกแล้วไง... ว่าคืนนี้พี่จะเป็นคน ‘คุม’ เอง”
นัยน์ตาสีนิลกวาดมองใบหน้าตื่นตระหนก พายุรู้ดีว่าถ้าขืนทำอะไรต่อ เขาคงห้ามตัวเองไม่ให้ฉีกชุดซาตินนี่ทิ้งไม่ได้ ทางเดินแคบ ๆ พลุกพล่านไม่คู่ควรกับการกลืนกินเหยื่อชั้นเยี่ยม เขาต้องการเตียงกว้าง และเวลาทั้งคืน
เขาละมือจากข้อมือบาง เปลี่ยนมาสอดประสานปลายนิ้วเข้ากับฝ่ามือเล็กอย่างแนบแน่นจนแหวนเกียร์กดทับกลางฝ่ามือ
“ไปกับพี่”
ไม่ใช่การร้องขอ แต่เป็นคำสั่งแฝงอำนาจและแรงปรารถนา
พายุไม่รอคำตอบ ออกแรงกระตุกเบา ๆ ร่างระหงก็ปลิวตาม ชายหนุ่มก้าวยาว ลากหญิงสาวชุดแดงฝ่าทางเดินแคบทิ้งเสียงอึกทึกของผับไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่ทางออกฉุกเฉินเชื่อมลานจอดรถ VIP
คืนนี้... กุหลาบดอกนี้ต้องแหลกสลายอยู่ใต้ร่างเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
