บทที่ 3 ตอนที่ 3 มีอา เวนิตา วาริชญากร

ย้อนกลับไปช่วงเย็นของวันเดียวกัน

โรงพยาบาลชื่อดัง HF

“หนูกลับก่อนนะคะพี่ๆ” เสียงหวานใสของนักศึกษาสาวร่างอรชรราวกับนางในวรรณคดีไทยที่เคยศึกษามาและทุกคนในแผนกต่างก็คิดเป็นเสียงเดียวกันว่าหญิงสาวตรงนั้น เหมือนหลุดออกมาจากวรรณคดีไทยที่เคยเรียนมาจริงๆ ร่างอรชรในชุดเครื่องแบบนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังยกมือขึ้นไหว้ รุ่นพี่พยาบาลทุกคนที่เคยเรียนจบจากสถาบันเดียวกัน หลังจากแวะมาส่งเอกสารในการยื่นที่ฝึกปฏิบัติการพยาบาลในโรงพยาบาลระดับหรูแห่งนี้ และไม่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะสามารถเข้ามาฝึกงานภาคปฏิบัติได้หากผลการเรียนทุกวิชาไม่มากพอ ส่วนเธอนั้นถือว่าเป็นนักศึกษาหัวดีคนหนึ่ง ที่สามารถเทียบเรียนแพทย์ได้สบายๆ แต่เพราะการเงินที่ไม่มากพอ เธอถึงเรียนได้เพียงแค่พยาบาล และเธอก็รักในอาชีพนี้เช่นเดียวกัน

“กลับดีๆนะมีอา นี่ก็ดึกมาแล้ว ยังไงถึงหอของมหาวิทยาลัยแล้วโทรบอกพี่ด้วยนะ” รุ่นพี่พยาบาลที่สนิทสนมกันตั้งแต่รับน้องพูดขึ้น เพราะเธอและรุ่นพี่ตรงหน้าจับฉลากได้เป็นพี่น้องคู่รหัสกัน จากนั้นมาเรื่องที่เธอมักไม่เข้าใจ ก็จะมีรุ่นพี่คนสวยใจดีคนนี้คอยให้คำปรึกษาแนะนำ เช่นเดียวกับสถานที่ฝึกปฏิบัติการอีกไม่อีกอาทิตย์ข้างหน้านี้ด้วย

“ได้ค่ะพี่แพร ถึงหอแล้วมีอาจะรีบส่งข้อความหาพี่รหัสคนสวยเลย” เสียงหวานราวกับระฆังแก้วเอ่ยขึ้น พลางฉีกยิ้มสดใสราวกับอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้นานาพรรณ หากใครได้พบเห็นเป็นต้องเหลียวกลับมามองรอยยิ้มสวยนี้

“ปากหวานที่สู้ดดด~~” พี่สาวรหัสคนสวยยื่นมือมาจิ้มแก้มป่องของมีอาเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว เพราะความสนิทสนมกันมาก บวกกับนามสกุลดาวคณะของพยาบาลศาสตร์อย่างมีอา ที่ไม่ยอมรับรักจากหนุ่มหล่อมากมายที่เข้ามาส่งขนมจีบให้ทุกวัน จนทุกคนถึงกับคอตกกลับไปทุกราย และล่าสุดข่าวท็อกซิกของมหาวิทยาลัยก็ดังกระหึ่ม พากันพาดหัวข่าวว่า ดาวคณะพยาบาลศาตร์ปีสี่กินพวกเดียวกัน! เธอและกลุ่มเพื่อนถึงกับหัวเราะลั่นกับข่าวบ้าๆนั้นทันที และเธอก็ไม่มีเวลาที่จะไปใส่ใจ กลับทำตัวปกติตามเติม จนข่าวดังกล่าวค่อยๆหายไปในที่สุด

“อ่อ..มีอา! แล้วหญิงกาย กับจันทร์เจ้าละ ทำไมไม่มายื่นเทียบฝึกที่นี่ด้วยกัน” พี่รหัสคนสวยเอ่ยถามถึงเพื่อนสนิทตัวติดเป็นตังเมของมีอา ที่คราวนี้ทั้งสองไม่ได้เลือกมายื่นเกรดเทียบฝึกปฏิบัติด้วยกันกับมีอาที่นี่ด้วย

“หญิงกายกับจันทร์เจ้าไม่ยอมมาค่ะ คงกลัวอยู่เวรดึก เพราะคนที่เคยฝึกจากที่นี่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโหดมาก…ใจไม่แข็งพออยู่จนฝึกจบไม่ได้ค่ะ” มีอาพูดตามเพื่อนทั้งสองที่พูดกรอกหูเธอแทบทุกวัน แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

“ฮ่าๆ~~ ให้ตายสิ! ว่าแต่..มีอาละ..?”

“อะไรหรอคะ” ดวงตากลมกระพริบตาปริบๆกับคำพูดของรุ่นพี่

“ใจแข็ง..จิตแข็ง..มากพอนะ..” คนตรงหน้าพูดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กลับเขย่าขวัญของมีอาจนแทบอยากวิ่งหนีหายเข้ากลีบเมฆ

ฟิ้ววว~~~ กึกก!! ทั้งที่รู้ว่าพี่รหัสคนสวยติดชอบแกล้งเธอเป็นนิสัย และเธอควรจะชินได้แล้ว แต่สายลมเย็นที่พัดผ่านตัวของเธอไปหมาดๆ มันกระตุกความกลัวของมีอาให้ตื่นขึ้น ขนอ่อนลุกชัน เสียวต้นคอวาบจนน่าแปลกใจ

“ฮ่าๆ~~ หน้าซีดเชียว พี่ก็แค่พูดล้อเล่นค่ะ! ที่นี่ไม่ได้งานหนักอะไรหรอกค่ะ ออกจะสบายเลยด้วยซ้ำ เดี๋ยวมีอาเริ่มฝึกก็จะรู้เองค่ะ กลับเถอะนี่ก็ดึกมาแล้ว”

“ก็พี่ฟ้าใสชอบแกล้งมีอานิคะ” แก้มป่องๆพองลมแสนน่ารัก แม้ในใจยังคงรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย อาจเพราะช่วงนี้เธอเรียนหนัก และยังรับติวแบบเรียนให้น้องๆบ้างตามโอกาส เลยทำให้สมองของเธอทำงานหนักเกินไปก็เป็นได้

“อิๆ~ พี่ขอโทษแล้วกันจร้าา~ พี่ไม่รั้งแล้วละ” คนตรงหน้าพูดพลางฉีกยิ้มหวานเป็นการขอโทษที่ทำให้น้องรหัสคนสวยตรงหน้าต้องจิตตก ก่อนจะช่วยดันแผ่นหลังบางไปด้วย

“เลี้ยงชาบูมีอาเป็นการขอโทษนะคะ มีอาถึงจะยกโทษให้” ก่อนกลับไม่ลืมหันไปพูดกับรุ่นพี่รหัสของตัวเอง ใบหน้าหวานสวยงอง้ำบ่งบอกถึงอาการงอนรุ่นพี่ของตัวเองอย่างหนัก

“โอเคค่ะ! พี่สัญญา เอาเป็น~วันที่มีอาเริ่มฝึกแล้วกัน พี่เลี้ยงจัดเต็มกระเป๋าโบ๋เบ๋ไปเลยย~ เป็นการขอโทษน้องรหัสสุดสวยของพี่ หายงอนนะ”

“อิๆ.. ตามนั้นเลยค่ะ” ใบหน้าหวานที่งอง้ำก่อนหน้า เปลี่ยนไปทันตาเห็น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกสวมเข้ามาแทน และนั้นจึงทำให้รุ่นพี่สาวรู้ทันทีว่าหญิงสาวได้แกล้งคืนตัวเองเสียแล้ว

“เรานี่มันจริงๆเลย..”

“ขอบคุณสำหรับชาบูล่วงหน้าค่ะ” พูดจบไม่ลืมยกมือขึ้นไหว้อย่างมีมารยาท ก่อนจะหันหลังเดินออกจากตึกไปอย่างอารมณ์ดี

อาคารนี่มีไว้สำหรับคนไข้ที่เข้ามาพักรักษาตัว และวันนี้เธอที่เดินทางเข้ามายื่นใบขอฝึกปฏิบัติสองปีเต็มในโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงได้มีโอกาสอยู่ดูการทำงานของทีมแพทย์และพยาบาลอยู่อย่างใกล้ๆและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยมาจะสามทุ่มเข้าไปแล้ว

ครืดดดด~~ ครืดดดดดด~~~

เสียงโทรศัพท์ในถุงผ้าโลกร้อน ที่มีอาใช้มันแทนกระเป๋า เพราะมันจุหนังสือการเรียนและของได้มากมาย และที่สำคัญไม่มีใครเขาขโมยด้วย เพราะถุงผ้าใบนี้เธอได้ฟรี จากงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมบำรุงดัง โลโก้ยี่ห้อครีมที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ให้ยังคงติดอยู่บนถุงผ้าด้วย ริมฝีปากบางยิ้มบางๆ เมื่อมองรายชื่อแสดงอยู่หน้าจอโทรศัพท์

“ค่ะคุณเพื่อนของมีอา~”

(ไม่ต้องพูดเสียงหวานเลยนะยัยมีอา!! ตอนนี้มันเป็นเวลาไหนแล้วหะ! ทำไมยังไม่กลับถึงหอ! รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันกับยัยหญิงกายนั่งรอแกจนรากจะงอกอยู่หน้าหอเนี่ยย!!ยุงเยอะมากด้วย! โอ้ยยย!!)เสียงกุกกักเบาๆที่ดังแทรกเข้ามา ทำให้มีอาพอจะเดาได้ว่าเพื่อนทั้งสองตอนนี้คงกำลังสู้รบตบมือกับยุงใต้ตึกนอน และเหตุการณ์แบบนี้มักจะเกิดที่ทุกครั้งที่ใครคนใดคนหนึ่งยังไม่กลับขึ้นหอพัก จันทร์เจ้าคือเพื่อนสาวคนสนิทและเป็นรูมเมทของเธอด้วย ส่วนหญิงกายที่ว่า มีชื่อจริงๆคือ กาย และเจ้าตัวได้บังคับให้เธอและจันทร์เจ้าเรียก หญิงกาย และเพื่อนชายใจหญิงคนนี้ จริงๆแล้วอยู่อีกตึก หอแยกชายหญิง ไม่ได้อยู่รวมกันเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไป

“อิๆ~ ฉันกำลังจะกลับแล้ว พอดีดูการทำงานเพลินไปหน่อย”

(ยัยบ้า! มันน่าเพลิดเพลินตรงไหนยะ! งานดูแลคนไข้นะ! ไม่ใช่พับผ้า ปั้นตุ๊กตาดินเผาเป็นงานอดิเรก!) จันทร์เจ้าโวยขึ้นกับคำพูดที่มีอาเพื่อนสนิทมองโลกในแง่ดีอธิบาย ส่วนตัวเองนั้นหากไม่โดนที่บ้านถีบเข้ามาเรียนในคณะนี้ คงไปอยู่วิศวะเครื่องกลโน้นแล้ววว!

(แกก็บ่นเป็นยัยแก่อยู่นั้นแหละยัยจันทร์เจ้า! ไม่ต้องสนใจยัยนี่หรอกมีอา ตอนกลับเข้ามาฝากแวะร้านขายยาซื้อยาคุมให้หน่อย ยี่ห้อเดิมจ๊ะเพื่อนสาว/ โหยยย!! ยัยหญิงกาย! ที่แกไม่บ่นที่โดนยุงหามจนขาลาย เพราะขี้เกียจเดินออกไปหน้ามอเถอะ! ทำมาเป็นพูดดี!)

“พอแล้วๆ ทั้งสองคนเลย! ไม่ต้องห่วงฉันกำลังกลับจร้าา~ ส่วนของสำคัญของหญิงกาย ฉันไม่ลืมแวะซื้อเข้าไปให้แน่นอน”

(ชิส์! ตลอดเลย! รีบกลับมาละ พวกฉันเป็นห่วง! ติ้ดด!!!)

“คริๆ~ รู้แล้วว่าเป็นห่วง” เสียงหวานพึมพำเบาๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงถุงผ้าตามเดิม เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆบริเวณทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนตลอดทาง และนั้นทำให้มีอาลองคิดคำนวณจำนวนเงินที่นำมาสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้เล่นๆ มันคงจะเยอะมหาศาลแน่นอน บุคคลที่เข้ารับการรักษาที่นี่ล้วนแต่เป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินเงินทองมากกว่าคนปกติ แตกต่างจากพวกเธอที่ต้องตื่นเช้าไปรับบัตรคิวรักษาตัวเองตามโรงพยาบาลรัฐ

ตึกๆ~ ฟิ้วว~~ สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านตัวเธออีกครั้ง จู่ๆคำพูดของรุ่นพี่สาวที่แกล้งเธอก่อนหน้าก็ลอยเข้ามาในหัว

‘ว่าแต่..มีอา..ใจแข็ง จิตแข็ง..มากพอนะ..’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป