บทที่ 1: ด้านที่บิดเบี้ยวของฉัน

คำเตือนเนื้อหารุนแรง

นี่ไม่ใช่นิยายรักหวานชื่น

มันมีความรักที่บิดเบี้ยว ตัณหาดิบเถื่อน จิตใจที่แหลกสลาย เนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้ง ภาษาหยาบคาย ผู้ชายโหดร้าย และความหลงใหลที่อันตราย

หากคุณอ่อนไหวต่อความรุนแรง การล่วงละเมิดโดยไม่ยินยอม บาดแผลทางใจ หรือประเด็นทางจิตวิทยาที่มืดมน โปรดใช้วิจารณญาณ

เราเตือนคุณแล้วนะ

มุมมองของคาตาริน่า

พวกเขาว่ากันว่าคนเราสามารถระบุช่วงเวลาที่ชีวิตของตัวเองแตกออกเป็นสองเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ... ก่อนและหลัง

สำหรับฉัน มันคือเวลาห้าทุ่มของคืนวันศุกร์ที่เวลเว็ท โรส ไนท์คลับ

ตอนนั้นเองที่ฉันเดินผ่านประตูผิดบาน และก้าวตรงเข้าไปสู่อ้อมแขนของผู้ชายที่จะช่วยชีวิตฉัน... หรือไม่ก็ทำลายฉันให้ย่อยยับ

จนป่านนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไหน

………………………………………

ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างใน ฉันก็เสียใจทันที

“เซเลน่าอ้อนวอนให้ฉันมา... บอกว่าพวกของดอนทิปหนัก... เธอคิดผิด”

อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อ ควันบุหรี่ และผู้คนมากมายที่เบียดเสียดกันจนเกินไป เสียงดนตรีไม่ใช่แค่ดัง แต่มันกระแทกกระทั้นผ่านซี่โครงของฉันราวกับเป็นจังหวะหัวใจดวงที่สอง

ฉันหายใจไม่ค่อยออก

"แคท แกโอเคไหม" เซเลน่า เพื่อนซี้ของฉัน ตะโกนแข่งกับเสียงเบส เครื่องสำอางกลิตเตอร์ของเธอสะท้อนกับแสงไฟสโตรบ เธอกำลังเต้นอย่างเมามันอยู่ในงานปาร์ตี้แล้ว แต่ฉันไม่ใช่

"อืม แค่อยากออกไปสูดอากาศหน่อย" ฉันโกหก เสียงของฉันแผ่วเบาจนถูกเสียงอึกทึกกลบไปหมด

เธอเห็นสีหน้าของฉัน... สีหน้าที่บอกว่า ฉันกำลังจะจมน้ำตาย... แล้วพยักหน้า "พักสักห้านาทีนะยัยหนู ฉันอยู่ตรงนี้แหละ"

ฉันรีบปลีกตัวออกมาก่อนที่เธอจะเห็นฉันตื่นตระหนก

โถงทางเดินเงียบกว่ากันเยอะ เสียงดนตรีกลายเป็นแค่เสียงตุบๆ อู้อี้อยู่หลังกำแพงหนา และอากาศเย็นๆ ก็ปะทะเข้าที่ต้นคอ ฉันผ่อนลมหายใจออกมาราวกับว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบชั่วโมง

แค่แป๊บเดียว เดี๋ยวกลับไปเต้นให้ยับเลย

สุดทางเดินมีประตูบานหนึ่งแง้มอยู่ ไม่มีป้าย ไม่มีคนคุม มีเพียงความมืดและคำเชิญชวนให้เข้าไปนั่งพักสักครู่

ฉันผลักมันเข้าไป คิดว่าเป็นห้องน้ำหรืออาจจะเป็นทางออกด้านหลัง

มันไม่ใช่

ประตูคลิกปิดลงข้างหลังฉันทันที

และเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ดังเสียจนเสียงเบสในงานปาร์ตี้กลายเป็นเรื่องตลกไปเลย

"เธอมาสาย"

ฉันตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ... ‘มีคนอยู่ด้วย’

ผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่อีกฟากของห้อง เขาสูง โหนกแก้มคมสัน ผมสีเข้มเสยเรียบไปด้านหลัง ดวงตาของเขามองฉันราวกับว่าฉันเพิ่งก่ออาชญากรรมมา

"ฉัน... ฉันไม่ได้... ตั้งใจ..."

แต่เขาขยับเข้ามาหาฉันแล้ว และให้ตายสิ เขาเร็วมาก

"อย่าปล่อยให้ดอนต้องรอ" เขาคำราม เสียงดังกว่าเดิม

จากนั้นฝ่ามือก็ฟาดลงมา ก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัว

ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วแก้ม ศีรษะฉันสะบัดไปด้านข้าง ฉันเซถอยหลัง ได้รสเหมือนสนิมในปาก

"นี่มัน... บ้าอะไรวะ...?!"

"เธอมาสาย" เสียงของเขาเย็นเยียบกว่าเดิม "และดอนเกลียดการรอคอย"

สมองฉันสับสนไปหมด เขาพูดเรื่องอะไร? ใครคือดอน? ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันต้องมาที่นี่?

ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดก็พันกันอยู่ในลำคอ... "ฉันคิดว่า... ค... คงมีการเข้าใจผิด... ฉันมากับเพื่อน..." แต่เขาไม่สนใจ

ด้านหลังเขา ฉันเห็นพวกเธอ... ผู้หญิงแถวหนึ่งนั่งนิ่งราวกับหุ่นโชว์

พวกเธอสวมชุดรัดรูปที่แทบจะไม่ปกปิดอะไรเลย ริมฝีปากทาสีแดงสด ขาไขว่ห้าง ดวงตาว่างเปล่าไร้อารมณ์

พวกเธอไม่พูดอะไรเลย แค่มองมาที่ฉัน... เหมือนกับว่าฉันเพิ่งทำเรื่องโง่เง่าที่สุดในชีวิตลงไป และยังไม่เข้าใจมัน

ตอนนั้นเองที่ฉันเห็นปืนที่เหน็บอยู่ตรงเข็มขัดของชายคนนั้น

ใจฉันหล่นวูบ

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเข้าใจผิดแล้ว นี่มันอันตราย

"ได้โปรดค่ะ ฉันคิดว่าฉันเข้าห้องผิด... ฉันออกไปเงียบๆ ได้เหมือนตอนที่เข้ามา"

"อย่ามาทำเป็นใสซื่อ" เขาคว้าแขนฉันไว้ กำแน่นจนเป็นรอยช้ำ "...เธอต้องมาถึงก่อนหน้านี้... ดอนกำลังรออยู่ ขยับตัวซะก่อนที่ฉันจะยิงเธอ"

เขาผลักฉันไปข้างหน้า

ขาของฉันก้าวไป... ไม่ใช่เพราะฉันต้องการ แต่เพราะความกลัวเข้าครอบงำ

สุดปลายห้องมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ

เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขาไม่จำเป็นต้องทำ

เขามีดวงตาสีเขียวและมีบอดี้การ์ดสองคนขนาบข้าง พร้อมปืนที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

นี่คือดอน... คนที่พวกเขาอ้างว่าฉันต้องมาพบ

และฉันกำลังถูกลากเข้าไปหาเขาราวกับว่าฉันเป็นของเขาแล้ว

"คุกเข่า" ดอนพูดขึ้นเป็นครั้งแรก

เข่าของฉันทรุดลง แต่ไม่ใช่เพราะเชื่อฟัง แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวสุดขีด ฉันทรุดตัวลงกับพื้นตรงหน้าเขา

เขาเอนตัวมาข้างหน้า วางข้อศอกลงบนโต๊ะ พินิจพิจารณาฉันราวกับเป็นม้าราคาแพง

“หน้าตาสวยดีนี่” เขาพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง “หุ่นยิ่งดีกว่า”

รอยยิ้มช้าๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา

“เธอก็ใช้ได้”

เสียงของฉันขาดห้วง “ฉะ-ฉัน-ฉันขอโทษค่ะ... ฉันว่าคุณคงเข้าใจผิด... ฉันเข้าห้องผิดค่ะ ฉันแค่กำลังมองหา...”

เขาเอียงคออย่างขบขัน

“ไม่เลย ที่รัก” น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่อันตราย “เธอมาถูกที่แล้ว”

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง

เขาคิดว่าฉันเป็นคนอื่น คนที่ควรจะอยู่ที่นี่

ก่อนที่ฉันจะได้อธิบาย ชายคนที่ตบฉันก่อนหน้านี้ก็ก้าวเข้ามาใกล้

“ทีนี้ก็โชว์ให้ท่านดอนดูสิว่าแกมีดีอะไร สมกับที่เราจ่ายไป” เขาสั่ง

ฉันส่ายหน้า “ไม่... ฉัน... ฉันไม่รู้... ว่าอะไร”

เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วคว้าข้อมือฉัน จ้องมองใบหน้าฉันเหมือนกำลังตรวจตั๋ว ชั่วอึดใจหนึ่ง เขานิ่งไม่ไหวติง จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง... เขาจำความผิดพลาดของตัวเองได้แล้ว

“ชิบหาย” เขาพึมพำใกล้หูฉัน

เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น “แกไม่ใช่เด็กคนนั้น แต่ถ้าท่านดอนรู้ว่ากูทำงานพลาด...”

มือของเขาเลื่อนไปที่เข็มขัด ฉันรู้สึกถึงโลหะเย็นๆ กดลงที่แผ่นหลังส่วนล่าง “แก้ผ้าให้ท่านดู จูบท่าน ทำทุกอย่างที่ท่านต้องการ ไม่งั้นคืนนี้เราตายกันทั้งคู่” ปืนถูกจ่อลึกเข้ามา ขาของฉันขยับไปเอง

«ไม่ ไม่ ไม่ ไม่นะ! ฉันมาอยู่ในสถานการณ์บ้าๆ นี่ได้ยังไง!!»

ความกลัวทำให้ขาฉันสั่น ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร... ฉันจึงจูบเขา

ริมฝีปากของเขาเย็นเฉียบในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นครอบครอง

มือข้างหนึ่งบีบคว้าหน้าอกฉันผ่านชุดเดรส หยาบกระด้างและแสดงความเป็นเจ้าของ อีกข้างจับสะโพกฉันไว้แน่น ดึงให้เข้าไปชิด

ฉันหอบหายใจ ยอดอกของฉันเลื่อนหลุดออกมาจากขอบชุด นิ้วโป้งของเขาบดคลึงมัน...ช้าๆ อย่างจงใจ

ลิ้นของเขาสอดเข้ามาในปากฉัน...ช่วงชิง เรียกร้อง ฉันควรจะรู้สึกแค่กลัว ขยะแขยง แต่ร่างกายกลับทรยศ ความร้อนวูบวาบก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อย

ยอดอกของฉันแข็งขืนสู้ฝ่ามือเขา เสียงครางแผ่วเบาอย่างคนทรยศเล็ดลอดออกจากลำคอ ฉันเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ย

เขาบีบสะโพกฉันแน่นขึ้น และความอัปยศก็แผดเผาไปทั่วร่าง ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เขากำลังทำ แต่เพราะส่วนหนึ่งในใจฉันไม่ได้อยากให้เขาหยุด

ดวงตาของดอนเหลือบไปมองชายที่อยู่ข้างหลังฉัน มีบางอย่างส่งผ่านระหว่างกัน

เขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ยังคงวางมือบนหน้าอกฉัน ปากของเขายังคงบดเบียดอยู่กับปากฉัน เขากำลังปล่อยให้มันเกิดขึ้น... เพื่อทดสอบฉัน หรือไม่ก็ทดสอบลูกน้องของเขา

เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกในที่สุด ดวงตาสีเขียวคู่นั้นก็จับจ้องมาที่ฉัน...ขบขันและใคร่รู้ “ขี้ตื่นเต้นจังนะเรา” นิ้วโป้งของเขาไล้ไปตามริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อของฉัน “ฉันชอบแบบนี้”

แล้วข้างหลังฉัน... ประตูเปิดออก

มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา

เธออายุมากกว่าเล็กน้อย รูปร่างอวบอิ่มกว่า และอาจจะดูคล้ายฉันในความมืด ท่าทางการเคลื่อนไหวของเธอดูเหมือนเป็นเจ้าของที่นี่

ชายคนที่ตบฉันมองสลับระหว่างเธอกับฉัน... แล้วกลับมามองที่ฉันอีกครั้ง... จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง

“เดี๋ยวนะ” เสียงของเขาแหลมขึ้น “แกไม่ใช่... แกไม่ใช่นักเต้นที่เราจ้างมา”

อะไรนะ

“ออกไป” ชายคนนั้นตวาดใส่ฉันอย่างสิ้นหวัง “แกไม่เคยมาที่นี่ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น และห้ามพูดอะไรเด็ดขาด เข้าใจไหม”

ฉันไม่รอให้เขาพูดซ้ำสอง

ฉันหันหลังแล้ววิ่งสุดชีวิต

หัวใจฉันเต้นรัว ชุดเดรสแทบจะหลุดลุ่ย ฉันยัดหน้าอกกลับเข้าที่เดิม ขณะที่ความอัปยศอดสูแผดเผาใบหน้า

ฉันไม่หยุดวิ่งจนกระทั่งพุ่งทะลุประตูออกมาสู่ส่วนหลักของคลับ

.......................

“แคท!”

เสียงของเซเลน่าดังแทรกเสียงอึกทึกเข้ามา เธอคว้าแขนฉันไว้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความกังวล

“ตายจริง ตัวสั่นไปหมดเลย เกิดอะไรขึ้น... ฉันตามหาเธออยู่ตั้งนาน”

“ฉัน...” คอฉันตีบตัน “ฉันต้องไปแล้ว เดี๋ยวนี้เลย”

เธอไม่ถามอะไรต่อ แค่ดึงฉันไปยังทางออก

ทันทีที่เราก้าวออกมาข้างนอก อากาศยามค่ำคืนที่หนาวเย็นปะทะผิว แต่ก็ไม่ได้ลบล้างสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

ฉันหยุดรู้สึกถึงมือของเขาที่สัมผัสตัวฉันไม่ได้เลย ทั้งปากของเขา... ดวงตาของเขา

ดอนผู้ลึกลับ

และส่วนที่เลวร้ายที่สุดน่ะเหรอ

คือส่วนลึกที่บิดเบี้ยวและป่วยไข้ในใจฉันอยากจะกลับไปและสานต่อจูบนั้นให้จบ

ฉันเหลือบมองข้ามไหล่ไปขณะที่เราเดินมาถึงถนน

ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าคลับ มองดูฉันจากไป เขาตามฉันออกมาหลังจากที่ฉันวิ่งหนี

แต่ตอนนี้เขากำลังยิ้ม ไม่ได้หงุดหงิดหรือประหลาดใจ

เขาดูพึงพอใจ

เหมือนกับว่าเขาเพิ่งเจอของเล่นชิ้นโปรดชิ้นใหม่... และเขากำลังปล่อยให้ฉันหนีไปก่อนในตอนนี้

เหมือนกับว่าเขาเพิ่งได้ลิ้มรสชาติของสิ่งที่ไม่ควรได้ลิ้มลอง... และตอนนี้เขาต้องการมันอีก

ฉันไม่ได้หนีรอด

เขาแค่ปล่อยฉันไป

และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ฉันรู้ว่าฉันจะได้เจอเขาอีกครั้ง

บทถัดไป