บทที่ 11 สรุปมึงได้ยัง

วันต่อมา

“นี่ค่ารถค่ะ” ฉันยื่นค่าโดยสารให้ลุงคนขับ

“ไม่เป็นไรยัยหนู ลุงไม่คิดเงิน” ได้ไงอะ จุดที่ฉันลงรถมาถึงที่พักไม่ใช่ใกล้ ๆ เลยนะ ฉันเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน ฉันพยายามยัดเงินใส่มือคุณลุง ทว่าลุงแกก็ยังปฏิเสธเหมือนเดิม

“ไม่ได้นะคะ” ค่าน้ำมันค่าเสียเวลาอีก แบบนี้ฉันไม่โอเคหรอกนะถ้าจะให้ฉันนั่งมาฟรี ๆ รู้แหละว่าคุณลุงคงไม่คิดอะไรมาก แต่ฉันไม่ไง มันรู้สึกผิดยังไงไม่รู้

“ลุงเห็นว่าเราเป็นลูกกตัญญูพาแม่มาเที่ยว เอาไปเถอะ บ้านลุงอยู่แถวนี้พอดี”

“แต่คุณลุงคะ..” ทำไมถึงใจดีขนาดนี้ล่ะ

“ลุงไปละ เที่ยวให้สนุกนะยัยหนู” ว่าจบ ลุงสามล้อก็ขับรถออกไปทันที ฉันกับแม่มองตามรถลุงไปจนสุดสายตาก่อนจะหันมาสบตากันนิ่ง

“คุณลุงใจดีมากเลย” ฉันพูดขึ้นพลางเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม

“นั่นสิ”

“เราเข้าไปเช็กอินกันเถอะ” ทุกอย่างมันปุ๊บปั๊บไปหมด แล้วโรงแรมนี้ว่างพอดี ฉันเลยทำการจองทันที ฉันเข้าไปติดต่อพนักงานเพื่อเข้าพัก หลังจากชำระค่าอะไรเรียบร้อยก็เดินไปหาแม่ที่นั่งรออยู่

“ปะ” รับกระเป๋ามาถือพร้อมกับเดินไปขึ้นลิฟต์ โรงแรมที่ฉันมาพักมันก็ไม่ได้แย่นะทุกคน ถือว่าดีเลยแหละ ทั้งวิวทั้งราคาทุกอย่างโอเคหมดเลย ระหว่างที่เดินไปห้องพักของตัวเอง ฉันก็สอดส่องสายตามองไปรอบ ๆ ซึ่งการตกแต่งของเขามันดูสบายตามาก รู้สึกชอบที่นี่เลยแฮะ ทุกอย่างจะแฮปปี้มากกว่านี้ถ้าฉันไม่เจ็บตรงนั้น เวลาเดินมันแสบ ทำฉันหุบขาไม่ค่อยได้ แต่ไม่อยากเดินท่าแปลก ๆ ต่อหน้าคนอื่นไง เอาจริง ๆ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เหมือนจะไข้อยู่ตลอดเวลา แต่เพราะไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ อะ ฉันเลยว่าจะเอาของไปเก็บแล้วออกไปเดินเล่นสักหน่อย ไว้เย็น ๆ จะพาแม่ไปหาอะไรอร่อย ๆ กิน

“จะออกไปข้างนอกใช่ไหม”

“ทำไมรู้” นี่สินะที่เขาบอกแม่ลูก แค่มองตาก็รู้ใจ

“เผื่ออยากไปเดินเป็นนางเอกเอ็มวีไง”

“นิดหน่อยน่า”

เมื่อเข้ามาในห้อง เราทั้งสองก็พากันเอากระเป๋าไปเก็บพร้อมกับเดินสำรวจดูนั่นดูนี่อีกเล็กน้อย ก่อนที่ฉันจะออกจากห้องไปเดินเล่น ระหว่างที่ตรงไปยังชายหาด เสียงคลื่นกระทบกับฝั่งก็ดังให้ได้ยินชัดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ฉันทอดสายตามองไปยังทะเลอันกว้างใหญ่ เท้าที่กำลังก้าวหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาสองข้างของฉันค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับนึกถึงใครบางคนที่อยู่ในความทรงจำฉันกับแม่ไม่เคยหายไปไหน คิดถึงจัง.. พ่อ

“อยู่บนนั้นสบายดีไหมคะ” ยอมรับว่าช่วงที่เสียพ่อแรก ๆ ฉันอยากตามไปอยู่กับพ่อมาก แต่พอหันไปมองหน้าแม่ มันทำให้ฉันต้องสู้ สู้เพื่อที่จะรักษาท่านให้อยู่กับฉันให้นานที่สุด เพราะตอนนี้ฉันเหลือแค่แม่แล้ว ฉันที่เป็นลูกยังใจสลายขนาดนี้ แล้วแม่ล่ะ...แม่จะสลายแค่ไหน พ่อคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับแม่มาตั้งแต่ยังไม่มีฉัน พวกท่านคงผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมากมาย ดังนั้นฉันควรตอบแทนความรักของพ่อที่มีต่อแม่ด้วยการดูแลท่านให้อยู่กับฉันไปนาน ๆ และมีความสุขที่สุด นั่นคือสิ่งที่ฉันท่องเอาไว้ตลอด แม่ต้องอยู่ดูความสำเร็จของฉันไปอีกนานแสนนาน^^

“คิดถึงจัง”

ซ่า~ ซ่า~

“ช่วยเป็นกำลังใจให้ฝันด้วยนะพ่อ” ฉันเชื่อว่าพ่อยังคงเฝ้ามองฉันกับแม่ไม่ไปไหน ฉันเชื่อแบบนั้น

ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ มองซ้ายมองขวาก็เห็นว่าช่วงนี้คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ น่าจะเพราะอากาศร้อนด้วยแหละ ฉันมันพวกไม่สนแดดสนลมด้วยแหละมั้ง เลยเดินได้สบาย ๆ

“ไปเดินเล่นดีกว่า”

อีกด้าน

“นั่นมันยัยฝันละเมอ” ครูซชี้ไปที่หญิงสาวที่เขาจำได้เป็นอย่างดี ใครมันจะไม่จำกันล่ะ เล่นเมาแล้วเลื้อยขนาดนั้น อายคนฉิบหาย-_-

“....” เงียบแล้วมองตามมือเพื่อนไป ดวงตาคมหรี่มองก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย ถือว่าแกร่งเอาเรื่อง เขาทำขนาดนั้นเธอยังลุกมาเดินเล่นได้สบาย เริ่มชอบผู้หญิงอย่างเธอเข้าแล้วสิ

“สรุปมึงได้ยัง” ครูซหันกลับมาถามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม วันนี้พวกเขามาคุยงานที่พัทยา แต่ไม่คิดว่าการมาคุยงานครั้งนี้จะทำให้เขาได้พบกับใครบางคน ไมเนอร์ไม่ตอบ ทำเพียงสบตาและกระตุกยิ้มให้เพื่อนเท่านั้น แต่การกระทำแบบนี้ทำให้ครูซรู้ได้ทันทีว่าเธอนั้นเสร็จเพื่อนเขาไปแล้ว

“....” ไมเนอร์ขยับสายตาไปมองยังหญิงสาวอีกครั้ง ในหัวเขาตอนนี้มีอยู่หนึ่งคำถาม นั่นก็คือ.. เธอมายังไง?

“ได้แล้วก็ไม่คิดจะเข้าไปทักทายหน่อยเหรอวะ” แต่ไม่วาย คนข้าง ๆ ยังขยั้นขยอให้เขาเข้าไปทักหญิงสาวไม่เลิก แม้เขาจะเป็นเสือผู้หญิง แต่มันก็ยังไม่เท่าไมเนอร์ที่ได้แล้วพร้อมจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี

“ไม่จำเป็น” ได้แล้วไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งวุ่นวาย ต่างคนต่างอยู่ บอกแล้วไงว่าไม่ชอบกินอะไรซ้ำ สองรอบเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ยอมรับว่าเขาเองก็แอบมีคิดที่อยากได้เธออีกครั้ง แต่มันก็แค่คิดเท่านั้น เขาไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเอง

“กลับจากนี่มึงจะไปไหนต่อวะ” ครูซถามลองเชิง ถึงจะรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วก็ตาม ผีเห็นผีมันดูกันออก

“กลับบ้านนอน”

“อ่า..”

“ดูมึงกำลังจับผิดกูนะ” เขาไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเองกำลังจับผิดอยู่ นี่แหละนิสัยครูซ รู้ดีกับเรื่องของเพื่อน พอเรื่องตัวเองตายด้าน

“ทำไม? เมื่อคืนหนักเหรอมึงอะถึงไม่ได้นอน”

“มึงนี่ขยันเสือกเรื่องของกูจริง ๆ นะ เอาเวลาของมึงไปจัดการเด็กมึงเถอะ อีเหี้xวุ่นวายฉิบหาย” วันก่อนเด็กครูซเข้ามาหาเขาถึงที่ร้าน เหตุผลเพราะติดต่อครูซไม่ได้

“แหม พูดให้กูไม่ดูตัวเองเลยไอ้ห่า วันก่อนเด็กใครมันมาระรานถึงที่ร้านวะ ไม่ใช่กูเหรอที่ออกหน้าให้ เดี๋ยวกูจับทุ่มแม่งเลย” สรุปที่ว่าให้กันมาทั้งหมด สุดท้ายแล้วก็พอกันทั้งคู่

“พวกไม่รู้จักที่ตัวเอง” เขาเกลียดจริง ๆ พวกผู้หญิงไม่รู้จักที่ยืนของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ข้อตกลงก็ชัดเจนก่อนเริ่มทุกครั้งว่าได้แล้วจบ จะไม่มีสานต่ออะไรทั้งสิ้น แต่พวกเธอยังระรานเขาไม่เลิก สงสัยต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแล้วมั้งแบบนี้

“จะทำอะไรก็เบา ๆ หน่อยนะมึง” ครูซรู้จักเพื่อนตัวเองดีว่าชอบมีเซ็กซ์รุนแรงมากแค่ไหน บางครั้งเขาก็สงสารผู้หญิงพวกนั้นที่ต้องมาทนมือทนตีนเพื่อนเขา

“ไม่ใช่แม่กู”

“เออ! จะทำอะไรก็ทำเถอะสัส กูไม่พูดกับมึงแล้ว”

ทั้งครูซและไมเนอร์กลับมาโฟกัสที่งานตรงหน้าอีกครั้ง ทั้งสองตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนเสร็จ กระทั่งแยกย้ายกันกลับ แต่ทว่ามีอยู่หนึ่งคนที่เปลี่ยนใจกะทันหันไม่ยอมกลับ ร่างสูงของใครบางคนนั่งจิบเบียร์อยู่ริมทะเล มองคลื่นซัดเข้าฝั่งพลางขยับสายตามองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในละแวกนั้น แต่ทันใดนั้นเอง..

“หิวน้ำจัง” เสียงหวานที่เขารู้สึกคุ้นดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองยังเจ้าของเสียงนั้น ก่อนจะพบกับเธอ.. ฝันดี

“....” พลางไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าเดินเธอทำเขาเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว ทำไมเขาถึงรู้สึกพอใจอย่างบอกไม่ถูก

“เอาน้ำเปล่าหนึ่งขวดค่ะ”

“นี่จ้ะคนสวย”

“เท่าไหร่คะ”

“สิบบาทจ้า”

“นี่ค่ะ” ฝันดียื่นเงินให้แล้วรับน้ำมาเปิดดื่มอย่างกระหาย ทุกการกระทำของเธอได้ตกอยู่ในสายตาของใครบางคน ขณะที่นั่งมองคนตัวเล็ก เขาก็คิดได้ว่าควรเข้าไปทักทายสักหน่อย เมื่อคิดได้อย่างนั้น ไมเนอร์ก็ดันตัวลุกขึ้นเตรียมจะก้าวไปหาคนตัวเล็ก แต่ทันใดนั้นเอง..

“แสบ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป