บทที่ 12 จำฉันได้ด้วยเหรอ
ขวับ! ทั้งไมเนอร์และฝันดีหันขวับไปมองยังที่มาของเสียงอย่างพร้อมเพรียง ร่างสูงของใครบางคนเดินยิ้มมาหยุดตรงหน้าคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นคนที่เธอนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนไมเนอร์นั้น.. มันเป็นใคร?
“คุณแผ่นดิน?” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนมาใหม่ด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมาเจออีกคนที่นี่ แม้จะอดสงสัยไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป
“มาคุณอะไรกัน” แผ่นดินดีดนิ้วลงที่หน้าผากมนเบา ๆ อย่างไม่แรงนัก บอกหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยจำว่าอยู่ข้างนอกให้เรียกเขายังไง
“แหะ~ พี่แผ่นดิน” แผ่นดินเคยบอกกับเธอไว้ตั้งแต่เจอกันช่วงแรก ๆ เขาขอให้เธอเรียกพี่แทนเรียกคุณ ฝันดีได้ยินแบบนั้นก็ปฏิเสธทันที แผ่นดินคือเพื่อนสนิทของฟินิกซ์ คนที่เป็นถึงประธานบริษัทเจ้านายเธอเลยนะ จะให้มาเรียกเหมือนคนสนิทกันมันคงจะเป็นไปไม่ได้ แผ่นดินเห็นหญิงสาวมีท่าทีลำบากใจจึงยื่นข้อเสนอใหม่ให้นั่นก็คือ.. เวลาอยู่ข้างนอกให้เรียกเขาพี่ตามที่บอกไปตอนแรก ส่วนคุณให้เรียกเฉพาะตอนที่อยู่ในที่ทำงานเท่านั้น ฝันดีคิดจะค้าน แต่สุดท้ายก็ต้องรับปากในที่สุดเมื่อเขาใช้ไม้เด็ด
“แล้วนี่มาเที่ยวเหรอ” เขามองดูเธอก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับรอยแดงบริเวณลำคอหญิงสาว แม้มันจะถูกปกปิดด้วยคอนซีลเลอร์ตัวแพงก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจหลุดพ้นสายตาเขาไปได้ แผ่นดินละสายตาจากรอยนั้นไปมองหน้าเธอแทน เขาทำเป็นไม่เห็นแล้วคุยตอบปกติ
“ใช่ค่ะ ฝันมากับแม่” คนตัวเล็กตอบกลับใบหน้ายิ้มแย้ม
“แล้วแม่ไปไหนล่ะ” พลางกวาดสายตามองหาแม่คนตัวเล็ก
“แม่นอนพักอยู่โรงแรมค่ะ ฝันเบื่อ ๆ เลยออกมาเดินเล่น”
“อ๋อ.. แล้วกินอะไรหรือยัง” เขาเองก็เพิ่งมาถึง ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยถามดู เผื่อเธอยังไม่ได้กินจะได้ชวนไปด้วยกัน
“ยังค่ะ รอช่วงค่ำจะพาแม่ไปหาอะไรเด็ด ๆ กิน” เห็นคนรีวิวร้านอาหารที่นี่เยอะมาก เธอจะพาแม่ตะลอนกินให้พุงแตกไปเลย
“ถ้าฝันไม่ว่าอะไร พี่ขออาสาพาทัวร์ได้ไหม พี่รู้จักร้านเด็ด ๆ เยอะเลย” แผ่นดินอาสาที่จะพาคนตัวเล็กทัวร์หาของอร่อย ๆ กินระหว่างที่มาเที่ยว เขาชอบเวลาที่เธอกินที่สุด มันดูน่ารักมากสำหรับเขา
“พี่แผ่นดินไม่ได้ทำงานเหรอคะ” เธอนึกว่าเขามาทำงานซะอีก แค่บังเอิญมาเจอกันเท่านั้น
“พี่มาเที่ยว” จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เขามาเที่ยวนั่นแหละถูกแล้ว
“แต่ฝันพาแม่มาด้วยนะคะ มันจะรบกวนพี่เปล่า ๆ”
“ไปคิดแบบนั้นได้ยังไง พี่เต็มใจต่างหาก”
“เอ่อ..” ฝันดีลำบากใจเล็กน้อย เธอเกรงใจคนตรงหน้าด้วยแหละ
“ห้ามปฏิเสธพี่ด้วย” เขาบอกยิ้ม ๆ ทุกการกระทำของทั้งสองได้ตกอยู่ในสายตาของร่างสูงอีกคน ไม่รู้ทำไมเขาต้องรู้สึกไม่พอใจที่เห็นชายหนุ่มอีกคนเข้ามาวุ่นวายกับหญิงสาว ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ไมเนอร์ทำทียืนนิ่งรอดูปฏิกิริยาของทั้งสองว่าจะเป็นยังไงต่อไป
“งั้นก็ได้ค่ะ” คลี่ยิ้มหวานจนตาหยี แล้วคำตอบของเธอก็เผลอทำให้ใครบางคนร้อนรุ่มอยู่ในใจ มือหนากำเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
“เหอะ!” รอยยิ้มที่เธอส่งให้อีกคนทำเขาแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน โดนเอาจนสลบยังกล้ามายืนยิ้มให้คนอื่นหน้าตาเฉย ไม่ละอายใจบ้างเลยหรือยังไง เขาตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับห้องตัวเองไปในทันที ไม่อยากดูอะไรที่มันเกะกะสายตาสักเท่าไหร่ น่ารำคาญ
และแล้วก็ถึงเวลาที่ทั้งสามจะออกไปตะลอนทัวร์หาร้านอาหารเด็ด ๆ โดยมีแผ่นดินอาสาเป็นไกด์นำทางให้กับทั้งสอง ฝันดีแนะนำชายหนุ่มให้กับแม่ตัวเองได้รู้จัก และเหมือนว่าทั้งสองจะเข้าขากันได้ดีด้วยสิ หญิงวัยกลางคนลอบมองชายหนุ่มที่ชวนคุยไม่หยุดตลอดทางด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เพลงพิณเลือกจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของหนุ่มสาว ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเด็กไป เธอเป็นแม่ที่ทำได้เพียงเฝ้ามองลูกอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น
ณ ร้านอาหารริมทะเล
“เชิญนั่งครับคุณป้า” แผ่นดินดึงเก้าอี้ออกเล็กน้อยเพื่อให้หญิงวัยกลางคนได้นั่ง เพลงพิณยิ้มให้ก่อนจะนั่งลงพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ
“ขอบคุณจ้ะ”
“อยากทานอะไรสั่งเลยนะครับ ผมขอเลี้ยงเอง”
“ได้ไง พี่พาฝันกับแม่มาแล้ว ฝันขอเป็นเจ้ามือนะคะ” เขาอุตส่าห์พามาทั้งยังแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่างให้อีก เรื่องเลี้ยงข้าวปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอเถอะ
“แต่ว่า..”
“ให้ฝันเลี้ยงนะคะ”
“เอางั้นก็ได้ครับ” เขาตามใจเธอ
เมื่อตกลงกันได้ แผ่นดินจึงทำการสั่งอาหาร เขาเลือกเมนูที่เด็ดที่สุดของทางร้านมาให้ทั้งสองได้ลิ้มลอง แล้วมันดันถูกปากเพลงพิณและฝันดีจนเขารู้สึกปลื้มที่ทั้งสองชอบมัน หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ เขาก็แนะนำร้านขนมหวานต่อทันที กินคาวแล้วต้องตบท้ายด้วยของหวานสิ จะได้ล้างปาก แล้วแผ่นดินก็ยังรู้มาอีกว่าคนตัวเล็กนั้นกำลังมองหารถสักคัน เขาจึงแนะนำเธอให้ไปออกที่โชว์รูมเพื่อนของเขา ฝันดีเห็นว่าเป็นคนรู้จักของชายหนุ่ม เธอจึงตอบตกลงที่จะให้เขาช่วยอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะเอ่ยอะไรออกมา เขาก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย หลังจากที่ทานกันจนอิ่ม ทั้งสามจึงกลับมายังที่พักตัวเอง เพลงพิณขอตัวเข้าห้องก่อน ปล่อยให้วัยรุ่นเขาคุยกันไป เธอไม่อยากเป็นก้างขวางคอ
“เราดูไว้หรือยังว่าอยากได้รุ่นไหน” แผ่นดินเอ่ยถามขณะที่พวกเขานั่งเล่นอยู่ริมชายหาด
“ที่คิดไว้ ฝันอยากได้ตัวที่ราคาไม่แรงมากค่ะ”
“ราคาไม่แรงเหรอ..” ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดว่ารุ่นไหนที่มันไม่แรงบ้าง เพราะขึ้นชื่อว่ารถยนต์มันต้องหลักแสนอยู่แล้ว
“แค่เอามาไว้ขับไปทำงานและพาแม่ไปเที่ยวเท่านั้นค่ะ ฝันเลยไม่อยากซื้ออะไรที่มันเกินตัว” เธอพูดโดยที่สายตาก็ทอดมองท้องทะเลที่มีแสงไฟจากเรือประมงจนดูสวยงาม แผ่นดินมองเสี้ยวใบหน้าหญิงสาว ทำเขาชะงักไปเล็กน้อย มันไม่อาจละสายตาจากใบหน้าสวยนั้นได้เลย
“เราดูรักแม่มากเลยนะ” กระทั่งเขาเอ่ยประโยคนี้ออกไป
“ใช่ค่ะ ฝันมีแค่แม่ แม่ที่เป็นทุกอย่างให้กับฝันในตอนนี้” เธอเอ่ยพลางหันมายิ้มให้กับเขา ทว่า..
“เอ๊ะ!” คนตัวเล็กมองรอยสักบริเวณลำคออีกคน แววตาลุกวาวเหมือนกับว่ามันคือสิ่งแปลกใหม่อย่างไรอย่างนั้น
“มีอะไรเหรอ” แผ่นดินเห็นว่าเธอเอาแต่จ้องที่คอของตนจึงเลื่อนมือไปจับดูว่ามีอะไรหรือเปล่า
“พี่สักด้วยเหรอคะ”
“อ่า..ใช่ พี่ชอบ”
“ผีเสื้อด้วย” รอยสักที่คอเขาเป็นรูปผีเสื้อสองตัวที่กำลังโบยบิน ซึ่งมันสวยมาก ๆ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป
“ทำไม ชอบเหรอ”
“ใช่ค่ะ^^” เธออาจจะตอบมันออกมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่เธอจะรู้ไหมว่าคำตอบของเธอมันทำให้ใครอีกคนรู้สึกดีใจแทบเก็บอาการไม่อยู่
“...” แผ่นดินเงียบแล้วเบือนหน้าไปมองยังคลื่นทะเล ก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่อง
“พี่มีรุ่นหนึ่งแนะนำ” เมื่อนึกได้ว่ากำลังคุยเรื่องรถอยู่ เขาจึงตัดบทแล้ววนกลับมาที่เรื่องรถอีกครั้ง แผ่นดินหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกดเปิดรูปรถยนต์ให้ฝันดีดู
“โห ตัวนี้ฝันสู้ไม่ไหวค่ะ” เพราะรถที่เขาเอาให้เธอดูคือรถ BMW ยังไงล่ะ สำหรับเธอถือว่าราคาแรงเอาเรื่องอยู่นะ เธอตั้งใจจะซื้อเงินสด เพราะไม่อยากเป็นหนี้ รุ่นที่เขาให้ดูเธอไปศึกษาราคามาหมดแล้ว มันเกินงบที่ตั้งไว้เยอะมาก คงไม่ไหวถ้าจะเอา
“เรามีงบเท่าไหร่”
“ฝันตั้งไว้แค่สี่แสนค่ะ” เป็นเงินเก็บที่เธอเก็บไว้ซื้อรถโดยเฉพาะ
“คันนี้สองแสน”
“ฮะ?!” เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม
“พี่ถามเพื่อนแล้ว มันขายขาดทุน รอคนไปซื้ออยู่” เขาบอกกับเธอน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีทีท่าว่าจะเล่นแต่อย่างใด ฝันดีแทบไม่เชื่อหูตัวเอง มันจะเป็นไปได้ยังไง รุ่นนี้ตัวท็อปออกใหม่เลยนะ
“พี่โกหกฝันอยู่หรือเปล่า ถ้าคิดจะช่วยไม่ต้องเลยนะ ฝันไม่เอาค่ะ” ฝันดีเอ่ยอย่างรู้ทัน
“ไม่ได้โกหก มันซื้อให้เมีย แต่เมียมันอยากได้อีกสี มันเลยขายทิ้ง ตอนแรกมันจะเอาให้พี่เฉย ๆ แต่พี่เห็นว่าเรากำลังหารถพอดีเลยแนะนำคันนี้ เอาไง? สนใจไหม”
“มะ มัน”
“ถ้าสน พี่จะบอกมันไม่ให้ขายให้คนอื่น” ขายให้คนอื่นอย่างนั้นเหรอ ถ้ามันจริงตามที่พูด เธอก็ไม่ลังเลที่จะซื้อมัน เพราะราคานี้ไม่ได้หากันง่าย ๆ นะ ป้ายแดงด้วย
“ตกลงค่ะ!”
“โอเค พรุ่งนี้พี่ให้มันเอารถมาส่ง”
“แล้วเงินต้องจ่ายยังไงคะ สัญญาด้วย”
“เดี๋ยวมันมา พี่จัดการเอง เราโอนแค่เงินเข้าบัญชีให้พี่ก็พอ”
“ได้ค่ะ”
“เข้าห้องเถอะ ดึกมากแล้ว”
“งั้นแยกกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เห็นแผ่นดินบอกว่ามีเพื่อนนัดดื่ม สงสัยแยกกันแล้วเขาคงไปต่อกับเพื่อน เธอจึงแยกกับเขาตรงนี้เลย
“ขึ้นห้องเถอะ” เขารอส่งเธอก่อนถึงจะไป
“เที่ยวกับเพื่อนให้สนุกนะคะ”
“พี่ไปแป๊บเดียวก็กลับแล้ว”
“พี่ไปเถอะค่ะ”
“เราปะ..”
“โรงแรมอยู่แค่นี้เอง” เพราะจุดที่ทั้งสองนั่งอยู่มันคือฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม ไม่ได้ไกลกันสักนิด ไม่จำเป็นต้องอยู่รอส่ง
“พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่พาเที่ยวอีกนะ” เขาเอ่ยน้ำเสียงใจดี
“ฝันเกรงใจจัง”
“ไม่ต้องคิดมาก ไว้เจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะตัวแสบ”
“ฝันดีค่ะ^^” แผ่นดินส่งยิ้มอบอุ่นให้ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินจากไป ฝันดีมองร่างสูงที่ค่อย ๆ ห่างออกไปกระทั่งหายไปในที่สุด หลังจากที่อีกคนไปแล้ว เธอจึงเตรียมตัวจะกลับโรงแรมเพื่อไปพักผ่อน ทว่า..
ตึก!
“ไง”
“คะ คุณ” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อพบกับใครบางคน
“จำฉันได้ด้วยเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามพลางมองต่ำไปยังหน้าอกและลำคอที่มีรอยนิ้วมือที่เกิดมาจากฝีมือของเขาเอง
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ทว่าคำพูดของเธอทำเขาขมวดคิ้วทันที เมื่อครู่เธอยังดูตกใจที่เจอเขา ทำไมตอนนี้กลับทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน
“ว่าไงนะ”
“ถ้าไม่มีอะไร ฉันขอตัว” สำหรับผู้ชายคนนี้เธอไม่อยากให้ค่า เพราะสิ่งที่เขาทำมันโคตรทุเรศ ฝันดีเลี่ยงไปอีกทางเพื่อหนีผู้ชายตรงหน้า
หมับ!
“เธอกล้าเมินฉันเหรอ?” ไม่มีใครกล้าเมินเขาสักคน แล้วเธอเป็นใครถึงกล้าทำ ไมเนอร์ออกแรงบีบแขนเล็กจนเธอนิ่วหน้าเจ็บ
“ปล่อย” แม้จะเจ็บแค่ไหน เธอก็สู้กลับไป
“ทำไม? แค่ทิ้งให้นอนคนเดียวถึงกับวิ่งหาผู้ชายคนใหม่เลยเหรอ” คำพูดของเขามันกำลังดูถูกเธอ
“ใช่ อะไรที่มันอร่อยฉันก็พร้อมเข้าหา” แต่มีหรือคนที่ไม่ยอมคนอย่างเธอจะยอมแพ้
“หึหึ ปากเก่ง” เขาแสยะยิ้มเหี้ยม
“รบกวนปล่อยด้วยค่ะ” เธอส่งสายตาบอกให้เขารู้
“สงสัยต้องทวนความจำ..”
“!!”
“..ว่าไม่ควรอวดดีกับฉัน”
