บทที่ 5 ดูน่าค้นหาดี

เวลา 00:45

“จริงเหรอ”

“ใช่ มันน่ะเจ้าชู้เอาไม่เลือกหน้า ไม่เหมือนฉันที่อยากเจอรักแท้แต่ไม่เคยเจอเลยสักครั้ง มีแต่คนเข้ามาหลอก” พูดพลางทำหน้าเศร้าสลดทำเอาไมเนอร์กรอกตามองบนใส่เพื่อนตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่นั่งแทบนับคำได้ว่าไมเนอร์พูดไปกี่ครั้ง มีแต่ครูซที่สรรหาเรื่องมาคุยไม่หยุดเหมือนว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้พูดอีกแล้ว

“ตอแหล” เขาอดหมั่นไส้ครูซไม่ได้จริง ๆ พูดแต่ละอย่างออกมาเอาแต่ดีเข้าตัวเองโยนเรื่องชั่ว ๆ ให้คนอื่น กล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าตัวเองต้องการรักแท้ แล้วอาทิตย์ก่อนใครที่มันแอบไปมีอะไรกับเด็กนักศึกษาในป่าวะ อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ อย่าให้ต้องเผาคืนนะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดกันเลยทีเดียว

“คุณยังไม่มีแฟนเหรอคะ” ใยไหมแทบไม่อยากเชื่อว่าทั้งสองคนยังโสด เธอถามอายุครูซไปหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่เธอต้องการ

“ใช่ ฉันโสด โสดสนิทด้วย”

“คุณก็ดูเจ้าชู้เหมือนกันนะ” สายตาและคำพูดครูซมันแสดงออกชัดเจนว่าเขาน่ะคือเสือผู้หญิงดี ๆ นี่เอง

“เธอไม่รู้จักฉันเธอจะรู้ได้ไงว่าฉันเจ้าชู้” คนโดนว่าเถียงกลับ

“นั่นสินะ” ใยไหมไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนัก เธอก็แค่พูดมันออกไปลอย ๆ เท่านั้น

“พูดแล้วทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง ไม่เชื่อฉันเหรอ? ในแก๊งฉันเนี่ยดีสุด ถ้าดีกว่านี้ก็คงเจ้าอาวาสในวัดแล้วล่ะ”

“ก็ยังไม่บอกว่าไม่เชื่อ แค่ไม่พูด”

“สายตาเธอมันฟ้องว่าเธอไม่เชื่อฉัน หน้าฉันมันดูเป็นคนขี้โกหกขนาดนั้นเหรอ”

“ทะเลาะกันไปก่อนนะคะ ฝันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” ฝันดีที่ทนฟังอยู่นานเริ่มรู้สึกอั้นไม่ไหวจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหมแก”

“ไม่ต้องหรอกอยู่คุยกับพี่เขาเถอะ” ที่เธอเรียกพวกเขาแบบนี้ก็เพราะว่าเธอยังไม่รู้จักอายุของทั้งสองน่ะสิ เลยไม่รู้ว่าจะต้องแทนยังไง ฝันดีหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินออกจากโต๊ะไปทันที พอนั่งนาน ๆ เจออากาศเย็นหน่อยเธอก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเลยต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ในขณะที่กำลังเดินไป อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนมีใครตามหลังมา เท้าเล็กชะลอลงอย่างช้า ๆ ก่อนที่มันจะหยุดนิ่ง ร่างบางค่อย ๆ หันไปมอง ทันทีที่หันไปกลับไม่พบใคร ทำให้เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปในทันที เวลานี้คนเริ่มเยอะทำให้ต้องเบียดเสียดกันระหว่างเดิน ดีที่บริเวณห้องน้ำคนโล่ง

ซ่า~ ซ่า~

หลังจากที่ทำธุระเสร็จเธอก็ออกมายืนล้างมือพลางส่องกระจกดูหน้าตัวเอง

“แกก็สวยเหมือนกันนี่ยัยฝัน” เรียวปากเล็กเอ่ยชมตัวเองพลางหันซ้ายหันขวามองเงาตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก ระหว่างที่เธอกำลังหมุนตัวไปมาก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้น ทำเอาใบหน้าสวยหันขวับไปมองด้วยความตกใจ

“หลงตัวเองเหมือนกันนะ”

ขวับ!

“คุณ!”

“ไม่มีใครชมเลยมาชมตัวเองว่างั้น” ไมเนอร์ยืนกอดอกทำหน้านิ่งพิงขอบประตูพลางมองมาที่หญิงสาว

“คนเรามั่นใจในตัวเองก็ไม่ผิดนี่คะ” เธอเถียงกลับไปทันควัน

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“คุณไม่ควรมาอยู่ตรงนี้” เพราะสถานที่ที่เธอและเขาอยู่ตอนนี้มันคือห้องน้ำ อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายไม่ควรมาอยู่ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ

“แล้วยังไง”

“นี่มันห้องน้ำหญิง” ผู้หญิงบางคนอาจจะชอบตรงที่เขาหล่อ ต่อให้เข้ามาข้างในคนก็ไม่ว่า แต่กลับเธอนั้นมันไม่ใช่.. มันดูโรคจิตเกินไป

“แล้ว?”

“แล้วจะมายืนดูผู้หญิงเข้าออกห้องน้ำแบบนี้เหรอ” จริงที่ว่าตอนนี้ในห้องน้ำมีแค่เธอคนเดียว รวมเขาไปด้วยอีกคน แต่อย่าลืมว่ามันคือห้องน้ำในสถานบันเทิง ซึ่งแน่นอนว่าคนเดินเข้าออกเป็นว่าเล่น เขาจะมายืนล้วงกระเป๋าทำตัวไม่สนคนแบบนี้ไม่ได้

“สนใจมาทำงานที่นี่ไหม” เขาทำทีเป็นไม่สนใจแล้วพูดจุดประสงค์ที่ทำให้ตัวเขามายืนอยู่ตรงนี้

“ไม่ค่ะ” ฝันดีตอบปฏิเสธไปอย่างไม่คิดให้ยาก อย่างที่เคยบอกไปว่าเธอชอบนะที่เงินดี แต่มันยังเสี่ยงเกินไปสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ อีกอย่างงานที่บริษัทก็ดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องออก

“ไม่คิดหน่อยเหรอ”

“ไม่ค่ะ ว่าแต่ใครให้คุณมาถามเหรอคะ” เธอถามอย่างคนไม่รู้ว่าแท้จริงเขานั่นแหละคือเจ้าของที่นี่

“นายให้ฉันมาถาม”

“อ๋อ..คุณคงเป็นลูกน้องสินะ”

“ประมาณนั้น”

“ไม่ล่ะ ฉันไม่ค่อยชอบ”

“แล้ววันนั้นมาทำทำไมถ้าบอกไม่ชอบ”

“ไม่ชอบไม่ได้แปลว่าจะทำไม่ได้” เพราะเป็นเดซี่เธอจึงยอมทำ รุ่นพี่สาวคนที่คอยช่วยยื่นงานให้เธอตลอดตั้งแต่ยังไม่มีบ้าน ตอนนั้นเดซี่คอยหางานมาให้เธอ ซึ่งเธอก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ ขอแค่ให้ได้เงินเธอก็พร้อมที่จะทำมันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เธอรักเดซี่เหมือนพี่สาวคนหนึ่ง เช่นเดียวกับที่เดซี่รักเธอเหมือนน้องสาวแท้ ๆ

“ฉันชอบนะผู้หญิงกล้าต่อปากต่อคำกับฉัน”

“?”

“มันดูน่าค้นหาดี” ว่าพลางกระตุกยิ้มร้าย

“จะจีบฉันเหรอคะ?” เอียงคอถามอย่างใสซื่อ

“เธอมีอะไรให้ฉันต้องจีบ”

“ต้องมีแหละ ไม่งั้นคุณคงไม่ตามฉันมาถึงห้องน้ำ”

“สำคัญตัวเองเหมือนกันนะ”

“คุณดูพูดเยอะกว่าเดิม” ก่อนหน้านั้นเขายังทำทีเป็นเย็นชาไม่อยากคุยด้วยใส่เธออยู่เลย พอมาตอนนี้ไหงกลายเป็นพูดไม่หยุดได้ล่ะ

“ฉันไม่ได้เป็นใบ้”

“อ้าวเหรอ” เธอเหนื่อยจะต่อปากต่อคำเลยหันไปคว้าเอากระเป๋าเพื่อจะออกจากห้องน้ำกลับไปหาเพื่อนที่รออยู่โต๊ะ ทว่าอีกคนกลับไม่ยอมหลีกทางให้

“....” ไมเนอร์ยืนกอดอกไม่ยอมหลบให้เธอไป

“ขอทางหน่อยค่ะ”

“...” เงียบ

“นี่คุณ”

“หึ” ใบหน้าหล่อกระตุกยิ้มก่อนจะยอมเปิดทางให้หญิงสาวเดินออกไป ดวงตาคมกริบมองตามร่างเล็กนั้นไปสีหน้ายากจะคาดเดา ในหัวเขากำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้ไม่มีใครรู้ได้เลย เขาเลือกที่จะไม่กลับไปยังโต๊ะ แต่เลี่ยงไปทางหลังร้านแทน

“คุณไมเนอร์”

“ถอดเสื้อผ้าออก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป