บทที่ 2 ตอน2
“อืม ของอร่อยมาแล้ว รีบจัดการเลย ดึกแล้ว พรุ่งนี้ลูกหว้ามีเรียนช่วงเช้าไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ! วิชาแรก 10โมงเช้า”
ลูกหว้าเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่สอบติดได้ทุนเรียนฟรี ในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง เธออาศัยอยู่กับแม่และน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 แม่ทำอาชีพค้าขายเปิดร้านขายส้มตำไก่ย่างเล็ก ๆ อยู่ในตลาดแห่งหนึ่งใกล้ ๆ บ้าน ตั้งแต่ลูกหว้าจำความได้เธอตื่นแต่เช้ามาช่วยแม่เตรียมของขายทุกวันก่อนจะปั่นจักรยานกลับบ้านอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ส่วนพ่อได้จากไปด้วยโรคร้ายเมื่อหลายปีก่อน ลูกหว้ากับน้องชายมีแม่ที่เลี้ยงดูมาเพียงลำพัง
ลูกหว้าเป็นเด็กสาวที่มีหน้าตาดี โดดเด่นมาตั้งแต่เล็ก เข้าเรียนอนุบาลเธอก็ได้เลือกให้แสดงงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะงานวันเด็ก หรือเป็นเชียร์ลีดเดอร์ในยามเก่งขันกีฬาประจำปีของโรงเรียน เธอก็มักถูกคุณครูเลือกอยู่เป็นประจำ ทำให้ลูกหว้ามีความกล้าในการแสดงออก มีโอกาสได้เข้าสังคมมากกว่าเพื่อน ๆ เธอตั้งใจเรียนจนผลการเรียนออกมาดี เมื่อจบมัธยมปลายจึงเข้าสอบชิงทุนเรียนฟรีในระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างง่ายดาย ลูกหว้ามีความตั้งใจอยากเรียนให้จบ อยากมีงานดี ๆ ทำ อยากช่วยแม่แบ่งเบาภาระ อยากส่งน้องชายให้ได้เรียนสูง ๆ อยากมีอนาคตที่ดีขึ้น
ปีนี้ลูกหว้ามีอายุครบ 20ปี ศึกษาอยู่ปี 2 ของคณะบริหารธุรกิจ เธอย้ายออกจากหอพักของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ขึ้นปี2 ออกไปเช่าห้องพักเล็ก ๆ อยู่ตามลำพัง เพื่อหวังหางานพาร์ทไทม์ทำช่วยแบ่งเบาภาระของแม่อีกทาง จนกระทั่งวันหนึ่งหลังเลิกเรียน ลูกหว้าได้ออกไปเดินเล่นที่ห้างดังตามลำพัง เพื่อหางานพาร์ทไทม์ทำ แล้วบังเอิญได้พบกับพี่แนตตี้ ที่กำลังมองหานางแบบหน้าใหม่ ให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ของลูกค้าแบรนด์หนึ่ง เพื่อถ่ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
รูปร่างหน้าตาที่สวยโดดเด่น และผิวขาวอมชมพูของลูกหว้า เป็นแรงดึงดูดให้พี่แนตตี้ ต้องก้าวมาหาเธอในวันนั้น… ในที่สุดลูกหว้าก็ทำมันออกมาได้ดี จนพี่แนตตี้เอ่ยปากชมไม่หยุด
“ลูกหว้า…ลูกหว้า” เสียงพี่แนตตี้เอ่ยเรียกชื่อคนที่นั่งเหม่อลอย อยู่บนโต๊ะอาหารตรงข้ามกัน
“เอ่อ พี่แนตตี้เรียกหว้าเหรอคะ” เมื่อลูกหว้าได้สติ จึงรีบส่งยิ้มเจื่อน ๆ ไปให้
“พี่ก็เรียกเรานั่นแหละ นี่กำลังคิดอะไรอยู่ พี่เรียกตั้งนานก็ไม่ได้ยิน”
“เอ่อ หว้ากำลังคิดว่า ถ้าวันนั้นไม่มาเจอพี่แนตตี้ หว้าก็ไม่รู้จะหางานพาร์ทไทม์ทำได้ไหม นี่ถือว่าหว้าโชคดีที่สุดเลยนะคะ ที่ออกมาเจอพี่แนตตี้” สาวสวยฉีกยิ้มหวานให้พี่แนตตี้
“พี่ก็โชคดีเหมือนกันนะ ที่มาเจอลูกหว้า รีบกินเถอะดึกแล้ว พี่จะได้ไปส่งที่ห้องพัก” สองสาวนั่งกินอาหารไปอีกพักใหญ่ เมื่ออิ่มจึงลุกขึ้นพากันก้าวออกจากร้าน
รถเก่งสีบรอนซ์แล่นมาจอดที่หอพักเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่ตั้งห่างจากเขตชุมชนมากพอสมควร เมื่อพี่แนตตี้เห็นถนนแคบ ๆ ที่รถแทบจะสวนกันไม่ได้ และข้างทางมีช่วงหนึ่งที่ไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่ อาจทำให้เกิดอันตราย สำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถ้าต้องเดินทางในตอนค่ำมืด
“พี่ว่าลูกหว้าไม่เหมาะที่จะพักอยู่ที่นี่นะ กลางคืนมันอันตรายมาก ที่ว่าย้ายห้องพักเถอะ” เมื่อกวาดมองไปรอบ ๆ พี่แนตตี้ก็อดที่จะเป็นห่วงลูกหว้าไม่ได้
“แต่ที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่นแล้วนะคะ หว้าต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย” เธออธิบาย
“แต่พี่ว่ามันไม่ปลอดภัยกับเรานะ” พี่แนตตี้แย้ง
“งั้นรอให้หว้ามีงานเพิ่มขึ้นก่อนนะคะ เดี๋ยวหว้าจะมองหาที่พักใหม่”
“ลูกหว้าเอาเงินพี่ไปก่อนไหม พี่ไม่อยากให้หนูพักที่นี่ ดูมันไม่ค่อยปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้”
“พี่แนตตี้คงคิดมากไปเอง หว้าอยู่ที่นี่สี่เดือนแล้วนะคะ ยังไม่มีอะไรเลย พี่อย่าคิดมาก” ลูกหว้าส่งยิ้มร่าเริง เพื่อให้พี่แนตตี้คลายกังวล
“อืม งั้นก็เข้าไปเถอะ พี่จะนั่งมองในรถจนกว่าลูกหว้าจะเดินถึงห้อง แล้วปิดประตูให้เรียบร้อยด้วยล่ะพี่เป็นห่วง”
“ขอบคุณพี่แนตตี้มากนะคะ” ลูกหว้ายกมือไหว้อย่างขอบคุณอีกครั้ง
“ไหว้พี่อีกแล้ว เด็กดื้อคนนี้ น่าตีจริง ๆ อะนี่ค่าแรงสำหรับคนเก่งของงานชิ้นแรก” พี่แนตตี้ยื่นธนบัตรสีเทาใส่มือเล็กไปสามใบ
“โห! งานแรกพี่แนตตี้ให้หว้า เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ” ลูกหว้าน้ำตาซึม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถหาเงินเองได้ และเป็นจำนวนที่มากที่สุดอีกด้วย
“มันเป็นค่าแรงของคนเก่งไง! ลงไปได้แล้ว ดึกมากแล้ว เดี๋ยวนอนตื่นสายไปเรียนไม่ทันนะ” พี่แนตตี้เอ่ยเตือน
“ขอบคุณค่ะ งั้นหว้าไปนะคะ” เมื่อร่างเล็กลงจากรถ ก้าวเข้าไปตามทางเล็ก ๆ อีกประมาณ 500 เมตรจะถึงห้อง พี่แนตตี้ได้แต่นั่งมองตามร่างนั้นจนลับสายตา ก่อนจะขับรถออกไป
“เฮ้อ! ลูกหว้า เธอก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย ที่สามารถหาเงินเองได้แล้ว แบบนี้ถ้ามีงานเข้ามาบ่อย ๆ เธอก็ต้องมีเงินแบ่งเก็บแล้วใช่ไหม” ริมฝีปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ เมื่อนึกถึงแม่นึกถึงน้องชาย คนที่เธอรักทั้งสองคนก็ทำให้ลูกหว้ายิ้มได้กว้างขึ้น
เธอเอาเงินค่าแรงก้อนแรก แบ่งเป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้ส่วนตัว อีกจำนวนหนึ่งเก็บไว้ส่งกลับบ้าน และอีกส่วนเธอหยอดกระปุกไว้… กระปุกออมสินที่เป็นลูกหมูสามตัว ขี่ซ้อนหลังทาบทับกันอยู่อย่างน่ารัก
“เจ้าหมูอ้วงของแม่ ถ้าหยอดเต็มเมื่อไหร่ แม่ต้องมีเงินเก็บแล้วแน่ ๆ”
